thansettakij
thansettakij
สรุป 4 ปี กทม. พลิกผังเมืองจากจุดเล็ก สู่การยกระดับชีวิตคนเมือง

สรุป 4 ปี กทม. พลิกผังเมืองจากจุดเล็ก สู่การยกระดับชีวิตคนเมือง

20 เม.ย. 69 | 06:55 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 69 | 07:31 น.

กทม. สรุป 4 ปี เดินหน้าปรับผังเมืองจาก “จุดเล็ก” สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง ทั้งทางเท้า พื้นที่สาธารณะ ระบบเดินทาง และโครงสร้างเมือง เน้นเมืองเดินได้ ใช้งานง่าย และยั่งยืน

KEY

POINTS

  • กทม. ปรับแนวคิดการพัฒนาเมืองสู่ผังเมืองมีชีวิต โดยใช้ข้อมูลจากประชาชนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue และบริการดิจิทัลต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาเมืองอย่างตรงจุด
  • ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าเป็นศูนย์กลาง โดยปรับปรุงทางเท้าไปแล้วกว่า 1,100 กิโลเมตร และพัฒนาการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน (First Mile - Last Mile)
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ "สวน 15 นาที" และปลูกต้นไม้ล้านต้น ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาจราจร

กรุงเทพมหานครเดินหน้าปรับแนวคิดการพัฒนาเมืองครั้งสำคัญ จากผังเมืองแบบดั้งเดิมที่อยู่บนกระดาษ สู่ “ผังเมืองมีชีวิต” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven City) และให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อแก้ปัญหาเมืองเชิงระบบ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เผยถึง 4 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ว่า กรุงเทพมหานครได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารเมืองจากรูปแบบเดิมที่เน้นการสั่งการจากส่วนกลาง สู่การใช้ข้อมูลและเสียงของประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา

ชู Data เปลี่ยนผังเมือง

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ที่เปิดให้ประชาชนแจ้งปัญหาเมืองแบบเรียลไทม์ โดยปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนสะสมมากกว่า 1.2 ล้านเรื่อง และมีระดับความพึงพอใจของประชาชนอยู่ที่ 81% ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐรับรู้ปัญหาได้รวดเร็ว พร้อมติดตามสถานะและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง โดยพบจุดน้ำท่วมถึง 737 จุด จากเดิมที่มีข้อมูลเพียงหลักสิบจุด ทำให้กรุงเทพมหานครสามารถกำหนดนโยบายและแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการขยายบริการดิจิทัลสู่บริการเมืองอื่น ๆ เช่น

  • ระบบยื่นแบบก่อสร้างออนไลน์กว่า 17,000 คำขอ
  • ระบบขอภาพ CCTV ภายใน 24 ชั่วโมง เป็นประโยชน์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉิน
  • การขอใช้พื้นที่สาธารณะผ่านเว็บไซต์แบบโปร่งใส

ซึ่งทั้งหมดช่วยลดขั้นตอน ลดเวลา บริการให้กับประชาชน และเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารเมือง

จุดเล็กๆ ที่เริ่มจาก “คนเดินเท้า”

อีกหนึ่งแกนสำคัญของผังเมืองใหม่คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับคนเดินเท้า โดยกรุงเทพมหานครปรับปรุงทางเท้าไปแล้วกว่า 1,100 กิโลเมตร เกินเป้าหมาย 1,000 กิโลเมตร พร้อมใช้แนวคิด Universal Design ให้ทุกคนสามารถใช้งานได้

การพัฒนายังรวมถึง ทางเดินมีหลังคา (Covered Walkway), ทางเดินริมคลองต่อเนื่อง, การปรับปรุง Skywalk รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, ระบบไฟส่องสว่างแบบ Smart Lighting

ทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางแบบ First Mile - Last Mile ตั้งแต่ที่อยู่อาศัยไปจนถึงระบบระบบขนส่งมวลชน

พื้นที่สีเขียว กับสวน 15 นาที

อีกหนึ่งแนวคิดที่กทม. ให้ความสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือ โดยมี “สวน 15 นาที” ที่ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวภายใน 15 นาทีจากที่พักอาศัย โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีสวน 15 นาทีมากกว่า 400 แห่งทั่วเมือง ขณะเดียวกันยังมีโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ซึ่งปัจจุบันปลูกไปแล้วกว่า 2.4 ล้านต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยลดอุณหภูมิเมือง

กรุงเทพมหานครยังนำเทคโนโลยี Adaptive Traffic Control มาใช้บริหารสัญญาณไฟจราจร 74 แยก ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง และลดปัญหาการจราจรติดขัด รวมถึงปรับปรุงศาลารถเมล์ ป้ายรถเมล์ และระบบขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้ ในระยะต่อไป กรุงเทพมหานครเตรียมศึกษาพัฒนาโครงการสำคัญ อาทิ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา, พิพิธภัณฑ์เมืองกรุงเทพมหานคร, Public Space ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เพื่อสร้างภาพจำใหม่และยกระดับเมืองสู่มาตรฐานสากล

แม้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจจะไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ แต่เป็นสะท้อนว่า กรุงเทพมหานครกำลังเปลี่ยนจาก “ผังเมืองบนกระดาษ” สู่ “ผังเมืองที่มีชีวิต” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งหากการลดต้นทุนชีวิตของคนเมือง ทั้งเวลา ขั้นตอน และความไม่แน่นอนทำได้จริงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เมืองน่าอยู่ในอนาคต