thansettakij
thansettakij
ALLY เดินเกมลงทุน 1.5 พันล้าน รีแบรนด์พอร์ตขยายฐานรายได้

ALLY เดินเกมลงทุน 1.5 พันล้าน รีแบรนด์พอร์ตขยายฐานรายได้

30 มิ.ย. 69 | 12:00 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 69 | 13:00 น.

ALLY รีแบรนด์ใหญ่ พลิกสู่ "Urban Experience Platform" จัดโครงสร้างแบรนด์ใหม่ เชื่อม CDC, The Crystal และ ALLY Village พร้อมเดินหน้าลงทุนขยายพอร์ตผ่าน ALLY REIT มูลค่า 1,515 ล้านบาท หวังสร้างการเติบโตระยะยาว

KEY

POINTS

  • ALLY REIT เตรียมเพิ่มทุน 1,515 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนใน 3 โครงการใหม่ ได้แก่ ชาญ แจ้งวัฒนะ, สายไหม อเวนิว และ เดอะโซน ทาวน์อินทาวน์
  • ปรับยุทธศาสตร์องค์กรสู่การเป็น "Urban Experience Platform" พร้อมรีแบรนด์และจัดโครงสร้างแบรนด์ใหม่เชื่อมโยง CDC, The Crystal และ ALLY Village เข้าด้วยกันเป็นระบบนิเวศเดียว
  • เดินหน้าแผนปรับปรุงและยกระดับโครงการในพอร์ตครั้งสำคัญ เช่น ทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาทปรับโฉม CDC และเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ALLY Village เพื่อสร้างการเติบโตและขยายฐานรายได้

ALLY ประกาศปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ยกระดับองค์กรจากผู้พัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีก สู่ Urban Experience Platform ภายใต้แนวคิด "WHERE LIFE FEELS RIGHT เพราะชีวิตที่ดี เริ่มต้นจากพื้นที่ที่รู้สึกใช่" พร้อมวางโครงสร้างแบรนด์ใหม่ ผสาน CDC, The Crystal และ ALLY Village ให้เป็นระบบนิเวศเดียวกัน รองรับการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนเมือง และเดินหน้าขยายพอร์ตลงทุนผ่านการเพิ่มทุนของ ALLY REIT เพื่อเข้าลงทุนใน 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1,515 ล้านบาท สร้างฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน

พลิกบทบาทสู่แพลตฟอร์มสร้างประสบการณ์เมือง

นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ALLY เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ALLY มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ขณะที่ ALLY REIT มีสินทรัพย์ภายใต้การลงทุนกว่า 13,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม

ทิศทางธุรกิจในอนาคตจะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่ต้องการสร้าง "คุณค่าของประสบการณ์" ให้กับผู้บริโภค พร้อมสร้างชุมชน (Community) ที่เติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าได้ในระยะยาว

นายกวินทร์ระบุว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้เกิดจากการมองเห็นพฤติกรรมของคนเมืองที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่มองหาพื้นที่ใช้สอย กลายเป็นการมองหาพื้นที่ที่ตอบโจทย์ "ความรู้สึก" และคุณภาพชีวิต ท่ามกลางกระแส Slow Urbanism ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ผู้คนต้องการพื้นที่ที่เดินได้ มีพื้นที่สีเขียว และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ส่งผลให้ ALLY กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ "Shaping the Future of Communities – Building Places Where Life Feels Right" เพื่อพัฒนาโครงการที่สร้างความผูกพันระหว่างผู้คนกับพื้นที่ มากกว่าการเป็นเพียงศูนย์การค้าหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ALLY

3 กลยุทธ์เร่งลงทุน-ขยายพอร์ต รับการเติบโตระยะยาว

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย Redefine การขยายบทบาทจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ Urban Experience Platform ในฐานะกลุ่มลงทุนและบริหารอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก โดยแบ่งพอร์ตลงทุนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Lifestyle Communities ที่มี ALLY REIT เป็นแกนหลักในการลงทุนคอมมูนิตี้มอลล์และโครงการมิกซ์ยูส, Global Platforms ครอบคลุมการลงทุนด้าน Commercial, Hospitality, Logistics และ Credit ในต่างประเทศ และ Landmark Developments สำหรับการลงทุนในโครงการเชิงสัญลักษณ์ทั้งในและต่างประเทศ

กลยุทธ์ที่สองคือ Rebrand & Renovate ปรับบทบาทจากการสร้างเอกลักษณ์ของศูนย์การค้า (Mall Identity) ไปสู่การสร้าง Community Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้คน พื้นที่ และธุรกิจเข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับอาคารเชิงพาณิชย์ให้เป็นพื้นที่ที่ออกแบบประสบการณ์การใช้ชีวิต (Urban Experience Design) โดยให้ความสำคัญกับผู้ใช้งาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

ส่วนกลยุทธ์ Reignite จะเป็นการเร่งขยายพอร์ตลงทุนผ่านการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ของ ALLY REIT เพื่อนำเงินเข้าลงทุนใน 3 โครงการใหม่ ได้แก่ Charn แจ้งวัฒนะ, สายไหม อเวนิว และ The Zone ทาวน์อินทาวน์ รวมมูลค่า 1,515 ล้านบาท เพื่อเพิ่มฐานรายได้และสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว

จัดทัพ 3 แบรนด์ สร้างอีโคซิสเต็มไลฟ์สไตล์

ด้าน นายอรรถกร เนตร์เนรมิตรดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ALLY กล่าวว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้ถือเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างแบรนด์ครั้งสำคัญ ผ่านการสร้าง Brand & Business Ecosystem ภายใต้ ALLY Platform โดยแต่ละแบรนด์ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง แต่สามารถเชื่อมโยงและสนับสนุนกันได้ พร้อมนำแนวคิด Spatial Reimaginationมาปรับโฉมทุกโครงการ ด้วยการผสานสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และประสบการณ์ของผู้ใช้งานเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด Human-Centric Urban Experience

อรรถกร เนตร์เนรมิตรดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ALLY

สำหรับ CDC (Crystal Design Center) จะได้รับการรีแบรนด์พร้อมแผน Major Renovation มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อยกระดับสู่ Southeast Asia's No.1 Design & Home Décor Destination รวบรวมกว่า 500 แบรนด์ เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งบ้าน บนพื้นที่โครงการกว่า 73 ไร่ หรือพื้นที่อาคารรวมกว่า 100,000 ตารางเมตร พร้อมพัฒนาเป็น Integrated Design & Lifestyle District ที่รวมสินค้า บริการ และประสบการณ์ไว้ในพื้นที่เดียว รวมถึงพัฒนาพื้นที่สีเขียวกลางแจ้งกว่า 19 ไร่ ให้เป็น Commercial Park ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร

ส่วน ALLY Village จะเปิดตัวในฐานะแบรนด์ใหม่ภายใต้แนวคิด "A Lifestyle Neighborhood" โดยเริ่มปรับโฉม The Scene เป็น ALLY Village Town-in-Town ก่อนขยายไปยัง ALLY Village Songprapha, Amorini และ North Ratchapruek พร้อมทยอยรีโนเวตโครงการที่เหลือภายในระยะเวลา 5 ปี ภายใต้แนวคิด Neighborhood Rooted & Authentic ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่เข้ากับชุมชน ควบคู่กับแนวคิด Green Living & Everyday Wellbeing ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการใช้วัสดุธรรมชาติ เพื่อสร้างพื้นที่รองรับการใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลา

ขณะที่ The Crystal จะปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด "Curated Urban Sanctuary" และ "Gathered in Good Taste" มุ่งยกระดับเป็นจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรร้านค้าและร้านอาหารคุณภาพในรูปแบบ Curated Community of Taste-Making Shops & Restaurants พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่แตกต่างบนทำเลยุทธศาสตร์ทั้ง เอกมัย-รามอินทรา, ราชพฤกษ์ และชัยพฤกษ์ เพื่อพัฒนาเป็น One-Stop Urban Destination รองรับการใช้ชีวิตครบทุกมิติ

นอกจากนี้ ALLY ยังเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนภายใต้กรอบ 3P ได้แก่ People, Planet และ Profit โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดจาก 12% เป็น 20% ติดตั้ง Solar Rooftop ครอบคลุมทุกโครงการ สนับสนุนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging) เข้าร่วมโครงการจัดการขยะ Care the Whale เพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ในท้องถิ่น

นายกวินทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กร แต่เป็นการกำหนดบทบาทใหม่ของ ALLY ในฐานะผู้สร้างประสบการณ์การใช้ชีวิต โดยปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในกว่า 25 โครงการ ครอบคลุมประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และยุโรป

ขณะที่พอร์ตในประเทศไทยประกอบด้วย 3 กลุ่มแบรนด์หลัก รวม 17 โครงการ มีพื้นที่เช่ารวมกว่า 191,000 ตารางเมตร พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการศักยภาพ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาว