
ราชกิจจาฯ ปรับผังเมืองเชียงใหม่ เปิด 6 ตำบลใช้ทำพาณิชยกรรม
มหาดไทยแก้ผังเมืองรวมเชียงใหม่ เปิดทางที่ดินอนุรักษ์ป่าไม้บางบริเวณใน 6 ตำบล ใช้ทำพาณิชยกรรมประเภทอาคารเดี่ยว มีผล 7 ต.ค. 2569เป็นต้นไป
KEY
POINTS
- ราชกิจจานุเบกษาประกาศแก้ไขผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ โดยปรับข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้บางส่วน
- เปิดให้ประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารเดี่ยวได้ในพื้นที่ 6 ตำบลของ อ.เวียงแหง และ อ.กัลยาณิวัฒนา
- การใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าวมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นที่ดินของเอกชน ไม่ใช่การจัดสรรที่ดิน และไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2569 ปรับข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้บางบริเวณ เปิดให้ประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารเดี่ยวได้
ราชกิจจาฯ ปรับผังเมืองเชียงใหม่
ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนในอำเภอเวียงแหงและอำเภอกัลยาณิวัฒนา ประกาศดังกล่าวลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือวันที่ 7 ตุลาคม 2569
ปรับการใช้ที่ดินรองรับบริการประชาชน
สาระสำคัญของประกาศระบุว่า การแก้ไขครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประกอบพาณิชยกรรมบางประเภทที่เกี่ยวกับการบริการประชาชนในที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
โดยให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ 10 แห่งกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 และใช้ข้อความใหม่แทน เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อยกเว้นสำหรับพื้นที่ที่ระบุไว้โดยเฉพาะ
เปิดทางพาณิชยกรรมในพื้นที่ 6 ตำบล
ข้อกำหนดใหม่ระบุว่า ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม หรือการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่มิใช่การจัดสรรที่ดิน และไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ได้กำหนดข้อยกเว้นให้พื้นที่บางบริเวณสามารถใช้ประโยชน์เพื่อ ประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารเดี่ยว เพิ่มเติมจากการทำเกษตรกรรมและการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ได้แก่
- บริเวณหมายเลข 4.2 เฉพาะตำบลเปียงหลวง ตำบลแสนไห และตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง
- บริเวณหมายเลข 4.7 เฉพาะตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแจ่มหลวง และตำบลแม่แดด อำเภอกัลยาณิวัฒนา
ทั้งนี้ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามข้อยกเว้นดังกล่าวยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไข มิใช่การจัดสรรที่ดิน และไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่
ขอบเขตบริเวณผังเมืองกำหนด
ประเด็นสำคัญของการแก้ไขครั้งนี้ คือการเพิ่มทางเลือกใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับกิจกรรมพาณิชยกรรมประเภทอาคารเดี่ยวในพื้นที่ที่ระบุไว้ โดยขอบเขตการใช้ข้อยกเว้นต้องพิจารณาทั้งหมายเลขบริเวณในผังเมืองและรายชื่อตำบลประกอบกัน
ดังนั้น ที่ดินที่จะใช้ประโยชน์ตามข้อกำหนดนี้ต้องอยู่ในบริเวณหมายเลข 4.2 หรือ 4.7 เฉพาะตำบลที่ประกาศกำหนด และเป็นที่ดินซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้การปรับผังเมืองครั้งนี้จึงมีนัยต่อการใช้พื้นที่เพื่อให้บริการประชาชนในสองอำเภอ โดยยังคงกำหนดกรอบประเภทอาคารและรูปแบบการใช้ที่ดินไว้อย่างชัดเจน







