thansettakij
thansettakij
สมาคมบ้านจัดสรร ปลื้ม รัฐกู้วิกฤตอสังหาฯ ต่ออายุลดค่าโอน-จดจำนอง คู่ LTV เกณฑ์ใหม่

สมาคมบ้านจัดสรร ปลื้ม รัฐกู้วิกฤตอสังหาฯ ต่ออายุลดค่าโอน-จดจำนอง คู่ LTV เกณฑ์ใหม่

01 ก.ค. 69 | 07:58 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 08:12 น.

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ปลื้ม รัฐบาลกู้วิกฤตอสังหาฯ ต่ออายุลดค่าโอน-จดจำนอง ใช้คู่ LTV เกณฑ์ใหม่ ขอบคุณรัฐ ตัดสินใจที่ถูกจังหวะเวลาหนุนประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัย

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
  • มาตรการดังกล่าวจะทำงานควบคู่กับการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นและลดภาระค่าใช้จ่ายในวันโอน
  • สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระบายสต็อกบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ได้ดีขึ้น

ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่และปัจจัยเศรษฐกิจรอบด้าน ภาครัฐยังคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายเวลามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดทะเบียนจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2570

การต่ออายุมาตรการครั้งนี้ถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน โดยช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ขณะเดียวกันยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและเร่งการโอนกรรมสิทธิ์ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในช่วงที่ตลาดยังเผชิญความท้าทาย

นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรขอบคุณรัฐบาลต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ใช้คู่เกณฑ์LTV

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ว่าสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อีกทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่รับฟังข้อเสนอของภาคเอกชน ตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน และร่วมกันผลักดันให้คณะรัฐมนตรีมีมติต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี ถือเป็นมาตรการที่ภาคอสังหาริมทรัพย์รอคอย และเป็นการตัดสินใจที่ถูกจังหวะเวลาอย่างยิ่ง ในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะช่วยลดต้นทุนในการซื้อบ้านของประชาชนได้ทันที ตัวอย่างเช่น หากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท และกู้เต็มวงเงิน ผู้ซื้อจะประหยัดค่าใช้จ่ายในวันโอนได้เกือบ 90,000 บาท ขณะที่บ้านราคา 5 ล้านบาท จะประหยัดได้ประมาณ 150,000 บาท เงินจำนวนนี้สามารถนำไปใช้ตกแต่งบ้าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเป็นเงินสำรองของครอบครัวได้ทันที จึงเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเริ่มต้นการมีที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

สิ่งสำคัญยิ่งกว่ามาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง คือ การที่มาตรการนี้ทำงานควบคู่กับมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ของท่านผู้ว่าฯวิทัย รัตนากร ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเปรียบเสมือนการประสานนโยบายการคลังและนโยบายการเงินเข้าด้วยกันอย่างลงตัว กล่าวคือ LTV ช่วยให้ผู้ที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ขณะที่มาตรการลดค่าธรรมเนียมช่วยลดต้นทุนการซื้อบ้านในวันโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อทั้งสองมาตรการเดินควบคู่กัน จึงช่วยให้การตัดสินใจซื้อบ้านของประชาชนเกิดขึ้นจริงได้มากกว่าการใช้มาตรการเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มาตรการนี้จะช่วยเร่งการระบายสต็อกบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่ในตลาดจำนวนมาก การลดสต็อกจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องกลับคืนมา สามารถนำเงินไปลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ รักษาการจ้างงาน และลดความเสี่ยงต่อระบบสถาบันการเงิน ถือเป็นการประคับประคองทั้งห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงธุรกิจบริการหลังการโอน

รัฐส่งสัญญาณบวกหนุนประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัย

สิ่งที่น่ายินดีคือ วันนี้ภาครัฐได้ส่งสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนว่า พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัย และพร้อมประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เศรษฐกิจยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรเชื่อว่า เมื่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เดินหน้าควบคู่กับมาตรการผ่อนคลาย LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย จะช่วยให้ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลังมีความคึกคักมากขึ้น เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะเป็นอีกแรงขับสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้า

ชง ติดตามประเมินผล-ขยายมาตรการเพิ่มหนุนภาคอสังหาฯ

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ยังเห็นว่าหากสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รัฐบาลควรติดตามผลของมาตรการอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญสุดคือการขยายตัวของสินเชื่อสถาบันการเงิน และพิจารณามาตรการสนับสนุนอื่นๆที่3สมาคมฯนำเสนอเพิ่มเติม ทั้งด้านปรับปรุงโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัย เช่น Mortgage Guarantee , Warehouse Debt, Risk base interest, และมาตรการสนับสนุน Green Real Estate , การจัดระเบียบผู้ซื้อCondo ผู้เช่าทรัพย์อิงสิทธิ์ ชาวต่างชาติ เพื่อให้ภาคอสังหาริมทรัพย์สามารถกลับมาเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้และปีหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