thansettakij
thansettakij
บ้านจัดสรร EEC เริ่มชะลอ REIC ชี้กำลังซื้ออ่อนแรง ผู้ประกอบการเร่งระบายสต็อก

บ้านจัดสรร EEC เริ่มชะลอ REIC ชี้กำลังซื้ออ่อนแรง ผู้ประกอบการเร่งระบายสต็อก

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยดัชนีราคาบ้านจัดสรรในพื้นที่ EEC ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 126.4 จุด เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อน แต่ทรงตัวจากไตรมาสแรก สะท้อนกำลังซื้อชะลอและหน่วยเหลือขายจำนวนมาก ขณะที่ชลบุรียังเป็นจังหวัดที่ราคาปรับขึ้นสูงสุด

KEY

POINTS

  • ตลาดบ้านจัดสรรในพื้นที่ EEC เริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว โดยดัชนีราคาในไตรมาส 2 ปี 2569 ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า
  • ปัจจัยหลักเกิดจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง ประกอบกับปริมาณบ้านเหลือขายในตลาดที่ยังมีจำนวนมาก
  • ผู้ประกอบการเร่งระบายสต็อกด้วยการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย โดยเน้นการฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และของแถม เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
  • บ้านเดี่ยวยังคงเป็นกลุ่มที่ราคาเติบโตดีที่สุด สวนทางกับทาวน์เฮาส์ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่ราคาปรับตัวลดลง สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ดัชนีราคาบ้านจัดสรรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรอยู่ที่ 126.4 จุด เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากระดับ 125.8 จุด แต่ ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อน (QoQ) สะท้อนว่าตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ EEC เริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว

REIC ระบุว่า แม้ต้นทุนการพัฒนาโครงการยังอยู่ในระดับสูง แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง ประกอบกับปริมาณหน่วยเหลือขายในตลาดที่ยังมีจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการเร่งระบายสต็อกผ่านมาตรการส่งเสริมการขาย ส่งผลให้การปรับขึ้นของราคาบ้านเริ่มชะลอลง

ชลบุรีราคาขยับสูงสุด ระยองเริ่มอ่อนแรง

เมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบว่า จังหวัดชลบุรี ยังคงเป็นตลาดที่มีการปรับตัวของราคาสูงที่สุด โดยดัชนีอยู่ที่ 130.5 จุด เพิ่มขึ้น 0.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีดัชนี 122.3 จุด เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ส่วน จังหวัดระยอง มีดัชนี 122.1 จุด ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าตลาดบางพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวมากขึ้น
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดบ้านจัดสรรในพื้นที่ EEC ยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่าทำเลยังมีศักยภาพจากการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ก็ตาม

บ้านเดี่ยวยังโต สวนทางทาวน์เฮาส์

เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า บ้านเดี่ยว ยังคงเป็นเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโตดีที่สุด โดยดัชนีราคาอยู่ที่ 150.3 จุด เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.2% จากไตรมาสก่อน

ในกลุ่มบ้านเดี่ยว ชลบุรียังคงนำตลาดด้วยดัชนี 156.5 จุด เพิ่มขึ้น 1.7% รองลงมาคือ ระยอง เพิ่มขึ้น 0.7% และฉะเชิงเทรา เพิ่มขึ้น 0.5%

ด้าน บ้านแฝด มีดัชนีราคา 115.3 จุด เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 0.2% จากไตรมาสก่อน โดยทั้ง 3 จังหวัดมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน

ในทางกลับกัน ทาวน์เฮาส์ เป็นกลุ่มเดียวที่ราคาปรับลดลง โดยดัชนีอยู่ที่ 113.8 จุด ลดลง 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะทรงตัวจากไตรมาสแรกก็ตาม

สำหรับรายจังหวัด พบว่า ชลบุรีมีการปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1% ขณะที่ระยองและฉะเชิงเทราลดลง 1.7% และ 1.0% ตามลำดับ สะท้อนการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในตลาดบ้านระดับราคาจับต้องได้

ผู้ประกอบการอัดโปรฟรีค่าโอน-ของแถม

REIC ยังสำรวจมาตรการส่งเสริมการขายของโครงการบ้านจัดสรรในพื้นที่ EEC พบว่า ของแถม เช่น เครื่องปรับอากาศ ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ ปั๊มน้ำ และแท็งก์น้ำ ยังคงเป็นโปรโมชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คิดเป็น 45.0% ของโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย แม้จะลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ระดับ 50.0%
ขณะที่โปรโมชั่น ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็น 41.6% จากเดิม 34.3% สะท้อนความพยายามของผู้ประกอบการในการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ซื้อ เพื่อเร่งการตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์
ส่วน การให้ส่วนลดเงินสด มีสัดส่วน 13.4% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 15.7% แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการหันมาใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าผ่านสิทธิประโยชน์และของแถม มากกว่าการแข่งขันด้านราคาตรง ๆ

REIC มองตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว

REIC ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรในพื้นที่ EEC ที่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน สะท้อนการเข้าสู่ช่วงปรับสมดุลของตลาด หลังจากก่อนหน้านี้ราคาที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากต้นทุนการก่อสร้าง ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง และราคาที่ดิน

อย่างไรก็ตาม ภาวะกำลังซื้อที่ชะลอลง ประกอบกับปริมาณหน่วยเหลือขายที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสต็อกผ่านโปรโมชั่นต่าง ๆ ส่งผลให้การปรับขึ้นของราคาบ้านในพื้นที่ EEC มีแนวโน้มชะลอตัว และเข้าสู่ภาวะทรงตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2