thansettakij
thansettakij
ประกาศใช้ ผังเมืองวังจันทร์ฉบับใหม่คุมเข้มใช้ที่ดิน รับ EEC-เมืองนวัตกรรม

ประกาศใช้ ผังเมืองวังจันทร์ฉบับใหม่คุมเข้มใช้ที่ดิน รับ EEC-เมืองนวัตกรรม

09 ก.ย. 69 | 09:25 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ย. 69 | 09:41 น.

มท.ประกาศใช้ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ ระยอง พ.ศ. 2569 วางกรอบรองรับ EEC -เศรษฐกิจนวัตกรรม พร้อมคุมโรงงาน อาคารขนาดใหญ่ คลังน้ำมัน กิจการเสี่ยงมลพิษ กระทบโดยตรงเจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ โครงการลงทุนใหม่

KEY

POINTS

  • ประกาศใช้ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ฉบับใหม่ เพื่อจัดระเบียบการใช้ที่ดินให้สอดรับกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการเป็นเมืองนวัตกรรม
  • แบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินออกเป็น 11 ประเภท โดยมี "เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ" เพื่อรองรับการลงทุนด้านนวัตกรรม วิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะ
  • กำหนดข้อบังคับการใช้ที่ดินที่เข้มงวดขึ้น โดยนักลงทุนต้องตรวจสอบประเภทพื้นที่ ข้อกำหนดขนาดอาคาร และบัญชีประเภทโรงงานที่ได้รับอนุญาตอย่างละเอียด

การพัฒนาพื้นที่อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง นับจากนี้จะอยู่ภายใต้กรอบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ชัดเจนขึ้น หลังประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569

จัดระเบียบรองรับ EEC โต

 

สาระสำคัญของผังเมืองฉบับใหม่ คือ การจัดระเบียบพื้นที่เพื่อรองรับการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ควบคู่กับการรักษาพื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ แหล่งน้ำ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชน

ผลที่ตามมาคือ เจ้าของที่ดินและผู้ประกอบการไม่สามารถพิจารณาการลงทุนจากราคาหรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่าแปลงที่ดินอยู่ในพื้นที่สีใด สามารถทำกิจการประเภทใดได้ รวมถึงติดข้อจำกัดเรื่องขนาดอาคาร ความสูง สัดส่วนพื้นที่ก่อสร้าง ความกว้างถนน และระยะร่นจากทางหลวงหรือแหล่งน้ำหรือไม่

 

แบ่งพื้นที่ 11 กลุ่ม คุมทิศทางการพัฒนา

ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์แบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินออกเป็น 11 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ย.1
  • ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ย.2–ย.3
  • พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก พ.1–พ.2
  • เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ ขก.
  • ชนบทและเกษตรกรรม ก.1–ก.3
  • เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปก.
  • ที่โล่งเพื่อนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ล.
  • พื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ อป.
  • สถาบันการศึกษา ศษ.
  • สถาบันศาสนา ศน.
  • สถาบันราชการ สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ส.

การแบ่งพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนทิศทางที่ต้องการให้ชุมชนวังจันทร์เติบโตเป็นศูนย์กลางการบริหาร การค้า และบริการระดับอำเภอ ขณะเดียวกันต้องรองรับกิจกรรมด้านนวัตกรรมและการลงทุนใน EEC โดยไม่ปล่อยให้เมืองขยายตัวรุกพื้นที่เกษตรหรือแหล่งทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่มีการควบคุม

เปิดทางเศรษฐกิจนวัตกรรม แต่ไม่ใช่พื้นที่อุตสาหกรรมเสรี

พื้นที่ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลงทุนคือ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ หรือพื้นที่ ขก. ซึ่งวางไว้รองรับกิจกรรมด้านนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนที่อยู่อาศัย การค้า และบริการสำหรับบุคลากรในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม การกำหนดเขตดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโรงงานหรือกิจการทุกชนิดสามารถเข้ามาดำเนินการได้โดยอัตโนมัติ การลงทุนยังต้องเป็นไปตามบัญชีประเภทโรงงานท้ายประกาศ รวมถึงกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กฎหมายโรงงาน กฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายสิ่งแวดล้อม

ประเด็นนี้จึงมีผลต่อผู้ลงทุนที่ถือครองหรือกำลังมองหาที่ดินในวังจันทร์ โดยเฉพาะกิจการเทคโนโลยี ศูนย์วิจัย อุตสาหกรรมสมัยใหม่ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับ EEC ซึ่งแม้จะได้รับโอกาสจากการกำหนดพื้นที่รองรับ แต่ยังต้องตรวจสอบข้อกำหนดในระดับแปลงอย่างละเอียด

โรงงานต้องเช็กบัญชีท้ายประกาศเป็นรายกิจการ

ผังเมืองฉบับนี้แนบบัญชีประเภทหรือชนิดของโรงงาน แยกตามพื้นที่แต่ละประเภทอย่างละเอียด จึงไม่สามารถสรุปเพียงว่า “พื้นที่สีเขียวตั้งโรงงานไม่ได้” หรือ “เขตเศรษฐกิจพิเศษตั้งโรงงานได้ทุกชนิด”

โรงงานบางประเภทสามารถดำเนินการได้เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนด บางประเภทอนุญาตเฉพาะกระบวนการผลิตบางขั้นตอน และบางกิจการถูกจำกัดให้ดำเนินการได้เฉพาะพื้นที่ย่อยตามหมายเหตุท้ายตาราง

กิจการที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อาหาร ยาง ไม้ หรือวัตถุดิบในท้องถิ่น มีโอกาสได้รับอนุญาตมากกว่ากิจการที่ไม่สัมพันธ์กับฐานเศรษฐกิจของพื้นที่ แต่ยังต้องพิจารณาผลกระทบด้านกลิ่น เสียง ฝุ่น น้ำเสีย สารเคมี และวัตถุอันตรายประกอบด้วย

ดังนั้น คำว่า “ได้” ในตารางประเภทโรงงาน ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตโดยทันที เพราะโครงการยังต้องผ่านข้อกำหนดด้านอาคาร สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และกฎหมายเฉพาะอื่น

ที่อยู่อาศัย-พาณิชยกรรม ถูกจำกัดกิจการเสี่ยงกระทบชุมชน

พื้นที่อยู่อาศัยทั้งแบบหนาแน่นน้อยและหนาแน่นปานกลาง เปิดให้ใช้ประโยชน์เพื่อที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ สาธารณูปโภค และกิจการที่เหมาะสมกับชุมชน แต่จำกัดกิจการที่อาจสร้างผลกระทบต่อประชาชน

กิจการที่ถูกห้ามหรือควบคุมเข้มในหลายพื้นที่ ประกอบด้วย โรงงานบางประเภท คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน คลังหรือสถานีเกี่ยวกับก๊าซปิโตรเลียมเหลว การเลี้ยงสัตว์เชิงการค้า โรงแรมขนาดใหญ่ โรงมหรสพ คลังสินค้า สถานีขนส่งสินค้า สนามแข่งรถ สนามยิงปืน สถานที่เก็บวัตถุอันตราย การกำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล และกิจการซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

แม้แต่พื้นที่พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ซึ่งรองรับร้านค้า สำนักงาน บริการ และอาคารพักอาศัย ก็ยังไม่ได้เปิดกว้างสำหรับกิจการทุกประเภท โดยเฉพาะกิจการที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมของชุมชน

อาคารใหญ่ต้องดูทั้งขนาดแปลง ถนน และระยะร่น

ผลกระทบอีกด้านหนึ่งอยู่ที่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะผังเมืองกำหนดทั้งสัดส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน สัดส่วนพื้นที่อาคารปกคลุม ความสูงอาคาร ขนาดพื้นที่อาคารรวม และพื้นที่ว่างรอบอาคาร

อาคารพักอาศัยรวม อาคารพาณิชย์ โรงแรม หอพัก คลังสินค้า สถานีรับส่งสินค้า หรืออาคารที่มีคนใช้งานจำนวนมาก อาจต้องตั้งอยู่ริมถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตามเกณฑ์ จึงอาจเกิดกรณีที่กิจการได้รับอนุญาตตามสีผังเมือง แต่ไม่สามารถพัฒนาได้เต็มรูปแบบ เพราะถนนหน้าแปลงแคบเกินไปหรือแปลงมีขนาดไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดระยะร่นจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 ตลอดจนริมคลอง อ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำสำคัญ ซึ่งจะกระทบพื้นที่ก่อสร้างสุทธิและมูลค่าในการพัฒนาที่ดินบางแปลง

พื้นที่เกษตรยังพัฒนาได้ แต่ต้องสัมพันธ์กับฐานเศรษฐกิจท้องถิ่น

ที่ดินชนบทและเกษตรกรรม ก.1–ก.3 ถูกกำหนดให้ใช้เพื่อเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัยของเกษตรกร กิจการของรัฐ สาธารณูปโภค และกิจกรรมที่สนับสนุนภาคเกษตรเป็นหลัก ทั้งนี้ผังเมืองไม่ได้ปิดกั้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด แต่ต้องการให้กิจการที่เข้ามาเชื่อมโยงกับภาคเกษตร เช่น การรวบรวมผลผลิต การแปรรูป และธุรกิจสนับสนุนการเกษตร มากกว่าการเปลี่ยนพื้นที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมหรือโครงการพาณิชยกรรมขนาดใหญ่ ข้อกำหนดดังกล่าวช่วยชะลอการเปลี่ยนมือที่ดินเกษตรเพื่อเก็งกำไร แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจจำกัดทางเลือกของเจ้าของที่ดิน หากต้องการพัฒนาเป็นหมู่บ้าน อาคารขนาดใหญ่ คลังสินค้า หรือกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม ส่วนพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ปก. ยังคงต้องใช้ตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเป็นหลัก การกำหนดผังเมืองไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดตามกฎหมายเฉพาะหมดไป

