thansettakij
thansettakij
ตะลึง! ต่างชาติฮุบเกาะสมุย-เกาะพะงัน ร่วมลงทุนตั้งบริษัทพุ่ง 1.14 หมื่นแห่ง

ตะลึง! ต่างชาติฮุบเกาะสมุย-เกาะพะงัน ร่วมลงทุนตั้งบริษัทพุ่ง 1.14 หมื่นแห่ง

09 พ.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ค. 69 | 05:04 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดปฏิบัติการสแกนนิติบุคคลต่างชาติในเกาะสมุย-เกาะพะงัน สกัดนอมินี-ธุรกิจสีเทา พบมีบริษัทต่างชาติร่วมลงทุนมากถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดบน 2 เกาะ ทั้งที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายและที่หลีกเลี่ยงโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดปฏิบัติการสแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ‘เกาะพะงันและเกาะสมุย’ จ.สุราษฎร์ธานี สกัดกั้นทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือ ถือหุ้นแทน หลังเกิดกระแสปากต่อปาก ต่างชาติยึดเกาะพะงัน-เกาะสมุยไปเรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้นพบจำนวนบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุนประกอบกิจการบนเกาะพะงันและเกาะสมุย มีจำนวนมกถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดบน 2 เกาะ รวม 16,811 ราย มีทั้งที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายและที่หลีกเลี่ยงโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี แยกเป็น

จ.สุราษฎร์ธานี มีบริษัทจำกัดจำนวน 21,717 ราย เป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 11,649 ราย ชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย อิสราเอล และ เยอรมัน

เกาะพะงัน มีบริษัทจำกัด 4,761 ราย มีชาวต่างชาติลงทุน 3,213 ราย ชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อิสราเอล ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย และเยอรมัน

 

เกาะสมุย มีบริษัทจำกัด 12,050 ราย มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย ชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย จีน และอิสราเอล

จากข้อมูลเกาะพะงันและเกาะสมุย มีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดของทั้ง 2 เกาะ (16,811 ราย) พบว่า ชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนบน 2 เกาะ เป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศเดียวกัน ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่จะได้ยินว่าต่างชาติยึดเกาะพะงัน-เกาะสมุยไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรม และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบธุรกิจบนเกาะพะงันไปบ้างแล้ว พบธุรกิจที่มีลักษณะต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) ใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ สำนักงานบัญชี และ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรมได้นำส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการเอาผิดต่อไป 

 

พร้อมส่งข้อมูลบริษัทขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์รวมเกินกว่า 100 ล้านบาท เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 34 ราย ให้ ปปง. ตรวจสอบความเคลื่อนไหวเส้นทางการเงินหากผิดจะต้องได้รับโทษ ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าวฯ กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับ 1,000,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ยังได้ขยายพื้นที่สแกนนิติบุคคลกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.พังงา เป็นต้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสที่จะเข้าข่ายการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี โดยเฉพาะธุรกิจที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนทั้ง 1. ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป และ 2. ต่างชาติถือหุ้น 0.01 – 49.99%

กรมและหน่วยงานพันธมิตรจะเร่งเดินหน้าเชิงรุกเพื่อปราบปรามนอมินีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยให้หมดสิ้นไปในทุกๆ พื้นที่ และทุกประเภทธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบธุรกิจ