เครนถล่มซ้ำ! ไม่หวั่นกระทบอสังหาฯ เอกชนชี้รัฐต้องเข้มมาตรฐานก่อสร้าง

15 ม.ค. 2569 | 07:45 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 08:26 น.

เหตุเครนถล่มซ้ำในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนปัญหาระบบควบคุมงานที่ยังไม่รัดกุม นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ชี้ไม่กระทบภาคอสังหาฯ เอกชน แต่กระทบความเชื่อมั่นต่อภาครัฐและระบบราชการอย่างมีนัยสำคัญ

KEY

POINTS

  • อุบัติเหตุเครนถล่มซ้ำในโครงการก่อสร้างของรัฐ สะท้อนถึงปัญหาการควบคุมมาตรฐานที่ขาดความเข้มงวด
  • ภาคเอกชนชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐ
  • สาเหตุสำคัญมาจากการให้ความสำคัญกับ "ต้นทุนความปลอดภัย" ไม่เพียงพอ ทำให้มาตรการป้องกันหละหลวม
  • ภาครัฐถูกเรียกร้องให้ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลการก่อสร้างให้เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและฟื้นฟูความเชื่อมั่น

จากกรณีอุบัติเหตุเครนถล่มในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำในหลายพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานได้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และถนนพระราม 2 ยิ่งตอกย้ำความกังวลต่อมาตรฐานความปลอดภัยในงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนจุดอ่อนของ “ระบบควบคุมงานก่อสร้าง” มากกว่าตัวโครงการหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์เอกชน แต่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐและระบบราชการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้งระบุว่า เหตุลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้เคยมีกรณีอุบัติเหตุในโครงการอุโมงค์ ถนน ตึก รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงในหลายเส้นทาง ซึ่งสะท้อนว่าการกำกับดูแลระหว่างการก่อสร้างยังขาดความเข้มงวดเพียงพอ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชนและโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศ

“ไม่ว่าจะเป็นตึก ระบบรถไฟ หรือโครงการ Mass Transit สิ่งสำคัญคือการควบคุมงานระหว่างก่อสร้าง ถ้าระบบควบคุมดี เหตุลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นบ่อย” นายประเสริฐกล่าว

 

นายประเสริฐมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก คือการให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนความปลอดภัย” ที่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดจำเป็นต้องมีต้นทุนเพิ่ม ทั้งในส่วนของผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงาน หากต้นทุนส่วนนี้ถูกลดทอนหรือปล่อยให้หลวม ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในระหว่างก่อสร้าง

ในมุมมองของภาคอสังหาริมทรัพย์ นายประเสริฐเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเอกชนอสังหาฯ เนื่องจากโครงการที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยที่ค่อนข้างชัดเจน และที่ผ่านมาไม่ได้พบปัญหาในลักษณะเดียวกันอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่น่ากังวลกว่า คือความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐและระบบราชการ โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง

กรณีตัวอย่างอย่างถนนพระราม 2 ซึ่งมีปัญหาด้านการก่อสร้างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถูกยกขึ้นมาเป็นภาพสะท้อนชัดเจนของผลกระทบที่ลุกลามไปไกลกว่าตัวโครงการ ทั้งต่อความเชื่อมั่นในการเดินทาง และภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ปลายทางอย่างหัวหิน

นายประเสริฐเห็นว่า ภาครัฐจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลการก่อสร้างให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งในด้านระบบตรวจสอบ การควบคุมงาน และความรับผิดชอบของทุกฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ และบั่นทอนความเชื่อมั่นในระยะยาว