thansettakij
'ลลิล' ชู 3 แกนหลัก ตั้งรับศก.โตต่ำ ฝากความหวังรัฐใหม่เร่ง S-Curve

'ลลิล' ชู 3 แกนหลัก ตั้งรับศก.โตต่ำ ฝากความหวังรัฐใหม่เร่ง S-Curve

12 ก.พ. 2569 | 08:10 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 08:51 น.

ลลิลลุยปี 2569 ท่ามกลางศก.โตต่ำ ตั้งเป้า 4,200 ล้าน ชูคุณภาพ–คล่องตัว คุมสภาพคล่อง ไม่หวั่นผลกระทบการเมือง ตั้งความหวังรัฐเร่ง S-Curve ฟื้นความเชื่อมั่น

KEY

POINTS

  • ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ วาง 3 แกนหลักในการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือเศรษฐกิจโตต่ำ ได้แก่ การเติบโตอย่างยั่งยืน (ESG), การตลาดยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการปรับองค์กรให้มีความคล่องตัวสูง
  • บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอ โดยตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท และเน้นเปิดโครงการแนวราบใหม่ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดจริง
  • หวังรัฐบาลใหม่เร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่ (S-Curve) ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 2% และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่งผ่านปีแห่งการหดตัวกว่า 17% “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เลือกวางหมากธุรกิจด้วยท่าที “ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท” ประกาศเดินหน้าปี 2569 ภายใต้แนวคิดการอยู่รอดเชิงแข่งขันด้วยคุณภาพ ความคล่องตัว และนวัตกรรม พร้อมส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ให้เร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่ หรือ S-Curve เพื่อปลดล็อกศักยภาพประเทศ

ศก.โตต่ำ-หนี้ครัวเรือนสูง โจทย์ใหญ่อสังหาฯ ไทย

นายไชยยันต์ ชาติกรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวในกรอบจำกัด ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้า ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนระดับสูงที่บั่นทอนกำลังซื้อ และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ

ไชยยันต์ ชาติกรกุล

อสังหาริมทรัพย์ในฐานะอุปสงค์ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับหลายธุรกิจในระบบเศรษฐกิจ จึงไม่อาจเติบโตสวนกระแสได้ หากจีดีพีขยายตัวต่ำ ตลาดที่อยู่อาศัยย่อมฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกเริ่มปรากฏจากการชะลอเปิดโครงการใหม่ของหลายผู้ประกอบการในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ความเสี่ยง Oversupply ลดลง และการแข่งขันจะเหลือผู้เล่นที่มีวินัยทางการเงินและบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

แผนธุรกิจ 69 เน้น 3 แกนหลักตั้งเป้า 4,200 ล้าน

นายชูรัชฏ์ ชาติกรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้เปิดเผยว่าบริษัทได้วางกรอบยุทธศาสตร์องค์กรภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ การเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG การยกระดับการตลาดสู่ Lifestyle & Experience Marketing ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและข้อมูลลูกค้า และการปรับองค์กรสู่ Agile Organization เพื่อเพิ่มความคล่องตัวรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจ

ชูรัชฏ์ ชาติกรกุล

โดยจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 5 กลยุทธ์เชิงปฏิบัติที่ เพื่อสร้าง “ความอยู่รอดเชิงแข่งขัน” และปูทางสู่การเติบโตระยะยาว ดังนี้

  • การรักษาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรัดกุม บริหารกระแสเงินสดให้เพียงพอรองรับการดำเนินงานและการลงทุนใหม่
  • การควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม รักษาวินัยทางการเงิน ลดความเสี่ยงจากภาวะดอกเบี้ยและตลาดทุนผันผวน
  • การเปิดโครงการใหม่อย่างระมัดระวังและแม่นยำ พัฒนาโครงการบนฐานข้อมูลตลาดและกำลังซื้อจริง เพื่อลดความเสี่ยงสต็อกคงค้าง
  • การยกระดับคุณภาพสินค้าและกระบวนการทำงาน โดยพัฒนามาตรฐานโครงการ ระบบงาน และทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว
  • การขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทาง ESG อย่างเป็นรูปธรรม ผสานหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับการดำเนินธุรกิจทุกมิติ

