
แสนสิริปักหัวหิน ดึง The Standard เปิด Branded Residences ติดหาดที่แรก
แสนสิริเปิดตัว The Standard Residences, Hua Hin มูลค่า 4,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียมติดชายหาดแห่งแรกของโลกภายใต้แบรนด์ The Standard ชูกรรมสิทธิ์ Freehold ทำเลหายาก พร้อมตั้งเป้ายกระดับหัวหินสู่ Global Resort Destination
KEY
POINTS
- แสนสิริร่วมมือกับ The Standard เปิดตัวโครงการ "The Standard Residences, Hua Hin" ซึ่งเป็นที่พักอาศัยติดชายหาดแห่งแรกของโลกภายใต้แบรนด์ The Standard
- โครงการมูลค่า 4,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนที่ดินกรรมสิทธิ์ Freehold ติดหาดหัวหินซึ่งเป็นทำเลหายาก ประกอบด้วย 251 ยูนิต
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับหัวหินสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการพักผ่อนระดับโลก (Global Resort Destination) ดึงดูดผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ
แสนสิริเดินหน้าเกมอสังหาริมทรัพย์ลักซ์ชัวรี ผนึก The Standard เปิดตัว “The Standard Residences, Hua Hin” มูลค่า 4,500 ล้านบาท โครงการที่อยู่อาศัยติดชายหาดแห่งแรกของโลกภายใต้แบรนด์ The Standard บนพื้นที่ 9 ไร่ จำนวน 251 ยูนิต ชูกรรมสิทธิ์ Freehold ทำเลหายาก พร้อมส่วนกลางขนาด 4 ไร่ และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ระดับโลก หวังผลักดันหัวหินสู่ Global Resort Destination โดยปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 40%
แสนสิริวางหมากหัวหิน ดันเมืองตากอากาศสู่ตลาดโลก
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หัวหินเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท ซึ่งมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจในพื้นที่มาเกือบ 4 ทศวรรษ โดยมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะใจกลางเมืองใหญ่ระดับโลกอีกต่อไป แต่ยังขยายไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะบุคคล หรือ Lifestyle Asset
เป้าหมายของแสนสิริจึงมากกว่าการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดหัวหิน แต่ต้องการมีส่วนร่วมยกระดับเมืองตากอากาศของไทยให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ ผ่านการพัฒนาโครงการที่ผสานศักยภาพของทำเลเข้ากับแบรนด์ระดับโลกและประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่าง
สำหรับ The Standard Residences, Hua Hin บริษัทเปิดเผยว่าปัจจุบันมียอดขายแล้วมากกว่า 40% จากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่มองหาประสบการณ์การอยู่อาศัยไม่เหมือนใคร โดยจุดแข็งสำคัญคือการเป็นที่อยู่อาศัยติดชายหาดที่ถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Freehold ซึ่งหาได้ยาก รวมถึงการนำแบรนด์ระดับโลกเข้ามาสร้างความแตกต่างทั้งด้านการออกแบบ พื้นที่ส่วนกลาง กิจกรรมไลฟ์สไตล์ และสิทธิพิเศษจากแบรนด์
นายอุทัยกล่าวว่า หัวหินมีศักยภาพจากการเดินทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ประกอบกับเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม อาหาร สุขภาพและการดูแลตัวเอง (Wellness) ตลอดจนความโดดเด่นด้านการบริการของไทย ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาเมืองให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนสามารถเดินทางมาพักผ่อนและเลือกใช้ชีวิตในระยะยาวได้
ผนึก The Standard สร้างมาตรฐาน Branded Residence
ทีนา เนคราสัน (Tina Necrason) Global Head Branded Residential at Hyatt กล่าวว่า ความสำเร็จของ The Standard Residences ในหลายเมืองทั่วโลกสะท้อนให้เห็นว่าหัวใจของโครงการประเภทนี้อยู่ที่การสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวและเชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทางอย่างแท้จริง
การร่วมมือกับแสนสิริซึ่งมีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรีและเข้าใจศักยภาพของหัวหินอย่างลึกซึ้ง สอดคล้องกับแนวคิดของ The Standard ที่ให้ความสำคัญกับ Design, Culture, Community และ Lifestyle โดยเชื่อว่าโครงการจะสามารถนำประสบการณ์ของแบรนด์ระดับโลกมาผสานกับเสน่ห์ของหัวหินได้อย่างลงตัว และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด Beachfront Branded Residence ในภูมิภาค
