

KEY
POINTS
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินส่งผลให้ตลาอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังอยู่ในช่วงตั้งรับ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) ประกาศทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ด้วยกลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้น เพื่อพยุงตลาดรับสร้างบ้านและเตรียมความพร้อมรับการฟื้นตัวในระยะถัดไป
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศในปี 2568 สมาคมฯ คาดว่ามูลค่าตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 190,134 ล้านบาท ลดลง 11% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 213,360 ล้านบาท สะท้อนผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามโครงสร้างตลาดได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญโดยตลาดต่างจังหวัดยังคงมีความแข็งแกร่งและครองสัดส่วนหลักของประเทศ จากข้อมูลของสมาคมฯ ตลาดบ้านสร้างเองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมูลค่ารวมประมาณ 43,731 ล้านบาท ลดลงแรงถึง 16% จากปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนตลาดลดลงเหลือเพียง 23%
ขณะที่ตลาดต่างจังหวัดมีมูลค่ารวมประมาณ 146,403 ล้านบาท ลดลงเพียง 9% และขยับขึ้นมาครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 77% ของมูลค่ารวมทั่วประเทศ เมื่อเจาะลึกในเชิงพื้นที่ พบว่าภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสองภูมิภาคที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุด
โดยภาคใต้มีมูลค่าตลาด 34,224 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 18% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมูลค่า 32,323 ล้านบาท หรือ 17% ตามมาด้วยภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคกลางตามลำดับ ขณะที่จังหวัดที่มียอดสั่งสร้างสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา และกลุ่มจังหวัดสมุทรปราการ-ปทุมธานี
นายอนันต์กร กล่าวว่า ในปี 2569 สมาคมฯ จะยังคงเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ B-Q-O ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนองค์กรและสมาชิก ท่ามกลางสภาพตลาดที่ยังมีความผันผวนสูง
ในมิติ Brand Awareness สมาคมฯ ได้ยกระดับการสื่อสารสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ และการใช้วิดีโอคอนเทนต์สั้นเพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมสื่อสารความแตกต่างระหว่างบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ กับผู้รับเหมาทั่วไปในด้านมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของผู้บริโภค
ด้าน Quality สมาคมฯ มุ่งยกระดับคุณภาพบุคลากรตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ผ่านแนวคิด “ทีมฟุตบอล” ตั้งแต่ผู้บริหารที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทางระยะยาว ทีมขายที่ต้องพัฒนาเป็นที่ปรึกษาเรื่องบ้าน ทีมก่อสร้างที่ควบคุมคุณภาพหน้างานตามมาตรฐานวิศวกรรม ไปจนถึงทีม Back Office ที่เน้นการทำ BOQ อย่างแม่นยำและการควบคุมต้นทุน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการขาดทุน
และด้าน Organization สมาคมฯ ได้ยกระดับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูล (Data Center) ของตลาดบ้านสร้างเอง รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลมูลค่าตลาดทั้งประเทศและรายภูมิภาค เพื่อให้สมาชิกใช้เป็นฐานในการวางกลยุทธ์ และเป็นแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ในระดับประเทศ
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในปี 2569 คือการจัดตั้ง “บอร์ดภูมิภาค” (Regional Committee) อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกโดยนำร่องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ที่มีบริษัทสมาชิกของสมาคมไม่ต่ำกว่า 10 บริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในพื้นที่และขยายการรับรู้บริการรับสร้างบ้านมาตรฐานถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ
นอกจากนี้ สมาคมฯ เตรียมจัดกิจกรรมแฟร์สัญจร รวมถึงงานรับสร้างบ้านในภูมิภาคเป็นครั้งแรก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะเผชิญปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานหรือการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมใช้ “MR.HO-ME” มาสคอตของสมาคมฯ เป็นตัวแทนในการสื่อสาร
นายอนันต์กร ระบุว่า หลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สมาคมฯ เตรียมเสนอ 3 มาตรการสำคัญเพื่อกระตุ้นตลาดรับสร้างบ้าน ได้แก่ มาตรการ “คนละครึ่งภาคอสังหาฯ” หรือรัฐช่วยจ่ายบางส่วน เช่น ค่าวัสดุก่อสร้างหรือดอกเบี้ยช่วงแรก การต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีออกไปอีก 2 ปี จากเดิมสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2570 และการขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก 100,000 บาท เป็น 500,000 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงในปัจจุบัน
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้าน เร่งการหมุนเวียนเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในช่วงที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป
นายอนันต์กร กล่าวทิ้งท้ายว่า สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานธุรกิจรับสร้างบ้าน และพร้อมเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของผู้บริโภค ภายใต้เศรษฐกิจที่ยังรอการฟื้นตัว โดยประเมินว่ามูลค่าตลาดรวมในปี 2569 จะใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ระดับราว 1.9 แสนล้านบาท พร้อมแนะให้ผู้ที่มีแผนสร้างบ้านตัดสินใจในช่วงนี้ ซึ่งยังเป็นจังหวะที่ต้นทุนอยู่ในระดับคุ้มค่า