
ม.หอการค้าฯ ชี้เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ลุ้นน้ำมันลดแตะ 80-90 ดอลลาร์
"ธนวรรธน์" ชี้เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ จุดเปลี่ยนนโยบายรัฐบาลทรัมป์ เปิดทางราคาน้ำมันมีโอกาสลดแตะ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จับตาทิศทางสงครามการค้าและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
KEY
POINTS
- ม.หอการค้าฯ ชี้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ อาจทำให้พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภา ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อนโยบายของรัฐบาลทรัมป์
- หากเดโมแครตชนะ อาจทำให้รัฐบาลมีข้อจำกัดในการผลักดันงบประมาณด้านสงคราม และเพิ่มแรงกดดันให้หันมาใช้แนวทางการเจรจาสันติภาพมากขึ้น
- หากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศคลี่คลายลง จะส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
3 พฤศจิกายน 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางการบริหารประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน โดยมีความเป็นไปได้ที่พรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน จะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส และจะส่งผลต่ออำนาจในการผลักดันนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้ หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทรัมป์ และสะท้อนเสียงของประชาชนต่อการดำเนินนโยบายที่ผ่านมา โดยเฉพาะนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลอาจต้องทบทวนแนวทางบริหารประเทศมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาสงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน หากเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา อาจทำให้รัฐบาลมีข้อจำกัดในการผลักดันงบประมาณด้านสงคราม และเพิ่มแรงกดดันให้หันมาใช้แนวทางเจรจาสันติภาพมากขึ้น ซึ่งหากความขัดแย้งคลี่คลาย มีโอกาสทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงมาอยู่ในกรอบ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามทิศทางสงครามการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าจากจีนและประเทศคู่ค้า หากรัฐบาลทรัมป์ปรับนโยบายไปสู่การผ่อนคลายความตึงเครียด จะช่วยเปิดทางให้การเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีความคืบหน้ามากขึ้น ลดอุปสรรคทางการค้า และช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก





