
เทรนด์อสังหาฯเพื่อสุขภาวะ หนุนตลาดลิฟต์บ้านโตต่อเนื่อง
แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาวะ หนุนตลาดลิฟต์บ้านโตต่อเนื่อง NPS PLUS ดันนวัตกรรมลิฟ ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ทุกเจเนอเรชัน
KEY
POINTS
- เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่เน้นสุขภาวะ (Wellness Architecture) เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาดลิฟต์บ้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ประกอบการปรับตัวโดยพัฒนานวัตกรรมลิฟต์บ้านที่ผสานแนวคิด Universal Design เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม
- ลิฟต์บ้านรุ่นใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย โดยเน้นทั้งความสะดวกสบายทางร่างกาย และเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดเสียงรบกวน
นายปฐมฤกษ์ พงษ์ชัยไกรกิติ ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของ NPS PLUS เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับนวัตกรรมเกี่ยวกับลิฟต์ให้สอดรับกับการเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และอาคารตั้งแต่ขั้นตอนแรก
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนวทาง Universal Design ความปลอดภัย และ Wellness Architecture โดยเป็นการผสานระบบวิศวกรรมเข้ากับงานสถาปัตยกรรม
“มองว่าลิฟต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรที่พาคนจากชั้นหนึ่งไปอีกชั้นหนึ่ง แต่เป็นระบบสำคัญของบ้านและอาคารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย คุณภาพชีวิต การใช้งานระยะยาว และภาพรวมของงานออกแบบ“
สำหรับแนวคิด Universal Design นั้น มีความสำคัญต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว รวมถึงผู้อยู่อาศัยทุกช่วงวัย โดยบริษัทให้คำปรึกษากับหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ทั้งเจ้าของบ้าน สถาปนิก ผู้รับเหมา ผู้พัฒนาโครงการ และเจ้าของอาคาร
นายปฐมฤกษ์ กล่าวอีกว่า เจ้าของบ้าน มีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงหลายอย่าง ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ความสะดวกในการใช้งาน ระบบความปลอดภัย และการดูแลหลังการติดตั้ง ขณะที่สถาปนิกสามารถนำข้อมูลด้านการจัดวางโครงสร้างและการออกแบบพื้นที่ไปประกอบการวางแผน เพื่อให้ลิฟต์สอดคล้องกับภาพรวมของบ้านหรืออาคาร
ส่วนผู้รับเหมาและผู้พัฒนาโครงการสามารถใช้ข้อมูลด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และการบำรุงรักษาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโครงการในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำเสนอ UP by NPS PLUS หรือ UP Homelift ลิฟต์บ้านพรีเมียมที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Lift UP Your Life โดยเป็นลิฟต์บ้านมาตรฐานยุโรป EN 81 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย โดยมุ่งเน้นความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และดีไซน์ที่เข้ากับบ้านยุคใหม่
โดย UP Homelift จะเชื่อมโยงกับแนวคิด Wellness Architecture หรือการออกแบบอาคารที่คำนึงถึงสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยด้วย โดยให้ความสำคัญกับ 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติด้าน Biomedical ซึ่งมุ่งตอบโจทย์สังคมสูงวัย ลดภาระทางร่างกายของผู้ใช้งาน เพิ่มความสะดวกในการอยู่อาศัย
และมิติด้าน Building Science ที่เกี่ยวข้องกับระบบมอเตอร์ เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การลดเสียงรบกวน และการระบายอากาศภายในลิฟต์ ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของอาคารยุคใหม่ รวมถึงโครงการที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม







