
เสนาฯ แตกไลน์ EV Platform รับวิกฤตพลังงาน ปั้นธุรกิจ New S-Curve
"เสนาดีเวลลอปเม้นท์" เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ Green Lifestyle Platform เปิด “SENA Green Auto” เป็นกลไก New S-Curve เชื่อมบ้าน โซลาร์ และรถ EV สร้างระบบนิเวศพลังงานครบวงจร รับวิกฤตต้นทุนพลังงานและต่อยอดรายได้ใหม่
KEY
POINTS
- เสนาฯ ขยายธุรกิจสู่ "SENA Green Auto" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้าง New S-Curve รับมือวิกฤตพลังงาน
- วางโมเดลธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยง บ้าน-รถ EV-พลังงานโซลาร์-การเงิน เข้าเป็นระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อยกระดับสู่การเป็น Green Lifestyle Platform
- SENA Green Auto ไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายรถ EV หลายแบรนด์ แต่เป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร (EV Total Solution) ครอบคลุมการซื้อรถ วางแผนการเงิน และการติดตั้งโซลาร์
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เดินเกมทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ ประกาศขับเคลื่อน New S-Curve ผ่าน “SENA Green Auto” ยกระดับจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ Green Lifestyle Platform วางโมเดลเชื่อม บ้าน-รถ-พลังงาน-การเงิน เป็นระบบเดียว หวังสร้างระบบนิเวศพลังงานรองรับการใช้ชีวิตแห่งอนาคต พร้อมต่อยอดฐานรายได้ใหม่ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงาน และภาวะกำลังซื้อเปราะบาง
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด ระบุว่า ทิศทางใหม่ของเสนาไม่ได้มองเพียงการขายบ้าน แต่กำลังพัฒนาไปสู่ Lifestyle Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต โดยมี SENA Green Auto เป็นกลไกสำคัญเชื่อมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และการเดินทางเข้าหากัน
แกนหลักของโมเดลนี้อยู่ที่แนวคิด “The One Platform” สำหรับลูกบ้านเสนา และ “The Open Platform” สำหรับลูกค้าทั่วไป ให้เข้าถึงโซลูชันบ้าน รถ EV โซลาร์ และการเงินผ่านแพลตฟอร์มเดียว โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นเครื่องมือช่วยออกแบบทางเลือกทางการเงิน และ “SenX” เป็นตัวเชื่อมบริการ การอยู่อาศัย และการบริหารพลังงานร่วมกัน
โดยมองวิกฤตพลังงานเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง ทำให้ต้นทุนพลังงานกลายเป็นต้นทุนชีวิต โมเดลใหม่จึงถูกออกแบบให้บ้านทำหน้าที่เป็น Energy Hub สามารถผลิต ใช้ และบริหารพลังงานเองได้ รวมถึงต่อยอดสู่การชาร์จรถ EV ผ่านแนวคิด Infinite Clean Energy Loop
การขับเคลื่อน New S-Curve ของเสนาเชื่อมโยงอยู่บน 3 แกนธุรกิจหลัก ได้แก่
- ธุรกิจที่อยู่อาศัย
- ธุรกิจพลังงานโซลาร์
- ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า
ในส่วนธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัทยังเน้นตลาด Affordable Housing ควบคู่พัฒนาโซลูชันช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงบ้าน โดยไตรมาส 2 เตรียมเปิดโมเดล “รถแลกบ้าน” ใช้รถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างภาระการเงิน เพิ่มศักยภาพการขอสินเชื่อ ท่ามกลางอัตราปฏิเสธสินเชื่อในตลาดที่ยังสูงระดับ 60-70%
ดร.เกษราเน้นย้ำว่า แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่การขายบ้านพ่วงรถ แต่เป็นการช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านจากต้นทุนเดิมไปสู่ชีวิตสีเขียว เช่น การใช้รถเก่าทำเทรดอินเพื่อเพิ่มโอกาสซื้อบ้านได้มากขึ้น หรือใช้สินทรัพย์เดิมช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV โดยลดต้นทุนทางการเงิน
ด้านธุรกิจพลังงาน SENA Solar Energy ซึ่งดำเนินมากว่า 15 ปี ปัจจุบันมียอดติดตั้ง Solar Rooftop มากกว่า 1,500 หลังคาเรือน กำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ พร้อมต่อยอด Solar+Battery+EV Ready รองรับทั้งลูกค้าองค์กรและรายย่อย รวมถึงศึกษาเทคโนโลยี V2H และ V2L เชื่อมรถไฟฟ้ากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานในบ้าน
ขณะที่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า SENA Green Automotive ถูกวางเป็น EV Platform แบบ Multi-brand ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมแผนเพิ่มแบรนด์อื่นในอนาคต และพัฒนาโชว์รูม-ศูนย์บริการหลายทำเล โดยลงทุนแล้วกว่า 100 ล้านบาทขณะนี้
โดยตั้งเป้าหมายของ SENA Green Automotive ในปีนี้ 1,000 คัน หรือประมาณ 800 ล้านบาท หลังปีก่อนทำยอดขายราว 560 ล้านบาท และช่วงมอเตอร์โชว์ยอดจองเกือบ 100% จากปลายปีก่อน สะท้อนดีมานด์ EV ยังขยายตัว
โมเดล EV ของเสนาไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงดีลเลอร์ แต่เป็น EV Total Solution ครอบคลุมซื้อรถ ติด Solar วางแผนการเงิน และบริการ Trade-in ภายใต้แนวคิด Easy, Trusted และ Smart Finance เพื่อทำให้การเริ่มต้นใช้ EV เข้าถึงง่ายขึ้น
แม้รายได้หลักยังมาจากธุรกิจบ้านและคอนโด แต่รายได้จากกลุ่ม Green Business มีแนวโน้มขยับสัดส่วนจาก 3% ไปสู่ 3-5% ของรายได้รวม ขณะที่ Recurring Income จากโมเดลเช่าออมบ้าน LivNex และ RentNex อยู่ราว 10% และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ในมุมยุทธศาสตร์ บริษัทมอง SENA Green Auto เป็นกลไกยกระดับองค์กรสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อม “การอยู่อาศัย-พลังงาน-การเดินทาง” อย่างครบวงจร เพื่อรับเมกะเทรนด์พลังงานสะอาด และสร้างภูมิคุ้มกันท่ามกลางต้นทุนพลังงานผันผวน
“เป้าหมายเราไม่ใช่ขายรถ แต่คือทำให้ต้นทุนการเดินทางถูกลง ใช้พลังงานคุ้มขึ้น และทำให้ Green Lifestyle เข้าถึงได้จริง” ดร.เกษรากล่าว พร้อมย้ำว่า New S-Curve ของเสนาจะเติบโตควบคู่ทิศทางเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ







