thansettakij
thansettakij
พับแลนด์บริดจ์ เอกชนชุมพรเสียดายโอกาสขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้-ซื้อขายที่ดินเงียบเหงา

พับแลนด์บริดจ์ เอกชนชุมพรเสียดายโอกาสขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้-ซื้อขายที่ดินเงียบเหงา

27 ก.ค. 69 | 08:31 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ค. 69 | 08:31 น.

เอกชน- ประชาชน ชุมพร 70% อยากได้แลนด์บริดจ์ หลังรัฐบาลพับแผน รับเสียดายโอกาสใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้-เศรษฐกิจประเทศ ด้านซื้อ-ขายที่ดินเงียบเหงา ราคาที่ดินทรงตัว

KEY

POINTS

  • รัฐบาลประกาศพับโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่า 1 ล้านล้านบาท หลังผลการศึกษาชี้ว่าไม่คุ้มค่าและเผชิญกระแสต่อต้าน โดยจะหันไปพัฒนาท่าเรือระนองและเชื่อมต่อทางรถไฟแทน
  • ภาคเอกชนในจังหวัดชุมพรแสดงความเสียดายที่สูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ โดยชี้ว่าคนในพื้นที่และภาคธุรกิจกว่า 70% ให้การสนับสนุนโครงการ
  • การยกเลิกโครงการส่งผลให้การซื้อขายที่ดินในพื้นที่โครงการเงียบเหงา ราคาที่ดินที่เคยถูกเก็งกำไรเกิดการชะลอตัว และนักลงทุนต้องเปลี่ยนแผนนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทน

แลนด์บริดจ์ 1ล้านล้านบาท โครงการเรือธงของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล มีอันต้องอัปปางลง  หลังเจอกระแสต่อต้านเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่ม เอ็นจีโอ (NGO) และกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ ประกอบกับผลศึกษา 90 วัน ที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พบว่าความคุ้มค่าต่ำ อาจมีผลกระทบต่องบประมาณในระยะยาว รวมถึงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ จึงนำมาซึ่งการประกาศพับแผนโครงการดังกล่าวลง

ขณะทางออก รัฐบาลจะหันมาพัฒนาศักยภาพเดิมที่มีอยู่ตามความต้องการของเอกชน ได้แก่ 1.พัฒนาท่าเรือระนอง โดยปรับปรุงและใช้ศักยภาพท่าเรือฝั่งอันดามันที่มีอยู่เดิมให้เต็มประสิทธิภาพ

และ 2.เชื่อมต่อรถไฟ Missing Link โดยพัฒนาทางรถไฟเชื่อมท่าเรือระนองกับโครงข่ายหลัก เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากจีนทางเหนือและท่าเรือฝั่งอ่าวไทยทดแทน

ภาพประกอบโครงการแลนด์บริดจ์

 

เอกชนชุมพรเสียดายโอกาสใช้แลนด์บริดจ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้   

ต่อเรื่องนี้นายไพบูลย์ ลิ้มเลิศวาที การหอการค้าไทย และประธานหอการค้าอาวุโส จังหวัดชุมพร เปิดเผย ”ฐานเศรษฐกิจ” ว่าการที่รัฐบาลพับแผนแลนด์บริดจ์ออกไป มองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย โอกาสขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้และเศรษฐกิจประเทศ จากการดึงนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าพื้นที่ สร้างแหล่งงานขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่กว่า70% สนับสนุน เพราะศักยภาพของแลนด์บริดจ์ แค่ขนถ่ายน้ำมันเพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่าแล้ว

 

แนะควรทำเป็นเฟส-PPP วัดใจนักลงทุนก่อน

ขณะเดียวกันเพื่อสร้างความมั่นใจว่าโครงการจะเดินต่อหรือไม่  รัฐบาลควรแบ่งทำเป็นเฟส ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดในคราวเดียวกัน พร้อมทั้งเปิดPPP (การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน) ว่า มีเอกชนทั้งไทยและต่างชาติสนใจมากน้อยแค่ไหนหากไม่มี ก็สามารถยุติโครงการได้   

อย่างไรก็ตามเมื่อผลการศึกษาออกมาต้องยอมรับ และรัฐบาลจะดำเนินโครงการท่าเรือระนองก่อน ปัจจุบันเป็นท่าเรือน้ำตื้น 8เมตร ซึ่งต้องพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึก 21 เมตร ที่ผ่านมาท่าเรือระนองค่อนข้างร้าง แต่ปัจจุบันมีความแออัดคับคั่ง จากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ส่งผลให้ด่านฝั่งเมียนมาและฝั่งประเทศไทยที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากต้องปิดลงชั่วคราว เป็นเหตุให้การขนส่งสินค้าต้องเปลี่ยนเส้นทางลงมาที่ท่าเรือระนอง และพบว่ามีเรือจอดรอคิวเพื่อส่งสินค้าไปยังประเทศใกล้เคียงจำนวนมาก สะท้อนว่าความต้องการใช้ท่าเรือระนองมีสูงที่ต้องเร่งพัฒนาปรับปรุง

ทางคู่ไปท่าเรือเชื่อมผิดเส้นทาง- ทางคู่สุราษฎร์ธานี –ชุมพรยังไม่แล้วเสร็จ

ขณะแผนเชื่อม รถไฟทางคู่ ทดแทน แลนด์บริดจ์ มองว่า เป็นการเชื่อมต่อผิดเส้นทาง คือเชื่อมท่าเรือเดิมจากชุมพร (สถานีรถไฟแสงแดด) ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร  วิ่งไปอำเภอกระบุรี และอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นคนละทาง ไม่ใช่เชื่อมท่าเรือน้ำลึกตามแลนด์บริดจ์ ที่เคยศึกษา ที่สำคัญ รถไฟทางคู่เส้นทาง สุราษฎร์ธานี –ชุมพรยังไม่แล้วเสร็จ อนาคตจะทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างล่าช้าได้

ซื้อ-ขายที่ดินใต้เงียบเหงา–เปลี่ยนเกมนำที่ดินให้เช่าทำเกษตร

เมื่อไม่มีโครงการแลนด์บริดจ์ต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวการซื้อขายที่ดินค่อนข้างเงียบเหงา ขณะเดียวกัน นักลงทุนที่ซื้อที่ดินรัศมีโดยรอบโครงการแลนด์บริดจ์ อาจนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ทางด้านอื่น เช่นการทำการเกษตร การให้เช่าพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ซึ่งจะช่วยบริหารภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเศรษฐีเงินเย็น มากไปกว่านั้นการถือครองที่ดินมองว่าเป็นเรื่องที่ดี มีแต่ราคาจะปรับขึ้นในอนาคต 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ซื้อที่ดินสะสมเพื่อรอโครงการ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนต่างถิ่น เช่น “อาม่าสุนี” คนอุบลราชธานี ซื้อที่ดินกว่า1,000 ไร่ ซึ่งเป็นสวนปาล์ม สวนยาง รัศมีแนวโครงการแลนด์บริดจ์ ตั้งแต่บริเวณอำเภอพระโต๊ะ จังหวัดชุมพรไปจนถึงถึงจังหวัดระนอง รัศมีซ้าย-ขวา 3-4กิโลเมตร โดยราคาที่ดินอยู่ที่5แสนบาทถึง1ล้านบาทต่อไร่ 

ที่ผ่านมายอมรับว่ามีนายหน้าปั่นราคาไปถึงไร่ละ1ล้านบาท  แต่ตามข้อเท็จจริง ราคาอยู่ที่ประมาณ5แสนบาทต่อไร่ ปัจจุบัน เมื่อไม่มีโครงการแลนด์บริดจ์ ยอมรับว่าราคาทรงตัว  ไม่มีใครซื้อ-ขาย  

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจจังหวัดชุมพร ยังขับเคลื่อนได้ เพราะยังมียางพารา และทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ไม่กระทบต่อการพับแผนโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลแต่อย่างใด