
กรมที่ดินเข้มมาตรการสกัด 'นอมินี' ป้องกันต่างชาติถือครองที่ดินผิดกฎหมาย
กรมที่ดิน เข้มมาตรการสกัด “นอมินี” ป้องกันต่างชาติถือครองที่ดินผิดกฎหมายย้ำตรวจสอบก่อนและหลังการโอนอย่างต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- กรมที่ดินยกระดับมาตรการตรวจสอบการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวผ่าน "นอมินี" อย่างเข้มงวด ทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิ
- มีการตรวจสอบเชิงรุกก่อนการจดทะเบียน โดยพิจารณาแหล่งที่มาของเงิน ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา และโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท
- เพิ่มการตรวจสอบหลังการได้มาซึ่งที่ดิน โดยติดตามพฤติกรรมการใช้ประโยชน์ และทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น DSI และ ปปง. เพื่อเฝ้าระวัง
- ผู้กระทำผิดทั้งชาวต่างชาติและนอมินีชาวไทยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุก ปรับ และบังคับให้จำหน่ายที่ดิน
กรมที่ดิน เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน และป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยกำหนดแนวทางตรวจสอบทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิอย่างเข้มงวด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามธุรกรรมต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน กฎหมายไทยกำหนดให้คนต่างด้าวสามารถถือครองที่ดินได้เฉพาะบางกรณี ได้แก่ การรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม การซื้อเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยภายใต้เงื่อนไขการลงทุนตามที่กฎหมายกำหนด และการถือครองตามกฎหมายเฉพาะ
เช่น กฎหมายส่งเสริมการลงทุนของ BOI อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงกฎหมายผ่านการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือครองแทน หรือการจัดตั้งบริษัทเพื่ออำพรางการถือครองที่ดิน
กรมที่ดินจึงกำหนดมาตรการตรวจสอบเชิงรุกก่อนการจดทะเบียน โดยในกรณีที่มีคนไทยถือครองแทน จะมีการตรวจสอบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและความสัมพันธ์ของคู่สัญญา หากเป็นกรณีคู่สมรสระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ ต้องมีการยืนยันว่าเงินที่ใช้ซื้อที่ดินเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฝ่ายคนไทยอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน ในกรณีการจัดตั้งบริษัทถือครองที่ดินแทนต่างชาติ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น รายได้ที่แท้จริง ที่มาของเงินลงทุน ตลอดจนวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อป้องกันการใช้บริษัทอำพรางการถือครองโดยผิดกฎหมาย
นอกจากมาตรการก่อนจดทะเบียนแล้ว กรมที่ดินยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบภายหลังการได้มาซึ่งที่ดินโดยติดตามข้อมูลและพฤติกรรมการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ตรวจสอบการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ รวมถึงพฤติกรรมที่แสดงตนเป็นเจ้าของที่ดินของคนต่างด้าว หากได้รับเรื่องร้องเรียนหรือพบข้อมูลน่าสงสัย จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที
อีกทั้ง กรมที่ดินยังติดตามข้อมูลนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติทุก 3 เดือน เพื่อเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงด้านการลงทุนและการถือครองที่ดิน โดยมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิด
สำหรับผลการสอบสวน หากไม่พบการกระทำผิด จะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่หากพบการถือครองแทนหรือการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที รวมถึงรายงานต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดบทลงโทษต่อผู้กระทำผิดไว้อย่างชัดเจน โดยคนต่างด้าวที่ถือครองที่ดินโดยมิชอบอาจต้องระวางโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่นิติบุคคลหรือบุคคลสัญชาติไทยที่ให้การช่วยเหลือหรือถือครองแทน ก็มีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการบังคับจำหน่ายที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการอาจถูกอธิบดีกรมที่ดิน
สั่งจำหน่ายแทนได้
กรมที่ดินยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว สามารถแจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ






