thansettakij
thansettakij
เจาะ SN Group เบื้องหลังระบบน้ำ 67 ปี ลุยโซลูชันน้ำ-บุกอาเซียนรายได้ 4 พันล้าน

เจาะ SN Group เบื้องหลังระบบน้ำ 67 ปี ลุยโซลูชันน้ำ-บุกอาเซียนรายได้ 4 พันล้าน

31 ต.ค. 69 | 10:45 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ต.ค. 69 | 10:48 น.

ถอดรหัสเอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) ผู้อยู่เบื้องหลังระบบน้ำในไทย 67 ปี ผนึก 3 บริษัทลุยโซลูชันน้ำครบวงจร พร้อมสิทธิ์เทคโนโลยีระดับโลก บุกตลาดอาเซียน ดันรายได้ปีนี้แตะ 4,000 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • เอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำกว่า 67 ปี ประกาศรวม 3 บริษัทในเครือเพื่อให้บริการโซลูชันด้านน้ำครบวงจร (Complete Water Solutions)
  • ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2567 ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท โดยมีแผนเติบโตต่อเนื่อง 5-6% ต่อปีจนถึงปี 2570
  • วางยุทธศาสตร์บุกตลาดอาเซียน โดยได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนเทคโนโลยีสำหรับสระว่ายน้ำมาตรฐานการแข่งขันระดับโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • การเติบโตของรายได้ขับเคลื่อนโดยภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ที่มีความต้องการระบบน้ำคุณภาพสูงสำหรับ Data Center และโรงงานอิเล็กทรอนิกส์

หากพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในประเทศไทย ชื่อของ เอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) อาจไม่ได้เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วไปคุ้นหูในชีวิตประจำวัน แต่ในโลกของภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ อสังหาริมทรัพย์ระดับแลนด์มาร์ก ไปจนถึงสระว่ายน้ำการแข่งขันระดับโลก กลุ่มบริษัทแห่งนี้คือ “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ที่วางระบบและดูแลเส้นเลือดใหญ่ด้านน้ำของประเทศมานานกว่า 67 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2502

ปัจจุบัน SN Group ไก้ประกาศขยับทัพครั้งใหญ่ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของ 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด (S. Napa), บริษัท กัสโก้ จำกัด (GUSCO) และ บริษัท เจม จำกัด (GEM) มุ่งสู่การให้บริการ Complete Water Solutions ครอบคลุมตั้งแต่น้ำเพื่อการสันทนาการ (Water for Experience) น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและสาธารณสุข (Water for Life) ไปจนถึงน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมและความยั่งยืน (Water for Sustainability) โดยตั้งเป้ารายได้รวมปี 2567 ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท พร้อมวางแผนเติบโตต่อเนื่องปีละ 5-6% ไปจนถึงปี 2570

สุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเอสเอ็นกรุ๊ป

สุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเอสเอ็นกรุ๊ป ระบุว่า วันนี้โจทย์เรื่องน้ำของภาคธุรกิจซับซ้อนขึ้นมาก ทั้งเรื่องต้นทุน คุณภาพ พลังงาน การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม

การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 บริษัทจึงช่วยให้มองโจทย์ของลูกค้าได้แบบครบวงจร ตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ (Conceptual Study) ออกแบบ ก่อสร้าง ทดสอบระบบ ไปจนถึงการดูแลระยะยาว (Facility Management)

เบื้องหลังระบบน้ำไทย สู่การปักธงอาเซียน

สุทธิพัณ ได้เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์สำคัญในการบุกตลาดอาเซียน โดย ส.นภา ได้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนนำเข้าและจำหน่ายเทคโนโลยีแผ่นแลกเปลี่ยนความร้อนสแตนเลส (Myca Plate Technology / Plate Heat Exchanger) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวที่ได้รับการรับรองจาก World Aquatics (FINA) โดยได้รับสิทธิ์ดูแลครอบคลุมทั้งประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) ช่วยเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และเสริมความแข็งแรงในการสร้างหรือรีโนเวตสระว่ายน้ำระดับสากล ซึ่งล่าสุดได้ลงนามสัญญาก่อสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐานการแข่งขัน ณ เทศบาลเมืองพัทยา เพื่อรองรับการเป็นศูนย์ฝึกซ้อมและจัดแข่งขันกีฬาระดับโลก

สำหรับโครงสร้างรายได้ 4,000 ล้านบาทในปีนี้ แบ่งสัดส่วนออกเป็น GUSCO 55%, S. Napa 40% และ GEM 5% โดย ส.นภา เติบโตโดดเด่นเกือบ 10% จากงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ขณะที่ฝั่งอุตสาหกรรมขยายตัวสูงถึง 20-30% โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานทุนของกลุ่ม Data Center และโรงงานผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) จากจีนและไต้หวัน ซึ่งมีความต้องการระบบน้ำประปาคุณภาพสูง ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบน้ำบริสุทธิ์

โดยปัจจุบัน GUSCO เป็นผู้ดูแลระบบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รวม 14 แห่ง เช่น มาบตาพุด บางปู และลาดกระบัง ตลอดจนลูกค้ารายใหญ่อย่าง กฟผ., กลุ่ม ปตท., ไทยเบฟ, นิคมอมตะ และนิคมสหพัฒน์

เจาะ SN Group เบื้องหลังระบบน้ำ 67 ปี ลุยโซลูชันน้ำ-บุกอาเซียนรายได้ 4 พันล้าน

ถอดบทเรียนอุทกภัย แก้โจทย์ห้องปั๊มจมน้ำ-วางระบบสู้ภัยธรรมชาติ

นอกจากนี้ SN Group ยังนำความเชี่ยวชาญเบื้องหลังระบบน้ำมาถอดบทเรียนจากวิกฤตอุทกภัย โดยชี้ให้เห็นจุดอ่อนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ที่มักออกแบบห้องปั๊มน้ำไว้ในระดับต่ำใต้ดินเพื่อประหยัดพื้นที่ขาย เมื่อเกิดน้ำท่วมจึงทำให้ระบบไฟฟ้าของปั๊มเสียหายและไม่สามารถสูบน้ำออกจากอาคารได้ SN Group จึงเข้าไปช่วยวางระบบตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อยกระดับห้องปั๊ม ทำกำแพงป้องกัน และติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ (Automation Detect) ยามเกิดน้ำปนเปื้อน

ขณะเดียวกัน ตลาดลูกค้ารายย่อยและอสังหาริมทรัพย์ยังมีเทรนด์การขยายตัวของสระว่ายน้ำในบ้านเพื่อสุขภาพ สระสำหรับผู้สูงอายุ และระบบวารีบำบัด (Hydrotherapy) ซึ่งมีราคาเริ่มต้นสำหรับงานระบบสระขนาดเล็กที่ประมาณ 2-3 แสนบาท ตลอดจนการเติบโตเท่าตัวของกลุ่มธุรกิจสปาและ Wellness

เจาะ SN Group เบื้องหลังระบบน้ำ 67 ปี ลุยโซลูชันน้ำ-บุกอาเซียนรายได้ 4 พันล้าน

ส่วนในภาคอุตสาหกรรม SN Group มุ่งนำเสนอโซลูชันการบำบัดและหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse & Recycling) ที่สามารถคำนวณการลด Carbon Footprint ควบคู่กับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุนพลังงานและขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ต่อยอดประสบการณ์ 67 ปีด้วยพันธกิจ 5 ด้าน ได้แก่ Deliver Smart Solutions, Develop People, Drive Innovation, Build Trust และ Sustainable Growth เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีน้ำและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัว