thansettakij
thansettakij
สมาคมบ้านจัดสรร มองผู้ว่าฯธปท.ปรับบทบาทสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

สมาคมบ้านจัดสรร มองผู้ว่าฯธปท.ปรับบทบาทสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

20 ส.ค. 69 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ส.ค. 69 | 05:44 น.

 ภาคอสังหาฯ  นายกสมาคมบ้านจัดสรร มองแบงก์ชาติยุค “วิทัย รัตนากร”ปรับบทบาทสอดคล้องกับโลกเศรษฐกิจเปลี่ยน สร้างโอกาสเศรษฐกิจทั่วถึง -ฝากดันที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน -ให้คนมีบ้านอย่างมั่นคง

KEY

POINTS

  • สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรสนับสนุนบทบาทใหม่ของผู้ว่าการ ธปท. ที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
  • เสนอให้ ธปท. ช่วยออกแบบโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เป็นธรรมและเข้าถึงง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ซื้อบ้านหลังแรก เพื่อแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งทุน
  • เรียกร้องให้ ธปท. ผลักดัน "Green Finance" หรือสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว

ในวันที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการเติบโตที่ไม่เต็มศักยภาพ ความเหลื่อมล้ำ และข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ภาพจำผู้กำกับดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจและการเงิน สู่การเป็น ผู้ร่วมแก้ปัญหาและ ผู้สร้างโอกาส ให้ภาคธุรกิจและประชาชนเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น

ภายใต้การนำของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ประกาศชัดถึงการปรับบทบาท โดยไม่ได้มองเพียงการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคผ่านนโยบายการเงินเท่านั้น แต่หันมาใช้ มาตรการเฉพาะจุดเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อชีวิตประชาชนและความสามารถในการเติบโตของภาคธุรกิจโดยตรง

สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

สอดคล้องกับมุมมองภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่อบทบาทใหม่ของ ธปท.  นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ” ที่ขอใช้คำว่า “ท่านผู้ว่าฯ”กำลังปรับบทบาทนอกจากรักษาเสถียรภาพทางการเงินแล้วยังเพิ่มการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเห็นด้วยกับแนวทางของนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องการให้ ธปท. เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศมากขึ้น โดยไม่ได้ละทิ้งภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและระบบการเงิน

มองว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นการปรับบทบาทให้สอดคล้องกับโลกเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป เพราะหากเศรษฐกิจเติบโตต่ำต่อเนื่อง รายได้ของประชาชนและความสามารถในการชำระหนี้ก็จะลดลง และท้ายที่สุดปัญหาดังกล่าวก็จะย้อนกลับมากระทบเสถียรภาพของระบบการเงินอยู่ดี ดังนั้น การแก้ปัญหาโครงสร้าง เพื่อให้ประชาชนและธุรกิจสามารถเติบโตได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกภารกิจของ ธปท. แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสถียรภาพในระยะยาว

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

 

จากมุมมองภาคอสังหาริมทรัพย์ อยากเห็น ธปท. เดินหน้าต่ออีกขั้น โดยเฉพาะการออกแบบ โครงสร้างสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เป็นธรรมและทั่วถึง เพราะวันนี้ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงที่อัตราดอกเบี้ย แต่คือประชาชนจำนวนมากที่มีความสามารถในการผ่อนระยะยาว กลับไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุนมากกว่ารายใหญ่

มาตรการผ่อนคลาย LTV ที่ ธปท. ขยายต่อถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และกำลังซื้อของประชาชน แต่ในระยะยาว พี่อยากเห็นการพัฒนาระบบสินเชื่อที่พิจารณา ความสามารถในการผ่อนชำระและศักยภาพของผู้กู้ควบคู่กับหลักประกันอย่างเหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้คนรายได้น้อยและผู้ซื้อบ้านหลังแรก สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้มากขึ้น โดยไม่สร้างภาระหนี้เกินตัว

อีกกลุ่มที่ควรได้รับความสนใจคือผู้ประกอบการ SMEs และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กและรายกลาง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานและกระจายรายได้ แต่ยังมีต้นทุนทางการเงินและข้อจำกัดด้านสินเชื่อสูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ แนวทางอย่าง SMEs Credit Boost จึงเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และควรพัฒนาให้สามารถส่งผ่านเงินทุนไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

ฝากแบงก์ชาติผลักดันสินเชื่อที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ต้องการฝากอีกประเด็นสำคัญ คือ “Green Finance” หรือการใช้ระบบการเงินเพื่อผลักดันที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน เพราะบ้านที่ประหยัดพลังงานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศด้วย

หาก ธปท. สามารถสนับสนุนให้สินเชื่อสำหรับบ้านที่มีมาตรฐานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมีต้นทุนที่เหมาะสมมากขึ้น ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงานของครัวเรือนในระยะยาว ขณะเดียวกันก็สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ ธปท. ที่ปัจจุบันสนับสนุนสินเชื่อสำหรับการลงทุนด้านการประหยัดพลังงานและ Energy Transition อยู่แล้ว

ท้ายที่สุด เชื่อว่า “เสถียรภาพ” กับ “การเติบโต” ไม่ใช่สองสิ่งที่ขัดแย้งกัน แต่ต้องเดินไปด้วยกัน หากเราสามารถสร้างระบบการเงินที่ทำให้คนตัวเล็กเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างเป็นธรรม SMEs สามารถเข้าถึงเงินทุน ผู้ซื้อบ้านหลังแรกมีโอกาสมีบ้าน และผู้สูงวัยสามารถมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ขณะเดียวกันก็ผลักดันการลงทุนในบ้านประหยัดพลังงานได้ ประเทศไทยก็จะได้ทั้งความมั่นคงทางการเงิน คุณภาพชีวิต และศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ทำให้คนไทยเข้าถึง “บ้านที่มั่นคง” ได้มากขึ้น

ในฐานะภาคอสังหาริมทรัพย์ สมาคมฯจึงขอสนับสนุนทิศทางของ ธปท. ในการ ลงมือทำเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และอยากเห็นการเดินหน้าต่อในเรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างเป็นธรรม เพราะการทำให้คนไทยเข้าถึง บ้านที่มั่นคงได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการช่วยภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการสร้างรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว