
ชป.ขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2569 ลดเสี่ยงอุทกภัย ลดผลกระทบประชาชน
ชป.เดินหน้า 9 มาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี 2569 เตรียมรับมือฝนหนัก-พายุ ลดเสี่ยงน้ำท่วม ควบคู่กักเก็บน้ำสำรองฤดูแล้ง ลดผลกระทบประชาชนทั่วประเทศ
วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการว่า กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมและวางแผนบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศล่วงหน้า เพื่อรองรับสถานการณ์ตลอดฤดูฝนปีนี้ ภายใต้แนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างสมดุล ทั้งด้านน้ำต้นทุน การเพาะปลูก การป้องกันอุทกภัย และการรักษาระบบนิเวศ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ภาคเกษตรกรรม และเศรษฐกิจของประเทศให้มากที่สุด
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ภาพรวมปริมาณฝนปี 2569 มีแนวโน้มน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และอาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 14–18 พฤษภาคม 2569 หลายพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ขณะที่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน
ขณะเดียวกัน ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักเป็นระยะๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร รวมทั้งติดตามแนวโน้มพายุหมุนเขตร้อนที่คาดว่าอาจเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยหรือส่งผลกระทบประมาณ 1–2 ลูก ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับแผนจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2569 กรมชลประทานวางแผนจัดสรรน้ำชลประทานรวม 14,968 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างขนาดใหญ่และขนาดกลาง ณ วันที่ 1 พ.ค. 69 จำนวน 45,357 ล้าน ลบ.ม. (น้ำใช้การ 21,398 ล้าน ลบ.ม.)โดยจัดสรรเพื่อการเกษตร 7,132 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 48 เพื่อรักษาระบบนิเวศและกิจกรรมอื่น 6,227 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 เพื่อการอุปโภคบริโภค 1,347 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 9 และภาคอุตสาหกรรม 262 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 2
นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวนาปีตามความเหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นใช้น้ำฝนเป็นหลัก และใช้น้ำชลประทานเสริมเฉพาะกรณีจำเป็น คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีประมาณ 16.97 ล้านไร่
กรมชลประทาน ได้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำตาม “9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569” ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) อย่างเคร่งครัด ครอบคลุมทั้งการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทาน การเตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และอาคารชลประทาน การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ ความคู่ไปกับการกักเก็บน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างเหมาะสม รวมไปถึงการสร้างการรับรู้และบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดความเสี่ยงอุทกภัย และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
ในส่วนของการเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2569 เพื่อให้มีน้ำต้นทุนเพียงพอที่จะสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งปี 2569/2570 โดยมุ่งเน้นการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ ส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูฝนโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก ใช้น้ำชลประทานเสริมเฉพาะกรณีฝนทิ้งช่วง บริหารจัดการน้ำผ่านระบบชลประทานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่การกักเก็บน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม โดยกำชับโครงการชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เตรียมเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอดช่วงฤดูฝนปีนี้
ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main
เครดิตข่าว ภาพ: สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา






