
สิงห์ เอสเตท จับมือ UOB ปั้นกลยุทธ์บ้านลักชัวรี สู่ Wealth & Legacy
สิงห์ เอสเตท จับมือธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยกระดับกลยุทธ์ตลาดบ้านลักชัวรี เชื่อมการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยกับบริการบริหารความมั่งคั่ง เจาะลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง พร้อมต่อยอดการดูแลลูกบ้านระยะยาว
KEY
POINTS
- สิงห์ เอสเตท ร่วมมือกับธนาคารยูโอบี เปิดตัวแคมเปญ “Singha Estate x UOB Wealth: Legacy Wealth Edition” เพื่อเชื่อมโยงการเป็นเจ้าของบ้านลักชัวรีเข้ากับการวางแผนบริหารความมั่งคั่ง
- มอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ลูกค้าของทั้งสององค์กร ครอบคลุมบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น เครดิตเงินคืนสูงสุด 500,000 บาท
- กลยุทธ์นี้มุ่งยกระดับประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และบริการทางการเงิน
การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีกำลังขยายขอบเขต จากการพัฒนาโครงการและการแข่งขันด้านทำเล สู่การสร้างประสบการณ์และบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการบริหารความมั่งคั่งของลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S จึงร่วมมือกับ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “Singha Estate x UOB Wealth: Legacy Wealth Edition” ภายใต้แนวคิด “Elevating Wealth. Defining Legacy.” เพื่อเชื่อมการเป็นเจ้าของบ้านเข้ากับการวางแผนทางการเงินและการบริหารความมั่งคั่ง
ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกบ้านเดิมในพอร์ตที่อยู่อาศัยของสิงห์ เอสเตท รวมถึงลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของธนาคารยูโอบี โดยเป็นการต่อยอดบทบาทจากการพัฒนาที่อยู่อาศัย สู่การสร้าง Wealth & Legacy Experience และการดูแลลูกค้าในระยะยาว
ขยายจาก Home Ownership สู่ Wealth Experience
นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวว่า ความร่วมมือกับธนาคารยูโอบีครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยสู่การสร้าง Wealth & Legacy Experience
โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าของทั้งสององค์กรเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงทั้งการอยู่อาศัยและการบริหารความมั่งคั่ง
ทั้งนี้ ครอบคลุมลูกค้าใหม่ ลูกบ้านปัจจุบันของสิงห์ เอสเตท และลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของธนาคารยูโอบี สะท้อนแนวทางการดูแลลูกค้าที่ไม่ได้สิ้นสุดเพียงวันที่ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย แต่ต้องการสร้างความสัมพันธ์และต่อยอดคุณค่าให้กับลูกค้าในระยะยาว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การผสานความเชี่ยวชาญระหว่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการบริหารความมั่งคั่ง จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าระดับสูงมากขึ้น พร้อมขยายฐานลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง และยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของบ้านให้เชื่อมโยงกับการวางแผนชีวิตและความมั่งคั่งในอนาคต
แคมเปญดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Wealth Access, Beyond Living และ Legacy Community
- Wealth Access เปิดทางเข้าถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง
แกนแรก Wealth Access มุ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management ได้มากขึ้น โดยลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์กับธนาคารยูโอบี
โดยสามารถรับสิทธิ์ในการยกระดับเป็นสมาชิก UOB Privilege Banking และ UOB Wealth Banking ภายใต้เงื่อนไขด้านมูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหาร หรือ AUM ในรูปแบบผลิตภัณฑ์การลงทุนตามที่ธนาคารกำหนด
แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามเชื่อมโยงการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์สำคัญของลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง เข้ากับการบริหารสินทรัพย์และการวางแผนทางการเงินในระยะยาว
- Beyond Living ดึงสิทธิประโยชน์สินเชื่อบ้าน
ส่วนแกน Beyond Living เป็นการเชื่อมประสบการณ์ด้านที่อยู่อาศัยเข้ากับสิทธิประโยชน์ทางการเงิน โดยลูกบ้านสิงห์ เอสเตท และลูกค้าของธนาคารยูโอบี จะได้รับเอกสิทธิ์ด้านสินเชื่อบ้านที่ออกแบบสำหรับลูกค้า UOB Privilege Banking และ UOB Wealth Banking
สำหรับลูกค้า UOB Privilege Banking ที่เข้าเงื่อนไข สามารถรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 3 ปีแรก 1.90% ต่อปี ครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยของสิงห์ เอสเตท ตามเงื่อนไขของธนาคาร
นอกจากนี้ ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหรือรีไฟแนนซ์ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป สามารถสมัครบัตรเครดิต UOB Infinite ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ขณะเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของธนาคารยูโอบีที่เลือกซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการของสิงห์ เอสเตท จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ เครดิตเงินคืนสูงสุด 500,000 บาท และสิทธิ์ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 3 ปี พร้อมการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนส่วนบุคคล
- Legacy Community ดูแลลูกค้าและต่อยอดระยะยาว
อีกหนึ่งแกนสำคัญ คือ Legacy Community ซึ่งเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ตั้งแต่ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ไปจนถึงลูกบ้านเดิมที่มีความต้องการรีไฟแนนซ์ โดยเชื่อมต่อบริการด้านการบริหารความมั่งคั่งและโซลูชันทางการเงินสำหรับลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง
นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดูแลลูกค้าแบบองค์รวม ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตและการบริหารความมั่งคั่งเข้าด้วยกัน
โดยมองว่าที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์สำคัญของชีวิต แต่ยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาว ธนาคารจึงมุ่งนำเสนอโซลูชันทางการเงินและการบริหารสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถสร้าง รักษา และส่งต่อความมั่งคั่งได้อย่างมั่นคง
เจาะลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง ผ่านพันธมิตรธุรกิจ
ความร่วมมือระหว่าง สิงห์ เอสเตท และธนาคารยูโอบี ยังสะท้อนแนวโน้มการแข่งขันของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน ซึ่งผู้พัฒนาโครงการไม่ได้แข่งขันเพียงการนำเสนอสินค้า แต่เริ่มขยายการสร้างระบบนิเวศบริการและพันธมิตร เพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้าตลอดระยะเวลาการอยู่อาศัย
สำหรับ สิงห์ เอสเตท การร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายฐานลูกค้าระดับสูง ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์กับลูกบ้านเดิม โดยนำจุดแข็งด้านอสังหาริมทรัพย์มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน Wealth Management ของธนาคารยูโอบี
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการดูแลลูกค้าของสิงห์ เอสเตท ด้วยการเชื่อมโยงที่อยู่อาศัยเข้ากับการบริหารความมั่งคั่งอย่างเป็นระบบ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง ควบคู่กับการดูแลลูกบ้านเดิมในระยะยาว
“เป้าหมายคือการขับเคลื่อนประสบการณ์ Home Ownership สู่ Wealth & Legacy Experience เพื่อสร้างคุณค่าและความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องในทุกช่วงชีวิตของลูกค้า” นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย






