thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' ดึง 21 หน่วยงานปราบนอมินี สกัดตั้งแต่ต้นทาง ไล่เช็คธุรกิจเชิงลึก

'ศุภจี' ดึง 21 หน่วยงานปราบนอมินี สกัดตั้งแต่ต้นทาง ไล่เช็คธุรกิจเชิงลึก

26 เม.ย. 69 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 69 | 03:56 น.

รองนายกฯ 'ศุภจี' เตรียมดึง 21 หน่วยงานทั่วประเทศ MOU 29 เม.ย.69 ลุยปราบปรามธุรกิจนอมินี สั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สกัดตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน พร้อมไล่ตรวจสอบข้อมูลเชิง

KEY

POINTS

  • รองนายกฯ ศุภจี สั่งการกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งปราบปรามธุรกิจนอมินี เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ
  • เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 21 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบเชิงลึกและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ส่งผลให้การจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) และป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ อาทิ การฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการเพิ่มมาตรการตรวจสอบ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี ก่อนการรับจดทะเบียนนิติบุคคล 

หลังจากที่กรมฯ ได้บังคับใช้คำสั่งให้กลุ่มเสี่ยงต้องส่งหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 (1 ม.ค. - 31 มี.ค. 69) พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างก้าวกระโดดถึง 60% (พบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (3,511 บริษัท) 

กรมฯ ยังได้เพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุน และบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ช่วง 1 เม.ย. - 23 เม.ย. 69 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% (175 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (658 บริษัท)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 - 23 เมษายน 2569 กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดธุรกิจใน 3 ด้านคือ 

1.ดำเนินการเร่งด่วนตามนโยบายของรองนายกฯ เพื่อแก้ไขปัญหานอมินี โดยตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะนอมินี พร้อมกับนำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จำนวน 11 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย โดยเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี/ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

2.การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว และส่งต่อข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินี ไปยัง 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

3.การตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พบมีธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 4,372 ราย ประกอบไปด้วย ธุรกิจบัญชีหนึ่งซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด จำนวน 256 ราย ธุรกิจบัญชีสองและธุรกิจบัญชีสามที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ จำนวน 4,116 ราย 

โดยกรมฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ดี รองนายกฯ ยังได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งเดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง โดยมีกำหนดจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินี ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย 

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมการท่องเที่ยว กรมการจัดหางาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม 

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งสิ้น 21 หน่วยงาน ในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน 

ทั้งนี้เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดโดยการใช้คนไทยเป็นนอมินี สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการนอมินี ประกอบกับบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด