thansettakij
กูรูอสังหาฯ อยากเห็น รัฐบาลปราบคอร์รัปชัน-ตัดสินใจเร็ว-แก้หนี้ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง

กูรูอสังหาฯ อยากเห็น รัฐบาลปราบคอร์รัปชัน-ตัดสินใจเร็ว-แก้หนี้ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง

10 ก.พ. 2569 | 09:31 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.พ. 2569 | 11:25 น.

กูรูอสังหาฯ อยากเห็น เรื่องเร่งด่วน หลังตั้งรัฐบาล โปร่งใส ปราบคอร์รัปชัน ตัดสินใจเร็ว ลดกฎระเบียบซ้ำซ้อน แก้หนี้ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่พักหนี้ระยะสั้น พร้อมเปิด3ฉากทัศน์

KEY

POINTS

  • ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องการรัฐบาลใหม่ที่มีความโปร่งใส ตัดสินใจรวดเร็ว และยึดหลักการของระบบมากกว่าตัวบุคคล เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ
  • เสนอ 3 เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ควรทำทันที ได้แก่ การปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง, การลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ, และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนในเชิงโครงสร้าง
  • เน้นย้ำว่าเสถียรภาพเชิงระบบที่มีนโยบายชัดเจนและคาดการณ์ได้สำคัญกว่ารัฐบาลเสียงข้างมากแต่ไร้เสถียรภาพ โดยภาคธุรกิจกังวลรัฐบาลที่จัดตั้งล่าช้าและตัดสินใจไม่ได้มากที่สุด

นายสุนทรสถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด (Sathaporn Estate: SE)  เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า อยากเห็นรัฐบาลที่โปร่งใส ตัดสินใจได้เร็ว และยึดระบบ มากกว่าบุคคล หรือพรรคการเมือง

รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่อง แต่ต้อง1.ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้2.ลดการรวมศูนย์อำนาจ 3.เปิดพื้นที่ให้ท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ร่วมออกแบบอนาคตเศรษฐกิจไทยจะเดินหน้าได้ เมื่อกติกาดี คาดการณ์ได้ และไม่ยอมรับคอร์รัปชัน

เมื่อถามว่าในช่วง3เดือนแรก  อยากให้รัฐบาลใหม่ทำอะไร “ทันที” นายสุนทร  สะท้อน ว่ามี3 เรื่องเร่งด่วนที่สุด

1. ลงมือจริงจังเรื่องปราบคอร์รัปชัน ไม่ใช่แค่คำประกาศ แต่ต้องมีระบบรับร้องเรียน ตรวจสอบ และคุ้มครองผู้ร้องเรียน เพราะความเชื่อมั่นเริ่มจากรัฐ

2. คลี่คลายคอขวดเศรษฐกิจ ลดกฎระเบียบซ้ำซ้อน ใช้ระบบดิจิทัลในการอนุญาตและกำกับ ทำให้การลงทุนและการพัฒนาเมืองขยับได้จริง

3. แก้หนี้ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่พักหนี้ระยะสั้น แต่ใช้เครื่องมือ เช่น Consolidated debt Mortgage  ,guarantee และRisk-based interestเพื่อให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อ เศรษฐกิจจึงจะฟื้น

ต้องการรัฐบาลที่มี “เสถียรภาพ” หรือ “นโยบายเศรษฐกิจ”

นายสุนทรตอบแบบไม่ลังเลว่า  ต้องมีทั้งสองอย่าง แต่หากต้องเลือก เสถียรภาพเชิงระบบ สำคัญกว่าเสถียรภาพเชิงตัวเลขรัฐบาลที่เสียงมาก แต่ต่อรองยืดเยื้อ เปลี่ยนนโยบายไปมา ขาดความโปร่งใสจะทำให้การลงทุนชะลอ  ทั้งนี้สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการคือ กติกาที่ชัด นโยบายที่คาดการณ์ได้ และวินัยการคลังที่รักษาได้จริง

ขณะที่ มุมมองต่อกรณี พรรคเพื่อไทย / พรรคภูมิใจไทย / พรรคประชาชนหากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นโยบายมีผลต่อธุรกิจอย่างไรนั้น ในฐานะภาคธุรกิจ ไม่ได้เน้นชื่อพรรค แต่มองโครงสร้างนโยบาย และผลต่อระบบเศรษฐกิจ

สุนทร สถาพร

1 พรรคภูมิใจไทย

              •             เด่นเรื่องการกระจายอำนาจและเศรษฐกิจฐานพื้นที่

              •             เอื้อต่ออสังหาริมทรัพย์เมืองรองและภูมิภาคได้อานิสงค์

              •             ไม่หวือหวา แต่มีเสถียรภาพระยะยาว

 

2 พรรคประชาชน

              •             เน้นความโปร่งใส ปราบคอร์รัปชัน ปฏิรูปกติกา

              •             ระยะสั้นตลาดอาจชะลอจากความไม่แน่ใจด้านภาษีและที่ดิน

              •             ระยะยาวเป็นบวก หากการปฏิรูปไม่บั่นทอนแรงจูงใจการลงทุนที่สุจริต

 

3 พรรคเพื่อไทย

              •             มีศักยภาพสูงในการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

              •             อสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวเร็วในระยะสั้น

              •             แต่ต้องระวังวินัยการคลัง หากใช้นโยบายแจกมากเกินไป และการบิดเบือนตลาดในระยะยาว

ในมุม มุมมองต่อ 3 ฉากทัศน์ในการจัดตั้งรัฐบาล นายสุนทรมองว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้กลัวรัฐบาลผสมแต่กลัวรัฐบาลที่ตั้งช้า และตัดสินใจไม่ได้

ฉากทัศน์ A: พรรค X ชนะขาด → รัฐบาลพรรคเดียว

  •  ตัดสินใจเร็ว นโยบายชัด
  •  เหมาะกับการ resetระบบ หากยึดความโปร่งใส
  •  ความเสี่ยงคือการรวมศูนย์อำนาจ และการขาดกลไกถ่วงดุล

ฉากทัศน์ B: รัฐบาลผสมตั้งได้เร็ว

  • เป็นฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอนในการเลือกตั้งครั้งนี้  ภาคธุรกิจจึงมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
  • เกิดสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจ วินัยการคลัง และการปฏิรูป
  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์เดินหน้าได้อย่างมั่นคง

 

ฉากทัศน์ C: รัฐบาลผสม ต่อรองยาว ตั้งช้า

  •     ความเชื่อมั่นหาย
  •     การลงทุนชะลอ
  •     สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ
  •     เศรษฐกิจเสียเวลา ซึ่งเอากลับมาไม่ได้