"ในขณะนี้กระสุนมีจำกัด ต้องยิงให้แม่น ลลิลก็ต้องยิงให้แม่น ออกสินค้าให้ตอบโจทย์เรียลดีมานด์ และต้องอยู่ในตะกร้าของผู้รอดชีวิตให้ได้" นายไชยยันต์กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ลลิลวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 4-6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,500-5,000 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นโครงการแนวราบ โดยเน้นทดแทนโครงการเดิมที่ปิดการขายแล้ว พร้อมขยายไปยังจังหวัดยุทธศาสตร์ ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลในทำเลที่มีโครงการสิ้นสุด จังหวัดท่องเที่ยวที่มีศักยภาพรับเม็ดเงินใหม่ และจังหวัดที่มีการลงทุนอุตสาหกรรมและเม็ดเงินภาครัฐไหลเข้า

บริษัทระบุว่าการวางแผนที่ดิน (Land Bank) และสภาพคล่องทางการเงินถูกเตรียมรองรับล่วงหน้า ไม่มีประเด็นด้านหุ้นกู้หรือสภาพคล่อง พร้อมบริหารสินค้าคงเหลือให้อยู่ระดับเหมาะสม โดยคุมบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอนไว้ราว 200-300 ยูนิต เพื่อสอดรับจังหวะตลาด

เป้าหมายยอดขายปีนี้ตั้งไว้ที่ 4,200 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ 3,350 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเติบโตรายได้ 3-5% หากปัจจัยการเมืองเอื้ออำนวย ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 750 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงครึ่งปีแรก

'ลลิล' ชู 3 แกนหลัก ตั้งรับศก.โตต่ำ ฝากความหวังรัฐใหม่เร่ง S-Curve

ฝากความหวังรัฐบาลใหม่ เร่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่เสถียรภาพการเมืองและความสามารถในการดึงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เข้าประเทศ ผ่านกลไก BOI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่ EEC รวมถึงการผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

แนวคิดการสร้าง S-Curve ใหม่ เช่น การพัฒนาเมกะโปรเจกต์ด้านท่องเที่ยวหรือการเสริมบทบาทไทยในฐานะ Medical Hub ถูกมองว่าอาจเป็นแรงดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติและนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ หากดำเนินการได้จริง จะช่วยกระตุ้นการจ้างงาน รายได้ และท้ายที่สุดส่งผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ นายไชยยันต์ ยังประเมินสถานการณ์การเมืองในเชิงบวก ระบุว่าไม่คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะล่าช้า เนื่องจากกรอบเวลาการประกาศผลและการจับขั้วทางการเมืองมีความชัดเจน พร้อมมองว่าหากได้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากและเสถียรภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุน

'ลลิล' ชู 3 แกนหลัก ตั้งรับศก.โตต่ำ ฝากความหวังรัฐใหม่เร่ง S-Curve

อย่างไรก็ดี บริษัทได้เตรียมแผนตั้งรับความผันผวนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีก่อน ทั้งด้านการเงิน สภาพคล่อง และการบริหารโครงการ เพื่อดูแลผู้ถือหุ้น พนักงาน และคู่ค้าอย่างรอบด้าน ทำให้สามารถเดินหน้าธุรกิจได้ต่อเนื่องแม้ภาวะแวดล้อมยังมีความไม่แน่นอน

ถึงแม้จะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่กำลังจะหมดอายุในกลางปี ก็คาดว่ามีโอกาสได้รับการต่ออายุ เนื่องจากรัฐมองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญ สร้างมูลค่าตลาดรวมปีละหลายแสนล้านบาท และเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมกว้างขวาง

รวมถึงเน้นย้ำจุดยืนว่า การเมืองที่นิ่งและนโยบายที่ชัดเจนจะช่วยให้ภาคธุรกิจวางแผนได้แม่นยำขึ้น บริษัทในฐานะองค์กรจดทะเบียนต้องคำนึงถึงผู้ถือหุ้น พนักงาน สถาบันการเงิน และพันธมิตรทุกฝ่าย จึงเตรียมแผนการเงินและแผนธุรกิจรองรับความผันผวนไว้ล่วงหน้า