 

คุมพื้นที่ป่า-แหล่งน้ำ ลดความเสี่ยงพัฒนาเกินขีดจำกัด

 

พื้นที่โล่ง พื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ แม่น้ำ คลอง อ่างเก็บน้ำ หนอง บึง และพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติ ถูกกำหนดให้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเมือง ไม่ใช่พื้นที่รอการเปลี่ยนแปลงเพื่อการก่อสร้างพื้นที่เหล่านี้มีบทบาททั้งด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การเป็นพื้นที่นันทนาการ การอนุรักษ์ต้นน้ำ และการรองรับน้ำในฤดูฝน การก่อสร้างหรือใช้ประโยชน์ที่ขัดขวางทางน้ำ ลดประสิทธิภาพการระบายน้ำ หรือกระทบทรัพยากรธรรมชาติจึง ถูกจำกัด

ผังน้ำที่แนบท้ายประกาศยังเชื่อมโยงทางน้ำภายในและภายนอกพื้นที่ เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ซึ่งหมายความว่าโครงการลงทุนอาจต้องเผื่อแนวทางน้ำ พื้นที่รับน้ำ หรือมาตรการระบายน้ำเพิ่มเติม แม้ที่ดินจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์โดยตรงก็ตาม

วางถนนใหม่รองรับการโตของเมือง

ผังเมืองกำหนดโครงข่ายคมนาคมในอนาคตหลายขนาด ตั้งแต่ถนนเขตทางประมาณ 12 เมตร ไปจนถึง 40 เมตร รวมถึงพื้นที่สำหรับสถานีขนส่งผู้โดยสารหรือศูนย์การขนส่ง ที่ดินซึ่งอยู่ในแนวถนนโครงการจะถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ โดยหลักใช้สำหรับการสร้างถนน ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง เจ้าของที่ดินจึงต้องตรวจสอบว่าแปลงอยู่ในแนวถนนโครงการหรือไม่ เพราะอาจมีผลต่อการขออนุญาตก่อสร้าง การแบ่งแปลง การประเมินศักยภาพที่ดิน และแผนลงทุนระยะยาว ในทางกลับกัน ที่ดินใกล้โครงข่ายถนนใหม่อาจมีศักยภาพเพิ่มขึ้นจากการเข้าถึงที่สะดวกกว่าเดิม โดยเฉพาะพื้นที่พาณิชยกรรม ที่อยู่อาศัย และเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ

 

กระทบการประเมินมูลค่าที่ดินและตัดสินใจลงทุน

 

แม้ผังเมืองไม่ได้เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่สามารถเปลี่ยน “ศักยภาพการใช้ประโยชน์” ของที่ดินได้โดยตรง แปลงที่อยู่ในพื้นที่พาณิชยกรรม เขตที่อยู่อาศัยหนาแน่น หรือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อาจมีโอกาสพัฒนาเพิ่มขึ้น ขณะที่แปลงในพื้นที่เกษตร อนุรักษ์ป่าไม้ พื้นที่โล่ง แนวทางน้ำ หรือแนวถนนโครงการ จะเผชิญข้อจำกัดมากกว่า

ผลกระทบจึงครอบคลุมทั้งราคาซื้อขายที่ดิน การขอสินเชื่อ ความคุ้มค่าของโครงการ และระยะเวลาในการขออนุญาต โดยเฉพาะนักลงทุนที่ซื้อที่ดินไว้ก่อนประกาศผังเมือง แต่ยังไม่ได้เริ่มพัฒนา

ก่อนซื้อหรือพัฒนาที่ดิน ต้องตรวจถึงระดับแปลง

สำหรับเจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ และนักลงทุน การตรวจเพียงสีของพื้นที่บนแผนที่อาจยังไม่เพียงพอ แต่ต้องพิจารณาร่วมกันอย่างน้อย 6 เรื่อง ได้แก่

  • รหัสพื้นที่และบริเวณย่อยของแปลง
  • ประเภทกิจการที่อนุญาตหรือห้าม
  • บัญชีประเภทโรงงานท้ายประกาศ
  • ขนาดแปลง ความสูง และพื้นที่รวมของอาคาร
  • ความกว้างถนนและระยะร่นจากถนนหรือแหล่งน้ำ
  • กฎหมายเฉพาะ เช่น EEC ปฏิรูปที่ดิน ป่าไม้ โรงงาน และสิ่งแวดล้อม

ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ฉบับใหม่จึงเป็นทั้งเครื่องมือเปิดพื้นที่รองรับเศรษฐกิจนวัตกรรมและมาตรการป้องกันการพัฒนาเกินขีดจำกัด โดยผู้ได้ประโยชน์จะเป็นโครงการที่สอดคล้องกับทิศทาง EEC เกษตรแปรรูป และกิจกรรมสนับสนุนชุมชน ส่วนกิจการที่ใช้พื้นที่มาก ก่อมลพิษ หรือไม่สัมพันธ์กับศักยภาพของพื้นที่ จะเผชิญเงื่อนไขเข้มงวดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้