The Standard Residences, Hua Hin พัฒนาภายใต้แนวคิด “The Place to Be is Now the Place to Live” ต่อยอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ The Standard จากธุรกิจไลฟ์สไตล์และโรงแรมสู่ที่อยู่อาศัยที่สามารถใช้ชีวิตได้ทุกวัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าพักเพื่อการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน แสนสิริยังนำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีมาผสานกับบริการหลังการขายโดย PLUS Property เพื่อดูแลคุณภาพการอยู่อาศัยและสนับสนุนการรักษามูลค่าของโครงการในระยะยาว สร้างความแตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไปด้วยประสบการณ์และบริการที่เชื่อมโยงกับแบรนด์
Freehold ติดหาด 251 ยูนิต ราคาเริ่ม 10.99 ล้านบาท
The Standard Residences, Hua Hin มีมูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 9 ไร่ บริเวณชายหาดที่มีความสงบและเป็นส่วนตัว ประกอบด้วยห้องชุดขนาด 1-3 ห้องนอน จำนวน 251 ยูนิต พร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดประมาณ 4 ไร่ ราคาขายอยู่ที่ 10.99-49.99 ล้านบาท และพร้อมเข้าอยู่ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
นอกจากนี้ ยังมีวิลล่าริมชายหาดระดับ Ultra-Rare Beachfront Pool Villa จำนวน 2 ยูนิต ราคาเกินกว่า 100 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งบริษัทระบุว่าขายหมดแล้วทั้ง 2 ยูนิต
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก โครงการออกแบบให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของ The Standard โดยมีสนามพิกเคิลบอล (Pickleball Court) และลานโบว์ลิง (Bowling Alley) ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรกที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสองประเภท รวมถึง The Mud Lounge ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์
ขณะเดียวกัน ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนและสุขภาพ ได้แก่ Salt Sauna และ Experience Shower ตลอดจนแนวคิด Pet-Friendly ที่เปิดให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้ พร้อมกิจกรรม Lifestyle Programming และสิทธิพิเศษจาก The Standard ตลอดทั้งปี ภายใต้เงื่อนไขของแบรนด์
บริษัทมองว่าการพัฒนาโครงการลักษณะนี้ไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องทำเล ขนาดห้องชุด หรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การอยู่อาศัยและบริการที่ผู้ซื้อจะได้รับเพิ่มเติมจากการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
รับกระแส Branded Residences โตทั่วโลก ชู Price Premium 20%
การเปิดตัวโครงการสอดรับกับแนวโน้ม Branded Residences หรือที่อยู่อาศัยที่เชื่อมโยงกับแบรนด์โรงแรมและไลฟ์สไตล์ ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก โดยข้อมูลที่บริษัทนำเสนอระบุว่าตลาดดังกล่าวเติบโตเกือบ 3 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในทำเลเมืองชายฝั่ง เกาะ และเมืองตากอากาศที่มีความโดดเด่นด้านไลฟ์สไตล์
สำหรับ The Standard Residences, Hua Hin บริษัทระบุว่าการผสานแบรนด์ระดับโลกเข้ากับทำเลติดชายหาดที่มีกรรมสิทธิ์ Freehold เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ พร้อมประเมินว่าการมีแบรนด์เข้ามาสนับสนุนสามารถสร้างส่วนเพิ่มด้านราคา (Price Premium) ได้ประมาณ 20% ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินที่บริษัทนำเสนอ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนหรือการเพิ่มขึ้นของราคาทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อ
นายอุทัยกล่าวสรุปว่า โครงการนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางหมุดหมายใหม่ให้กับตลาด Luxury Beachfront Residence ของไทย โดยต้องการเพิ่มศักยภาพของหัวหินในการดึงดูดผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาว (Long-stay) ในเมืองตากอากาศที่มีความพร้อมรองรับการใช้ชีวิต
โดยแสนสิริมองว่าการเชื่อมโยงศักยภาพของทำเลเข้ากับแบรนด์ระดับโลกและประสบการณ์ที่แตกต่าง จะช่วยผลักดันหัวหินจากเมืองที่ผู้คนเดินทางมาเยือนเพื่อพักผ่อน ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนจากทั่วโลกต้องการเข้ามาใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงเดินทางมาท่องเที่ยวเท่านั้น






