thansettakij
เปิดแชมป์บริษัทอสังหาฯใหญ่สุดในไทย 'AP -แสนสิริ-ศุภาลัย' เปิดโครงการมากสุด

เปิดแชมป์บริษัทอสังหาฯใหญ่สุดในไทย 'AP -แสนสิริ-ศุภาลัย' เปิดโครงการมากสุด

04 ก.พ. 2569 | 11:26 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 11:54 น.

อยากรู้ใครเป็นแชมป์บริษัทพัฒนาที่ดินที่ใหญ่ที่สุดในไทย ปี68 เปิดโครงการมากสุด AREA เปิดผลการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลล่าสุด สิ้นปี 2568 บิ๊กทรี AP -แสนสิริ-ศุภาลัย เปิดโครงการจำนวนหน่วยมากสุด ชี้เทียบมูลค่าโครงการ SC มาที่2

KEY

POINTS

  • เอพี (ไทยแลนด์) ครองแชมป์บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในปี 2568 โดยเป็นอันดับ 1 ทั้งในแง่จำนวนยูนิต (8,844 หน่วย) และมูลค่าโครงการ (63,749 ล้านบาท)
  • 3 อันดับแรกที่เปิดตัวโครงการมากที่สุดในแง่จำนวนยูนิต ได้แก่ เอพี (ไทยแลนด์), แสนสิริ และศุภาลัย ตามลำดับ
  • เมื่อพิจารณาจากมูลค่าการพัฒนา อันดับ 3 จะเปลี่ยนเป็น เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (20,849 ล้านบาท) ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าศุภาลัย
  • ภาพรวมตลาดถูกครองโดยผู้พัฒนารายใหญ่ โดย 10 บริษัทแรกมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันสูงถึง 67% ในแง่จำนวนยูนิต และ 80% ในแง่มูลค่า

ใครเป็นใครในแชมป์บริษัทพัฒนาที่ดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) มาแจงให้ทราบจากผลการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลล่าสุด ณ สิ้นปี 2568

เมื่อพิจารณาถึงบริษัทพัฒนาที่ดินมหาชนทั้งบริษัทหลักและบริษัทลูกรวมกัน จะพบว่า บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด โดยพัฒนาถึง 45 โครงการในปี 2568 รวม 8,844 หน่วย มูลค่า 63,749 ล้านบาท มีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 7.208 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 21.3% หรือราวหนึ่งในห้าของทั้งตลาด นับว่าเป็น “มหาอำนาจ” อย่างแท้จริง นำหน้าอันดับสองในแง่จำนวนหน่วยถึงเท่าตัว

ทั้งนี้อันดับสองของจำนวนหน่วยมากสุดก็คือ บมจ.แสนสิริ พัฒนา 14 โครงการ รวม 4,210 หน่วย มูลค่า 35,933 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 8.535 ล้านบาท มีส่วนแบ่งในตลาด 10.1% และอันดับที่ 3 คือ บมจ.ศุภาลัย พัฒนา 12 โครงการ รวม 3,236 หน่วย รวมมูลค่า 19,750 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 6.103 ล้านบาท มีส่วนแบ่งในตลาด 7.8%

จะเห็นได้ว่าทั้ง 10 บริษัทแรกนี้มีจำนวนหน่วยถึง 27,896 หน่วย เท่ากับ 67% หรือสองในสามของทั้งตลาด บริษัทในตลาดหลักทรัพย์อื่นอีกนับสิบแห่ง และบริษัทนอกตลาดอีกนับร้อยแห่ง ยังมีส่วนแบ่งในตลาดน้อยมาก ถือได้ว่าตลาดนี้เป็นตลาดของรายใหญ่โดยแท้

 

จำนวนหน่วยมากสุด

หากพิจารณาในแง่ของมูลค่าการพัฒนาจะพบว่าบริษัทอันดับหนึ่งยังเป็น บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) บริษัทอันดับสองก็ยังเป็น บมจ.แสนสิริ ส่วนบริษัทอันดับสามคือ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีมูลค่าการพัฒนา 20,849 ล้านบาท สูงกว่า บมจ.ศุภาลัยที่พัฒนาในมูลค่า 19,750 ล้านบาท นั่นเอง  จะสังเกตได้ว่าในจำนวน 10 บริษัทแรกนี้กินส่วนแบ่งตลาดไปถึง 80% คือ 198,722 ล้านบาทจาก 290,615 ล้านบาทนั่นเอง

มูลค่าโครงการมากสูด

 

บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

เมื่อพิจารณาถึงบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจะพบว่า บจก.เอ เบสท์ เอสเตท มีการพัฒนา 2 โครงการ รวม 2,680 ล้านบาท จำนวน 593 หน่วย อันดับสองคือ บจก.นอร์ธแลนด์ ดีเวลล็อปเม้นท์ พัฒนา 558 หน่วย และอันดับสาม บจก.วิถีไทย เรียลเอสเตท พัฒนาถึง 5 โครงการ จำนน 495 หน่วย  และหากพิจารณาอันดับสองในแง่มูลค่าก็เป็น บจก.เดอะ เนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ มูลค่า 2,568 ล้านบาท และอันดับสามในแง่มูลค่าคือ บจก.เรืองปัญญา แอสเสท มูลค่า 2,110 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า 10 อันดับแรกของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มีส่วนแบ่งมูลค่าเพียง 5.8% และส่วนแบ่งจำนวนหน่วยเพียง 10.1% เท่านั้น กลุ่มนี้เน้นการพัฒนาขนาดย่อมเพื่อลดความเสี่ยงและมีมูลค่าไม่สูงมากนัก 

ในอนาคตไม่เกิน 5 ปี บริษัทรายใหญ่ก็ยังคงส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด แต่ในอนาคตการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะลดน้อยลง เน้นการซื้อขายบ้านมือสองเป็นหลัก การพัฒนาที่อยู่อาศัยนับแสนๆ หน่วยต่อปีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะจำกัดลง บริษัทใหญ่ๆ อาจต้องไปทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น เช่น โรงแรม อะพาร์ตเมนต์ โรงพยาบาล บ้านพักผู้สูงวัย Wellness Homes สำนักงาน หรืออื่นๆ หรือไปทำธุรกิจอื่นนอกเหนือจากวงการพัฒนาที่ดินทั่วไป เช่น ทำอุตสาหกรรมการเกษตร เป็นต้น

บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มีส่วนแบ่งมูลค่าเพียง 5.8%