
'พลพีร์' นำทีมกรมที่ดินลุยภูเก็ตปราบนอมินีเร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดิน
“มท.2 พลพีร์ฯ” นำทีมกรมที่ดินลุยภูเก็ตปราบนอมินีและเร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินย้ำบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ
KEY
POINTS
- กรมที่ดินตรวจสอบพบนิติบุคคลในภูเก็ต 317 ราย เข้าข่ายเป็นนอมินีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว รวม 486 แปลง มูลค่ากว่า 1.8 พันล้านบาท
- ดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มนอมินี โดยสั่งให้จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนด พร้อมแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญา
- เร่งรัดการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยมิชอบ ซึ่งมีการเพิกถอนไปแล้วและอยู่ระหว่างสอบสวน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ การบังคับใช้กฎหมายด้านที่ดิน และการรักษาที่ดินของรัฐ ซึ่งประกอบด้วย 2 ประเด็น ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ 1 การปราบปรามกลุ่มบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว
ในการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย ที่กรมที่ดินร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดระเบียบจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา เกี่ยวกับปัญหาของผู้มีอิทธิพล การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยหรือนิติบุคคลไทยถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างด้าว อันเป็นการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ นั้น
ทั้งนี้ กรมที่ดินในฐานะซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการคุ้มครองที่ดินของประเทศให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดินในเรื่องนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือครองที่ดิน ได้วางแนวทางปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินตรวจสอบ นิติบุคคลซึ่งถือครองที่ดินในพื้นที่ทุกรอบสามเดือนว่า มีการเพิ่มทุนของคนต่างด้าวหรือเพิ่มจำนวนผู้ถือหุ้นที่เป็นคนต่างด้าวจนกลายเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 97 หรือมาตรา 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หรือไม่
เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ กรมที่ดินจึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินของนิติบุคคลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยการประสานข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท และข้อมูล การประกอบธุรกิจของนิติบุคคล เพื่อนำมาคัดกรองนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการถือครองหุ้น อำนาจตัดสินใจ เข้าข่ายลักษณะนิติบุคคลต่างด้าว (จำนวนหุ้นที่คนต่างด้าวถือครองเกินกว่าร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียน หรือผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด)
เปิดผลตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินของนิติบุคคลในภูเก็ต
ผลการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินของนิติบุคคลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทั้งหมด 6,621 ราย พบว่า มีนิติบุคคลที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเข้าลักษณะนิติบุคคลต่างด้าว ไม่อาจถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ จำนวน 317 ราย ถือครองที่ดินรวม 486 แปลง เนื้อที่ 353 ไร่ 2 งาน 30.80 ตารางวา มูลค่าที่ดินไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง รวม 1,887,087,724 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยแปดสิบเจ็ดล้านแปดหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยยี่สิบสี่บาท)แยกเป็นรายอำเภอ ดังนี้
1. อำเภอเมืองภูเก็ต นิติบุคคล จำนวน 188 ราย ถือครองที่ดิน จำนวน 288 แปลง เนื้อที่ 194 – 3 – 36 ไร่ มูลค่าที่ดินรวม 1,172,956,430 บาท (หนึ่งพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสองล้านเก้าแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยสามสิบบาท)
2. อำเภอกะทู้ นิติบุคคล จำนวน 46 ราย ถือครองที่ดิน จำนวน 72 แปลง เนื้อที่ 54 – 1 – 75.80 ไร่ มูลค่าที่ดินรวม 291,707,620 บาท (สองร้อยเก้าสิบเอ็ดล้านเจ็ดแสนเจ็ดพันหกร้อยยี่สิบบาท)
3. อำเภอถลาง นิติบุคคล จำนวน 83 ราย ถือครองที่ดิน จำนวน 126 แปลง เนื้อที่ 104 – 1 – 19 ไร่ มูลค่าที่ดินรวม 422,423,674 บาท (สี่ร้อยยี่สิบสองล้านสี่แสนสองหมื่นสามพันหกร้อยเจ็ดสิบสี่บาท)
แบ่งเป็นประเภทกลุ่มธุรกิจ 5 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 223 ราย คิดเป็น 70.3%
2. กลุ่มธุรกิจตัวแทนนายหน้า จำนวน 23 ราย คิดเป็น 7.3%
3. กลุ่มธุรกิจโรงแรมที่พักและการท่องเที่ยว จำนวน 22 ราย คิดเป็น 6.9%
4. กลุ่มธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม จำนวน 11 ราย คิดเป็น 3.5%
5. กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ จำนวน 38 ราย คิดเป็น 12%
แนวทางการดำเนินงาน กรมที่ดิน
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน กรมที่ดินจะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 เสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดระยะเวลาให้จำหน่ายที่ดิน ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี และหากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะใช้อำนาจบังคับจำหน่ายตามกฎหมาย
ส่วนที่ 2 เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการปราบปรามนอมินีของจังหวัดเพื่อพิจารณาว่า เข้าข่ายการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวหรือไม่ หากเข้าข่าย ให้เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิด ดังนี้
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 111, 112 และมาตรา 113
- กรณีบุคคลธรรมดา มาตรา 111 และมาตรา 113 ซึ่งมีระวางโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีนิติบุคคล มาตรา 112 ซึ่งมีระวางโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และมาตรา 267
บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มาตรา 137 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ ไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 267 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ได้ดำเนินการ ดังนี้
1. เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการปราบปรามนอมินีจังหวัดไปแล้วทั้งหมด จำนวน 317 ราย
2. แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีไปแล้ว จำนวน 34 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวม ประมาณ 85,897,173 บาท (แปดสิบห้าล้านแปดแสนเก้าหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามบาทถ้วน)
3. เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดให้ออกคำสั่งกำหนดเวลาให้จำหน่ายที่ดินแล้ว 34 ราย
4. อยู่ระหว่างส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตรวจสอบก่อนแจ้งความว่า เป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนหรือไม่ 283 ราย
5. วันที่ 26 มิถุนายน 2569 สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ได้ดำเนินการตรวจสอบนิติบุคคลเพิ่มเติม จำนวน 44 ราย และนำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการปราบปรามนอมินีจังหวัดพิจารณาแล้ว ที่ประชุมมีมติส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตรวจสอบ
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดระเบียบการถือครองที่ดินป้องกันการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย และรักษาผลประโยชน์ ของประเทศ โดยกรมที่ดินพร้อมสนับสนุนข้อมูล
และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ และหากประชาชน หรือสื่อมวลชน พบเห็นพฤติกรรมของบริษัท หรือนิติบุคคลที่เข้าข่ายหรืออาจเป็นนอมินี สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการในการคุ้มครองประโยชน์ของประเทศต่อไป
ประเด็นที่ 2 การตรวจสอบและเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
กรมที่ดินชี้แจงความคืบหน้าและผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐและคุ้มครองที่ดินสาธารณะให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ
จากการบูรณาการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมที่ดินได้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ดิน โดยแบ่งผลการดำเนินงานออกเป็น 3 กรณีหลัก ดังนี้
1. กรณีการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามคำพิพากษาของศาล :
ในกรณีที่ข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอน กรมที่ดินได้ดำเนินการตามคำพิพากษาแล้วจำนวน 3 คดี คิดเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจำนวน 3 ฉบับ รวมเนื้อที่ประมาณ 39 ไร่ 1 งาน 41.6 ตารางวา พื้นที่มีสภาพเป็นโรงแรม, รีสอร์ท, วิลล่า 2 แห่ง และเป็นบ้านพัก 1 แห่ง ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น โดยประมาณ 2,825,000,000 บาท (สองพันแปดร้อยยี่สิบห้าล้านบาท) ซึ่งกรมที่ดินได้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทั้ง 3 ฉบับทั้งหมดแล้ว
2. กรณีที่อธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแล้ว :
เมื่อปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เช่น การนำหลักฐาน ส.ค.1 จากที่อื่นมาสวมสิทธิ หรือออกทับพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สาธารณะ กรมที่ดินได้ดำเนินการออกคำสั่งเพิกถอนไปแล้ว จำนวน 11 คำสั่ง คิดเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจำนวน 16 ฉบับ รวมเนื้อที่ประมาณ 302 ไร่ 3 งาน 17.6 ตารางวา พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นโรงแรม, รีสอร์ท, วิลล่า, บ้านพัก และมีพื้นที่ว่างเปล่าเพียงบางแปลง
ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นโดยประมาณ 3,870,372,795 บาท (สามพันแปดร้อยเจ็ดสิบล้านสามแสนเจ็ดหมื่นสองพันเจ็ดร้อยเก้าสิบห้าบาท) ซึ่ง ณ ปัจจุบันกรมที่ดินได้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิทั้ง 16 ฉบับแล้ว
3. กรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน :
ปัจจุบันกรมที่ดินได้มีการออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้น 14 คำสั่ง ครอบคลุมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจำนวน 277 ฉบับ รวมเนื้อที่ประมาณ 639 ไร่ 2 งาน 75.9 ตารางวา พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นโรงแรม, รีสอร์ท, วิลล่า, บ้านพัก และมีพื้นที่ว่างเปล่าเพียงบางแปลง ประเมินมูลค่าความเสียหาย (โดยประมาณ) 5,871,381,825 บาท (ห้าพันแปดร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านสามแสนแปดหมื่นหนึ่งพันแปดร้อยยี่สิบห้าบาท)
โดยกระบวนการปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและการสอบสวนข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบ สรุปภาพรวมความเสียหายกรณีตามข้อ 1. ข้อ 2. และข้อ 3. คิดเป็นมูลค่าความเสียหายภาพรวมโดยประมาณรวมทั้งสิ้น 12,566,754,620 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยหกสิบหกล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นสี่พันหกร้อยยี่สิบบาท)
ทั้งนี้ สำหรับเรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวนฯ ตามข้อ 3. กรมที่ดินได้ดำเนินการเร่งรัด ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หรือหากมีกรณีเหตุขัดข้องให้ขยายระยะเวลาไปอีกไม่เกิน 60 วัน หรือหากมีกรณีเหตุขัดข้องให้ขยายระยะเวลาไปอีกไม่เกิน 60 วัน กรมที่ดินขอยืนยันว่า การดำเนินการตรวจสอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน มุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ กฎหมาย และยึดถือพยานหลักฐานเป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาที่ดินของรัฐซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ในขณะเดียวกันยังคงยึดหลักความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายภายใต้กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างมาตรฐานที่ถูกต้องในการบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสืบไป
นายพลพีร์ฯ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดิน ยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนยึดหลักกฎหมาย ความโปร่งใส และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ รักษาที่ดินของรัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการบริหารจัดการที่ดินของประเทศ ควบคู่กับการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายภายใต้กระบวนการที่ตรวจสอบได้ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง







