
หลักคิด ธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์ ‘สัจจะ-สามัคคี-สุขภาพ’ DNA ชาญอิสสระ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
หลักคิด-ปรัชชญา ธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์‘สัจจะ-สามัคคี-สุขภาพ’ คือDNA ชาญอิสสระ เจ้าแรกผู้สร้างตำนานบ้านลักชัวรี อัลตร้าลักชัวรี สู่มิกซ์ยูสหมื่นล้าน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- นางธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์ เผยหลักคิดในการบริหารชาญอิสสระที่ยึดปรัชญา ‘สัจจะ-สามัคคี-สุขภาพ’ เป็น DNA ขององค์กร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
- บริษัทเน้นการเติบโตอย่างมั่นคงและค่อยเป็นค่อยไป โดยมุ่งระบายสต็อกเดิม สร้างกระแสเงินสด และพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ประกอบกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นทิศทางอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ การชะลอตัวของประเทศมหาอำนาจ ล้วนส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกอยู่ในภาวะระมัดระวัง นักลงทุนมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจ หันไปถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศเข้ามาซ้ำเติมภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึง ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย
ผลจากแรงกดดันทั้งภายนอกและภายในดังกล่าว ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะชะลอตัว ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์อย่างระมัดระวัง ทั้งในด้านการเปิดโครงการใหม่ การตั้งราคาขาย การจัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ผู้บริโภคเองมีความรอบคอบในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมตลาดยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี อัลตร้าลักชัวรี หัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อย่างภูเก็ต หัวหินและกรุงเทพมหานคร ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้เร่งระบายสต๊อกให้เกิดกระแสเงินสด รวมถึงการขยายพอร์ตธุรกิจ เพื่อกระจายความเสี่ยงในระยะยาว
ขณะที่ภาพสะท้อนถึงการมีสภาพคล่องและการบริหารจัดการที่ดี ล่าสุด ชาญอิสสระ ชำระคืนหุ้นกู้งวดแรกของปีนี้ มูลค่า 209.10 ล้านบาท ครบถ้วนตามกำหนด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมเตรียมชำระคืนหุ้นกู้งวดเดือนมีนาคม อีก 420 ล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้ถือหุ้นกู้ของชาญอิสสระ
“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นางธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI มือทำงานคนสำคัญของ นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ โครงการระดับไฮเอนด์ของไทย
นางธีราภรณ์ เล่าว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ชะลอตัวมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และประคับประคองมาจนถึงปัจจุบัน มองว่าเศรษฐกิจในภาพรวมยังไม่ฟื้นตัว มีผลต่อกำลังซื้อที่หดตัว การตัดสินใจซื้อของชิ้นใหญ่อย่างที่อยู่อาศัยต้องชะลอออกไป นำมาซึ่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สะท้อนจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานยอดโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง และชะลอการเปิดโครงการใหม่ ดังนั้น การพัฒนาโครงการต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ชาญอิสสระไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอโครงการที่รุนแรง เหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่ทั่วไป เพราะโดยปกติแล้ว บริษัทเน้นการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป เปิดตัวโครงการในแต่ละปีไม่มาก เมื่อเกิดเหตุการณ์เหนือการควบคุมจะไม่กระทบมากนัก
ทั้งนี้การปรับตัวบริษัทมุ่งเน้นการระบายสต๊อกรวมถึงแบล็กล็อกที่มีให้มากที่สุดเพื่อสร้างกระแสเงินสด ซึ่งมีตั้งแต่โครงการระดับกลาง-ล่าง ไปจนถึงไฮเอนด์ สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างกระตุ้นการขายในปีนี้ เช่น โครงการ “ดิ อิสสระ สาทร” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีใจกลางเมือง ซึ่งสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท โครงการ “บ้านอิสสระ บางนา” บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ใกล้เมกะบางนา ราคาเริ่มต้น 39.9 ล้านบาท โดยโครงการนี้จัดแคมเปญ “ใช้ชีวิตฟรี 5 ปี” มูลค่ารวม 4 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้ซื้อในกลุ่มกำลังซื้อสูง
มากไปกว่านั้นชาญอิสสระ มีโครงการขนาดใหญ่รูปแบบมิกซ์ยูส ที่สร้างรายได้ระยะยาว 3 แห่ง ได้แก่ ศรีพันวา ภูเก็ต พื้นที่ 80 ไร่ โครงการในหัวหิน พื้นที่ 110 ไร่ และ โครงการศรีพันวา ลากูน ภูเก็ต ที่เชิงทะเลพื้นที่ 62 ไร่
ที่เป็นไฮไลต์โครงการ “ศรีพันวา ลากูน ภูเก็ต” มูลค่ารวมกว่า 7,300 ล้านบาท มีการซื้อ-ขายโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเมื่อช่วงไตรมาสที่2 ของปีที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการที่น่าจับตา ซึ่งประกอบไปด้วยวิลล่า คอมเมอร์เชียล คอนโดมิเนียม และโรงแรม โดยมีจุดเด่น “ห้องพักบนผิวน้ำ” คาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องยาวถึง 10 ปี ความน่าสนใจ ของที่ดินแปลงนี้มี “เลค” หรือบึงน้ำขนาดใหญ่ติดมาด้วยขณะที่บริเวณด้านหลังติดเชิงเขา ทำให้เป็นจุดขายดึงดูดความสนใจลูกค้าโดยเฉพาะชาวต่างชาติ
นางธีราภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ที่มาของ “เลค” ใจกลางโครงการ “ศรีพันวา ลากูน ภูเก็ต” หากย้อนประวัติศาสตร์สมัยในวัยเด็ก มักจะได้ยินในห้องเรียนที่ว่า ประเทศไทยมีสินค้าส่งออกคือข้าว และดีบุก ซึ่งภูเก็ตมีการทำเหมืองแร่ดีบุกค่อนข้างมาก ภายหลังจากหยุดทำเหมือง ปัจจุบันกลายเป็น“เลค”มีน้ำจากธรรมชาติเข้าไปแทนที่ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
“มีภูเขาและเลค เป็นจุดขาย และซอยเชิงทะเลทำถนนกว่า 18 เมตรซึ่งใหญ่กว่าถนนสายหลัก เมื่อบริษัทเข้าไปพัฒนา ผู้ประกอบการรายอื่นก็ตามไป มีวิลล่า มีโฮมโปรอยู่ปากซอย ทำให้ที่ดินแถบนี้ ราคาขยับและเกิดการพัฒนามากขึ้น”
มองว่าโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ในเชิงทะเล ที่ต้องใช้เวลาพัฒนา ขณะที่ศรีพันวาพื้นที่ 80 ไร่ ใช้เวลาพัฒนานาน 20 ปี กระทั่งเหลือแปลงสุดท้าย วิลล่าหรู 4 ยูนิตขายยูนิตละ 200 ล้านบาทที่ปิดการขายไปแล้ว ส่วนหัวหินก็เช่นกัน มีที่ดิน 110 ไร่ ทยอยทำโครงการต่อเนื่อง มีรายได้จากที่ดินเป็น 10 ปี โครงการศรีพันวา ลากูน ภูเก็ต ก็เช่นกัน ที่สำคัญได้มีแผนร่วมมือกับ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS พัฒนาธุรกิจเวลเนส
ทั้งนี้โซนที่ปลอดภัยสำหรับลงทุนคือกรุงเทพฯ เป็นอันดับหนึ่ง ภูเก็ต เดสติเนชัน ที่ชาวต่างชาติ ปรารถนามาท่องเที่ยวและอยู่อาศัย สะท้อนจากรัสเซียมีปัญหาภายในประเทศ ออกมาซื้อบ้าน-คอนโดในภูเก็ตกันมาก หัวหินก็เช่นกัน
เมื่อถามถึงหลักคิดในการทำงานนางธีราภรณ์ มองว่า ได้ใช้ปรัชญา เป็นธงนำ “สัจจะเป็นหลัก - สามัคคีเป็นเลิศ - สุขภาพยิ่งใหญ่” โดย “สัจจะ” คือ ความซื่อสัตย์ “สามัคคี” คือ การทำงานร่วมกัน “สุขภาพ” คือ การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ทั้งหมดนี้ถูกหลอมเป็น DNA ขององค์กร ทั้งในด้านการทำงานและการพัฒนาโครงการที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมา ชาญอิสสระเป็นผู้ริเริ่มรายแรกๆ พัฒนาคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง อาคารสำนักงาน บ้านลักชัวรี 3 ชั้น บ้านอัลตร้าลักชัวรี และ แนวคิด บ้านรีสอร์ทร่วมพัฒนากับ SCG HEIM ใช้กระจก เพื่อเห็นวิวและรับลม ได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ชาญอิสสระมีชื่อเสียงในด้านทำโครงการลักชัวรี มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนคลับ ที่ตามซื้อโครงการ ดังนั้นตลาดนี้ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากลูกค้ามีกำลังซื้อสูง ไม่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินมากนัก อีกทั้งผลบวก ในแง่ของต่างชาติมองไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยในสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสงครามยูเครนและล่าสุดการสู้รบในตะวันออกกลาง
นางธีราภรณ์ ขยายความการแตกไลน์ธุรกิจ เวลเนสและสกินแคร์ โดยเวลเนสเป็นเป้าหมายของบริษัทตั้งแต่แรกที่ศึกษามานาน และเมื่อ BDMS เลือกชาญอิสสระเพราะอสังหาริมทรัพย์ กับเวลเนสไปด้วยกันได้ อีกทั้งมีโรงแรม โดยมองเป็นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าไฮเอนด์ดังนั้นจึงเกิดความร่วมมือกัน
ส่วนสกินแคร์เกิดจากชาญอิสสระมีโรงแรม แต่ต้องการทำให้กับผิวกาย ผิวหน้าได้รับการปกป้อง ดังนั้นจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมา นอกจากครีมกันแดดยังเป็นครีมบำรุงผิวใส่วัตถุดิบที่ดี แม้ ตลาดนี้ มีผู้เล่นค่อนข้างมากแต่มองว่าทั้งผู้หญิง - ชายใช้ได้ทุกวัน และที่สำคัญชาญอิสสระทำธุรกิจเกี่ยวกับแดด เมื่ออยู่โรงแรม จะเข้าใจเรื่องแดด นอกจากนี้ยังมีการร่วมทุนในธุรกิจยาอีกด้วย
นี่คือเจ้าตลาดลักชัวรี หัวเมืองท่องเที่ยวของไทย ที่ไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจที่เกินตัว แต่เน้นการเติบโตอย่างมั่นคงจากรากฐานของคุณภาพและกลุ่มลูกค้าเฉพาะเจาะจง ภายใต้ ปรัชญา “สัจจะเป็นหลัก - สามัคคีเป็นเลิศ - สุขภาพยิ่งใหญ่” ที่เป็น DNA ของชาญอิสสระอย่างแท้จริง






