
CCP รับ ดาต้าเซ็นเตอร์ EEC ตุน Backlog 1.87 พันล้าน ดันรายได้โต 10%
CCP ตุน Backlog 1,870 ล้านบาท รับงาน EEC-Data Center พร้อมเร่งผลิตสินค้า Low Carbon ขณะที่ CHARLIE ขยายโลจิสติกส์ ดันรายได้ปี 69 โต 10%
KEY
POINTS
- CCP เผย Backlog มูลค่า 1,870 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ EEC
- บริษัทคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ดังกล่าวประมาณ 50-60% ภายในปี 2569 และส่วนที่เหลือในปีถัดไป
- บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 เติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากการรับรู้รายได้จาก Backlog และโอกาสจากงานใหม่ๆ
บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดแผนธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 รับแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างฟื้นตัว โดยเฉพาะพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ได้แรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และการลงทุนในโครงการ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอส่งมอบ (Backlog) ประมาณ 1,870 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569 ราว 50-60% ส่วนที่เหลือจะรับรู้ในปี 2570
ทั้งนี้ ภายใน Backlog ของ CCP มีงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Data Center ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นโอกาสในการขยายฐานธุรกิจจากตลาดก่อสร้างทั่วไปไปสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
ปรับผลิตรับงานเฉพาะทาง ชูสินค้า Low Carbon
CCP ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับทิศทางตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่ม Low Carbon ที่บริษัทพัฒนาและเตรียมไว้รองรับความต้องการของโครงการก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับประเด็น ESG และการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้ารับงานโครงการขนาดใหญ่ ทั้งโครงการ Data Center และงานภาครัฐในอนาคต ขณะเดียวกันบริษัทยังปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับสินค้าที่มีความหลากหลาย รวมถึงงานที่ต้องการผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง
บริษัทนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรเข้ามาช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิต รวมถึงควบคุมต้นทุน ขณะเดียวกันยังรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเข้าประมูลงานใหม่จากทั้งภาครัฐและเอกชน
CHARLIE ขยายลานตู้เคมี-คลังสินค้า
ด้านธุรกิจของบริษัทย่อย บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชัน จำกัด หรือ CHARLIE เตรียมขยายธุรกิจเพื่อรับโอกาสจากการพัฒนาพื้นที่รอบ ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 รวมถึงแผนย้ายและลดบทบาทของท่าเรือคลองเตย ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจคลังสินค้าปลอดอากร
ปัจจุบัน CHARLIE อยู่ระหว่างศึกษาการก่อสร้าง ลานตู้เคมีภัณฑ์เพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 2 ปี 2570 พร้อมเตรียมก่อสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัว
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นการทำสัญญาเช่าระยะยาวตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เพื่อสร้างฐานรายได้ประจำ (Recurring Income) และเพิ่มความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว
จับมือพันธมิตรต่อยอด EV Truck
อีกหนึ่งธุรกิจใหม่ของ CHARLIE คือการต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในการประกอบ รถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) ระบบ Swap Battery โดยมีสถานีสลับแบตเตอรี่แห่งแรกที่แหลมฉบัง
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกอบและเตรียมส่งมอบรถ EV Truck จำนวน 30 คัน โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ใน ไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นอีกหนึ่ง New S-Curve สำหรับต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์ และรองรับทิศทางการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายอาทิตย์กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและภาคการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังมีความผันผวน ทั้งจากต้นทุนและปัจจัยภายนอก แต่พฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความมั่นคงของผู้ผลิตและมาตรฐานคุณภาพสินค้ามากขึ้น
CCP จึงใช้จุดแข็งด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยลดการใช้แรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต และควบคุมต้นทุนค่าแรง พร้อมปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อรองรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
ขณะเดียวกันบริษัทจะเดินหน้าเข้าประมูลงานทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้ รายได้ปี 2569 เติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ รวมถึงโอกาสจากงานก่อสร้างใหม่ในพื้นที่ EEC โครงการ Data Center และตลาดงานภาครัฐและเอกชน







