
อสังหาฯ-รับเหมาแบกอ่วมต้นทุนน้ำมัน-ขนส่ง หลังการสู้รบตะวันออกกลางปะทุ
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางปะทุเดือดอีกระลอก อสังหาฯ-รับเหมาแบกอ่วมต้นทุนน้ำมัน-ขนส่ง เร่งระบายสต็อกรับมือ
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัสดุก่อสร้างที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้น
- ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะผู้รับเหมารายย่อย ได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปัญหาสภาพคล่อง ทำให้หลายรายต้องปิดกิจการ
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับสร้างบ้านต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น และคาดว่าราคาบ้านอาจต้องปรับขึ้น 5-15% หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
สถานการณ์การสู้รบจากตะวันออกกลาง คลี่คลายลงไม่นาน ล่าสุด กลับมาปะทุและลุกลามอีกครั้ง โดยมีสาเหตุมาจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายทางทหารของอิหร่าน ข้อกล่าวหาเรื่องการฟื้นฟูยุทโธปกรณ์ ที่สหรัฐฯ อ้างว่าอิหร่านพยายามแอบซ่อมแซมและสร้างระบบเรดาร์ขึ้นมาใหม่ จึงนำไปสู่คำสั่งโจมตีทำลายซ้ำเพื่อขัดขวาง รวมถึงข้อกล่าวหาและเหตุการณ์โจมตีเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้สถานการณ์ยกระดับความรุนแรงและกระทบต่อราคาพลังงาน ที่ทวีความตึงเครียดอยู่ในขณะนี้
ต้นทุนขึ้นแล้วลงยาก สงครามตะวันออกกลางทุบต่อ
ขณะที่ภาคธุรกิจ อตุสาหกรรมก่อสร้าง ภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่างตั้งรับโดยเฉพาะประเทศไทยที่ได้รับแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลกผันผวน เศรษฐกิจในประเทศซบเซา อยู่ก่อนแล้ว กลับถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์ดังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแม้จะมีความพยายามปรับตัว รัฐบาลหาช่องทาง ออกมาตรการมาสนับสนุน แต่เมื่อเทียบกับกำลังซื้อที่หายไปจากตลาด สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ มองว่า นอกจากต้นทุนที่ต้องเผชิญแล้วยังต้องพบกับศึกหนักที่ต้องแบกต่อไป ส่งผลให้ธุรกิจขนาดเล็กและเอสเอ็มอีต้องล้มหายตายจาก
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์(TCA) เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า จากการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ที่น่าจับตาภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง รวมถึงวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น และไม่มีแนวโน้มที่ปรับลงเรียกง่ายๆว่า ขึ้นแล้วลงยากและเมื่อการสู้รบปะทุขึ้นอีกระลอกประเมินว่าต้นทุนดังกล่าวจะปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง
ในขณะที่ สถาบันการเงินมีความระมัดระวังไม่ปล่อยสินเชื่อ ซึ่งมีผลถึงกระแสเงินสดในมือไม่มีต่อลมหายใจ โดยเฉพาะผู้รับเหมารายเล็ก ไม่ต่ำกว่า 3หมื่นราย ที่รับงานจากองค์กรปกครองท้องถิ่น ทยอยล้มหายตายจาก ที่สำคัญงบประมาณภาครัฐและจำนวนโครงการที่นำออกประมูลมีแนวโน้มลดลง โดยปีงบประมาณ2570 ที่น่าจะลดต่ำลงจากงบประมาณปี2569 ที่เคยลดลงมามากถึง30-40% และส่วนใหญ่งานประมูลที่ได้จะตกอยู่ที่รายใหญ่ ที่เข้ามาแย่งงาน โครงการขนาดเล็กของผู้รับเหมารายเล็ก ในขณะที่รายใหญ่บางรายเริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่องลุกลาม
โค้งท้ายต้นทุน‘รับสร้างบ้าน’ จ่อพุ่ง
ทางด้าน ภาคอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจรับสร้างบ้าน ต่างได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งมีผลต่อต้นทุนวัสดุก่อสร้าง การขนส่ง และพลังงาน โดยผู้ประกอบการมองว่า หากสงครามจบเร็วไม่ยืดเยื้อ มองว่าจะกระทบระยะสั้น แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือหากยืดเยื้อจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนก่อสร้าง ซึ่งสุดท้ายจะสะท้อนผ่านราคาบ้าน ทั้งต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และค่าขนส่ง วัสดุที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม รวมถึงวัสดุที่ใช้ไฟฟ้าหรือน้ำมันในกระบวนการผลิต มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามราคาพลังงานโลก ขณะที่งานโครงสร้างหลักของบ้านยังคงพึ่งพาปูนและเหล็กเป็นสำคัญ โดยบางส่วนต้องนำเข้า
โดยสมาคม ธุรกิจรับสร้างบ้านประเมินไว้ว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ วัสดุโครงสร้างหลักอย่างปูนและเหล็กจะปรับขึ้นได้ราว 30% จากแรงกดดันด้านพลังงานและต้นทุนการนำเข้า ซึ่งหากส่งผ่านมายังต้นทุนรวม อาจทำให้ต้นทุนก่อสร้างเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 15% และมีความเป็นไปได้ที่ราคาบ้านจะต้องขยับขึ้นราว 10% เพื่อรักษาสมดุลทางธุรกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของค่าแรงและต้นทุนน้ำมันที่กระทบการขนส่งและมีการ คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป ราคาน้ำมันและทองคำที่ปรับตัวสูงจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุน และช่วงปลายปีมีโอกาสเห็นราคาก่อสร้างปรับขึ้นในกรอบ 5-15%
อย่างไรก็ตามสงครามการสู้รบที่ปะทุขึ้น ทุกภาคส่วนยังต้องติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเมินว่าปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และต้นทุนพลังงาน จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาบ้านและกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงที่เหลือของปี ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่คลี่คลาย
ในทางกลับกัน ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นฐานการผลิตและซัพพลายสำคัญของโลก เนื่องจากไม่ได้เป็นพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง ไม่มีผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรง แต่มีความพร้อมทางด้านสาธารณูปโภค โครงข่ายการเดินทางเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านและประเทศมหามิตรที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน จึงอาจได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเข้าสู่ภูมิภาคมากขึ้น
บ้าน-คอนโดฯแบกต้นทุนเร่งระบายสต็อก
ทางด้านภาคที่อยู่อาศัย ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความเข้มงวดสถาบันการเงิน กำลังซื้อที่หดหาย กำลังซื้อต่างชาติที่เคยพึ่งพาได้กลับลดลง ขณะสต็อกในมือมีรวมกันมากถึง1.3ล้านล้านบาทในเขตกรุงเทพมหานคร และใช้เวลาดูดซับนานหลายปี ที่เป็นบวกคือผู้ประกอบการต่างลดการเปิดตัวโครงการลง ขณะเดียวกันได้เข้าไปเติมเต็มในทำเลที่มีดีมานด์ ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง
สำหรับต้นทุนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบสงครามในตะวันออกกลาง ทั้งราคาพลังงาน ค่าขนส่ง วัสดุก่อสร้างที่ผ่านมา หลายค่ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และยังเลือกตรึงราคาออกไปก่อน พร้อมเร่งระบายสต็อก ลดแลกแจกแถม เพราะหากขยับราคาตามกลไกที่แท้จริงย่อมสวนทางต่อกำลังซื้อที่หายไปแต่หากไม่ไหวและเป็นโครงการใหม่ต้องบวกเพิ่มโดยต้องมั่นใจว่าจะขายได้







