
บ้านมือสองพุ่งแรง 34% คอนโดโตทะลัก ดันมูลค่าตลาดแตะ 1.19 ล้านล้าน
REIC เผยตลาดที่อยู่อาศัยมือสองไตรมาส 1/69 ฟื้นตัวก้าวกระโด ประกาศขายเพิ่ม 34.2% มูลค่าพุ่งเกือบเท่าตัวแตะ 1.19 ล้านล้านบาท ด้านยอดโอนเพิ่ม 13.8% สะท้อนดีมานด์ซื้อขายกลับมาคึกคัก
KEY
POINTS
- ตลาดบ้านมือสองไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวสูง โดยมีจำนวนประกาศขายเพิ่มขึ้น 34.2% และมีมูลค่าตลาดรวมแตะ 1.19 ล้านล้านบาท
- คอนโดมิเนียมเป็นประเภทที่อยู่อาศัยที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนประกาศขายเพิ่มขึ้น 124.6% และมูลค่าพุ่งสูงถึง 343.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่าตลาดบ้านมือสองมีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง ทั้งในด้านอุปทานที่เข้าสู่ตลาดและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยจำนวนทรัพย์ที่ประกาศขายและมูลค่าตลาดขยายตัวในอัตราสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
บ้านมือสองฟื้นทั่วประเทศ คอนโดโตแรงสุด ดันมูลค่าตลาดแตะ 1.19 ล้านล้าน
ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่ามีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศรวม 242,729 หน่วย เพิ่มขึ้น 34.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าประกาศขายรวมอยู่ที่ 1.196 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99.4% สะท้อนการนำทรัพย์เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จำนวนหน่วยประกาศขายยังเพิ่มขึ้นอีก 7.3% แม้มูลค่ารวมจะลดลงเล็กน้อย 0.3% ก็ตาม
REIC ระบุว่า อุปทานที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากการประกาศขายของบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุด 39% ของจำนวนหน่วยประกาศขายทั้งหมด
ขณะที่ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดยังคงเป็นบ้านเดี่ยว คิดเป็น 40.9% ของตลาด
บุคคลธรรมดา-เอเย่นต์ ครองตลาดกว่า 9.04 แสนล้าน
เมื่อจำแนกตามประเภทผู้ขาย พบว่า กลุ่มบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มีบทบาทโดดเด่นที่สุด โดยมีทรัพย์ประกาศขายจำนวน 94,575 หน่วย คิดเป็น 39% ของตลาด รวมมูลค่า 904,140 ล้านบาท หรือ 75.5% ของมูลค่าประกาศขายทั้งหมด จำนวนหน่วยในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 91.2% และมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 175% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
รองลงมาคือ กรมบังคับคดี มีทรัพย์ประกาศขาย 85,689 หน่วย คิดเป็น 35.3% ของตลาด มูลค่า 139,566 ล้านบาท ส่วนสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีทรัพย์ประกาศขาย 29,216 หน่วย ขณะที่บริษัทบริหารสินทรัพย์และธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนรวมกันไม่ถึง 15%
บ้านเดี่ยวยังครองแชมป์ คอนโดโตก้าวกระโดด
ด้านประเภทที่อยู่อาศัย พบว่าบ้านเดี่ยวยังคงเป็นสินค้าหลักของตลาดบ้านมือสอง โดยมีจำนวนประกาศขาย 99,279 หน่วย หรือ 40.9% ของทั้งตลาด คิดเป็นมูลค่า 533,683 ล้านบาท
รองลงมาคือห้องชุด หรือคอนโดมิเนียม จำนวน 70,993 หน่วย คิดเป็น 29.2% ของตลาด มูลค่า 486,286 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 63,552 หน่วย มูลค่า 136,314 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการเติบโต พบว่าคอนโดมิเนียมเป็นประเภทที่ขยายตัวโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนประกาศขายเพิ่มขึ้น 124.6% ขณะที่มูลค่าประกาศขายพุ่งสูงถึง 343.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการนำห้องชุดเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
บ้านหรูทะลักตลาด มูลค่าเพิ่มกว่า 164%
ในเชิงระดับราคา กลุ่มที่มีจำนวนประกาศขายมากที่สุดคือที่อยู่อาศัยราคา 1.01-2 ล้านบาท จำนวน 67,925 หน่วย คิดเป็น 28% ของตลาด รองลงมาคือกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 61,549 หน่วย และกลุ่มราคา 2.01-3 ล้านบาท จำนวน 35,307 หน่วย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุดกลับเป็นบ้านระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนหน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้นถึง 143.7% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 164.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าทรัพย์ระดับบนเริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
แม้เช่นนั้น โครงสร้างตลาดโดยรวมยังคงเป็นบ้านระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดอยู่ที่ 25.4% ของจำนวนประกาศขายทั้งหมด
กรุงเทพฯ ยืนหนึ่งตลาดบ้านมือสอง มูลค่าพุ่ง 234%
เมื่อพิจารณาข้อมูลตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพมหานครยังคงเป็นศูนย์กลางของตลาดบ้านมือสอง โดยมีจำนวนประกาศขายมากที่สุด 70,495 หน่วย คิดเป็น 29% ของทั้งประเทศ และมีมูลค่ารวม 701,250 ล้านบาท หรือ 58.6% ของมูลค่าประกาศขายทั่วประเทศ
รองลงมาคือ ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ โดย 10 จังหวัดแรกมีมูลค่าประกาศขายรวมกันถึง 85.4% ของทั้งประเทศ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังเป็นจังหวัดที่มีราคาประกาศขายเฉลี่ยสูงที่สุดที่ 9.9 ล้านบาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจาก 6.5 ล้านบาทต่อหน่วยในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าประกาศขายในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นสูงถึง 234.1% โดยมีแรงหนุนหลักจากการประกาศขายห้องชุด
ดีมานด์ซื้อขายฟื้น ยอดโอนเพิ่ม 13.8%
ด้านอุปสงค์ของตลาด หรือการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศในไตรมาส 1/2569 พบว่ามีจำนวน 48,446 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่าการโอนรวม 93,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7%
แม้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนจะลดลง 12.9% และ 17.9% ตามลำดับ แต่ภาพรวมยังสะท้อนการฟื้นตัวของตลาดเมื่อเทียบกับปีก่อน
บ้านเดี่ยวยังคงเป็นประเภทที่มีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด จำนวน 20,147 หน่วย คิดเป็น 41.6% ของการโอนทั้งหมด และมีมูลค่า 42,115 ล้านบาท หรือ 45.1% ของมูลค่าการโอนรวม
ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตด้านจำนวนหน่วยสูงสุด เพิ่มขึ้น 16% ส่วนทาวน์เฮ้าส์มีมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 16.2%
ตลาดส่งสัญญาณบวก แม้บ้านราคาแพงเริ่มชะลอ
สำหรับระดับราคาของการโอนกรรมสิทธิ์ พบว่ากลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมีจำนวนหน่วยโอนมากที่สุด 17,982 หน่วย คิดเป็น 37.1% ของการโอนทั้งหมด ขณะที่กลุ่มราคา 2.01-3 ล้านบาทมีมูลค่าการโอนสูงสุด 21,243 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บ้านระดับราคา 7.51-10 ล้านบาท และมากกว่า 10 ล้านบาท เริ่มเผชิญแรงกดดัน โดยจำนวนและมูลค่าการโอนปรับตัวลดลงจากปีก่อน สะท้อนกำลังซื้อในตลาดระดับบนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
REIC ประเมินว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยมือสองในไตรมาสแรกของปี 2569 มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ โดยเฉพาะการขยายตัวของการประกาศขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในหลายประเภทที่อยู่อาศัย ซึ่งสะท้อนบทบาทของตลาดมือสองในฐานะทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในช่วงปรับตัว







