thansettakij
thansettakij
นิกร มอบนโยบาย กคช. พลิกโมเดลเข้าถึงที่อยู่อาศัย ลดราคา-สินเชื่อ เปิดทางมีบ้านง่ายขึ้น

นิกร มอบนโยบาย กคช. พลิกโมเดลเข้าถึงที่อยู่อาศัย ลดราคา-สินเชื่อ เปิดทางมีบ้านง่ายขึ้น

12 เม.ย. 69 | 07:48 น.
อัปเดตล่าสุด :12 เม.ย. 69 | 08:01 น.

นิกร โสมกลาง รมว.พม. ป้ายแดง มอบนโยบาย กคช. พลิกโมเดลเข้าถึงที่อยู่อาศัย ลดราคา-สินเชื่อ เปิดทางมีบ้านง่ายขึ้น

KEY

POINTS

  • กระทรวง พม. มอบนโยบายให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ปรับโมเดลใหม่เพื่อช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
  • จัดแคมเปญลดราคาบ้านในโครงการพร้อมอยู่ทั่วประเทศสูงสุด 20% พร้อมลดเงินมัดจำเริ่มต้นเหลือเพียง 1,000 บาท
  • ผ่อนปรนเงื่อนไขสินเชื่อ เช่น ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 40 ปี และไม่ตรวจสอบเครดิตบูโรสำหรับบางโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีบ้าน

 

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่อยู่อาศัยเชิงรุก มอบการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ปรับบทบาทสู่กลไกสำคัญในการขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร โดยมุ่งลดข้อจำกัดด้านราคา การเงิน และสินเชื่อ ควบคู่กับการขับเคลื่อนแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026”

โดยนำโครงการพร้อมอยู่กว่า 60 โครงการทั่วประเทศ มาปรับลดราคาสูงสุด 20% พร้อมกำหนดเงินมัดจำเริ่มต้น 1,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางสามารถมีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานเป็นของตนเอง อันจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจฐานราก ทั้งนี้ ขอขอบคุณการเคหะแห่งชาติที่ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน และดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม

นิกร โสมกลาง

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายผ่านมาตรการเชิงปฏิบัติ ภายใต้แคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026” ซึ่งถือเป็น “กลไกขับเคลื่อนเชิงนโยบายในระดับพื้นที่” ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการขาย แต่เป็นการเร่งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัย โดยนำโครงการพร้อมอยู่กว่า 60 โครงการทั่วประเทศ มาปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับศักยภาพของประชาชน อาทิ ลดราคาสูงสุด 20% วางมัดจำเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท และขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 40 ปี แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายด้านการลดความเหลื่อมล้ำ (SDG 10) และการพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน (SDG 11)

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐมนตรีที่ต้องการให้ “บ้าน” เป็นมากกว่าสินทรัพย์ แต่เป็น “เครื่องมือสร้างโอกาสในชีวิต” โดย กคช. ได้ออกแบบมาตรการให้สอดรับกับข้อจำกัดจริงของประชาชน เช่น การไม่ตรวจเครดิตบูโรสำหรับบางโครงการ การคืนเงินมัดจำได้ในกรณีไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการเชื่อมโยงกับโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (คบส.) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรม

ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ

“หัวใจของนโยบายครั้งนี้ คือการเปลี่ยนจากการรอให้ประชาชนพร้อม มาสู่การทำให้ระบบ ‘พร้อมสำหรับประชาชน’ มากขึ้น” เป็นการยกระดับการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลดข้อจำกัดเชิงระบบในทุกมิติ ทั้งด้านราคา เงื่อนไขทางการเงิน และกลไกสนับสนุนจากภาครัฐและภาคีเครือข่าย ส่งผลให้ประชาชนสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างมั่นคงในระยะเวลาที่เหมาะสม เกิดความมั่นคงในชีวิต และต่อยอดสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว นโยบายดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการเพิ่มอัตราการมีที่อยู่อาศัย ลดภาระค่าเช่าระยะยาว และสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับครัวเรือน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งในด้านการบริโภค การจ้างงาน และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน"

นายทวีพงษ์ ได้เน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนนโยบายที่อยู่อาศัยในระยะนี้ จะต้อง “เข้าถึงจริง เห็นผลจริง และลดความเหลื่อมล้ำได้จริง” โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน และท้องถิ่น เพื่อร่วมกันสร้าง “ระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัย” ที่เอื้อต่อประชาชนทุกกลุ่ม ตามเป้าหมายของนโยบายโมเดลใหม่การเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

โครงการที่อยู่อาศัยกคช.

 

โครงการที่อยู่อาศัย กคช.

 

---------------------------------