
ในหลวง-พระราชินี ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว จ.อุดรธานี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ณ ที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานีจำนวนมาก
วันนี้ (10 พ.ย.) เมื่อเวลา 17.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ณ ที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี จำนวนมาก
เมื่อเสด็จ ฯ ถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 ไปยังที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา นายวิเชียร แสงเจริญถาวร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ
ครั้นเมื่อเสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี และนางสาวสาวิตรี ศรีบุญเรือง ผู้พิพากษาศาลยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึก จากนั้นเสด็จไปยังมณฑลพิธี ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ ลงในหลุม ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย "อาคารที่ทำการศาลยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุดรธานี" แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก
จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรม กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณแก่ศาลยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึกจำนวน 120 ราย นายวิเชียร แสงเจริญถาวร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย และทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย ในแผ่นศิลาที่นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวาย
ต่อมาเสด็จ ฯ ขึ้นยังห้องประทับรับรอง ชั้น 3 ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดเยี่ยม และพระราชทานพระบรมราชนุญาตฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ศาลยุติธรรม และข้าราชการจังหวัดอุดรธานี ตามลำดับ และก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพกษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญหลวงพ่อนาคปางนาคปรก ขนาดน้ำหนัก 18.50 กรัม กว้าง 2.5 เซนติเมตร สูง 3.9 เซนติเมตร หนา 1 มิลลิเมตร กรอบ 8.36 กรัม แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจำนวน 1 องค์ และทูลเกล้าฯ ถวายผ้าไหมมัดหมี่ขิดทอมือ ลายพระยานาค 3 สี ที่ทอโดยนางลานี โสภาพรม หัวหน้ากลุ่มประธานกลุ่มทอผ้าไหมขิดสีชมชื่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จำนวน 1 ผืน
ทั้งนี้ เดิมศาลเยาชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี เป็นเพียงแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดอุดรธานี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 ที่ให้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัด ทุกศาลมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ต่อมา ในปี พ.ศ.2533 ได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว โดยกำหนดให้ยกฐานะแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว เป็นศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2533 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2534 เป็นต้นมา
อาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่เลขที่ 569 หมู่ 9 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี สร้างอยู่บนที่ราชพัสดุ เนื้อที่ 11 ไร่ 96 ตารางวา เป็นอาคารที่ทำการถาวรสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 3 ชั้น ขนาด 6 บัลลังก์ ซึ่งบริเวณด้านหลังอาคารศาลได้สร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 4 หลัง และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรมขนาด 12 หน่วย จำนวน 1 หลัง โดยอำนาจพิจารณาคดีศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี มีเขตอำนาจท้องที่ จ.อุดรธานี รวม 20 อำเภอ ส่งผลให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ สวัสดิภาพ และการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนสตรี และบุคคลในครอบครัวเป็นไปอย่างทั่วถึงตลอดท้องที่ จ.อุดรธานี
ภายหลังแล้วเสร็จพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ เพื่อแสดงความจงรักภักดี ที่ลานจอดเครื่องบินพระที่นั่งท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 จ.อุดรธานี อย่างใกล้ชิด ซึ่งพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีทั้ง 20 อำเภอ ต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง และเสื้อสีส้มซึ่งเป็นสีประจำจังหวัด มาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย วปร. และธงพระนามาภิไธย สท. พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพร“ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องอันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน
ตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงแย้มพระสรวลและมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด ยังความปลื้มปีติแก่ราษฎรอย่างหาที่สุดมิได้ สมควรแก่เวลา จึงประทับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร
การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระอักษรด้านหลังพระบรมฉายาลักษณ์ขอบใจชาวจังหวัดอุดรธานีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ความว่า
“ขอบใจในความรักและกำลังใจเราต่างรักกันห่วงกันห่วงประเทศชาติ ช่วยกันรักษา บ้านเราด้วยความดี เพื่อความสุขและความเจริญรักษาความวิเศษของความเป็นไทย”
ขณะที่พสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีที่มาเฝ้าฯรับเสด็จต่างปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้ที่มีโอกาสมาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างใกล้ชิด
นางเพ็ญประภา พึ่งตระกูล ครูโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคม อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่ในวันนี้ได้เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มคนอุดรรักในหลวง กว่า 200 คน กล่าวว่าเธอและเพื่อนเดินทางมาจากอำเภอกุมภวาปี ตั้งแต่7โมงเช้าเพื่อมารอเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ซึ่งการได้มาเฝ้าฯรับเสด็จในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีของในหลวงอย่างใกล้ชิดนับเป็นความปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้
“พอทราบว่าในหลวง และพระราชินี จะเสด็จฯมาทรงประกอบพิธีเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ก็ดีใจมากเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยได้เฝ้าฯรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์มาก่อนเลย ครอบครัวเราและชาวจ.อุดรธานี รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มหัวใจติดตามข่าวในพระราชสำนักตั้งแต่ทีวีเป็นภาพขาวดำ เราเห็นพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ที่สำคัญน้องสาวเป็นผู้ดำเนินรายโทรทัศน์ที่ทีเนื้อหาเกี่ยวกับการเผยพระราชกรณียกิจ เราจึงภูมิใจรักและ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และด้วยความที่เราเป็นคุณครูทุกครั้งเราก็จะสอนให้ลูกศิษย์ทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจปวงพสกนิกรชาวไทยมาช้านาน”
ขณะที่ชาวบ้านชน3 เผ่า ลาว ย้อ ภูไท จากอำเภอศรีธาตุ จ.อุดรธานี นางสาวบุญเยี่ยม พรหมศร ผู้ใหญ่บ้าน ต.ศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ กล่าวว่าเธอและกลุ่มแม่บ้านชน3เผ่ารู้สึกซาบซึ้งและปลื้มปิติเป็นล้นพ้นที่ในหลวง และสมเด็จพระราชินี เสด็จฯมาที่จ.อุดรฯ พวกเธอทุกคนตื่นตั้งตี4 เพื่อแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าของตัวเองเพื่อมาเฝ้าฯรับเสด็จด้วยเพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นสถาบันหลักที่นำพาความเจริญและความสงบร่มเย็นมาสู่ของประเทศชาติมาทุกยุคสมัย
“ภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และมีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้แก่ปวงพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าเสมอมา เราพยายามสอนลูกสอนหลานทุกคนในหมู่บ้านให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะตั้งแต่เราเกิดมาลืมตาดูโลกเราก็เห็นพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงงานหนักเพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงประชามาโดยตลอด”
ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กองแพทย์หลวงมาดูแลสุขภาพประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และได้พระราชทานอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็นแก่พสกนิกรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จฯสร้างความปลาบปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรในพื้นที่เป็นล้นพ้น











