thansettakij
thansettakij
ไวรัสพลิกโฉมอสังหาฯ รุกซื้อขายบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ไวรัสพลิกโฉมอสังหาฯ รุกซื้อขายบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม

16 เม.ย. 63 | 05:10 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 63 | 12:16 น.

ผ่ามุมคิด

ตัวแปรมากมาย ที่ยังวางใจไม่ได้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลค่ายอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ปรับตัวเข้มข้น เดินหน้าฝ่าวิกฤติครั้งนี้ ผ่านทั้งการยกระดับมาตรการรับมือเฉพาะหน้า, รูปแบบการขาย-การตลาดที่เปลี่ยนไป รวมถึงการงัดอัดแคมเปญจูงใจ เพื่อหวังระบายสินค้าสร้างยอดขายให้เกิดขึ้นมากที่สุด ขณะรายใหญ่อย่าง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ ระบุ จังหวะนี้ การรุกรักษาฐานลูกค้าเก่า ดึงลูกค้าใหม่เป็นสิ่งสำคัญสุด กางโรดแมปสู่ New Normal ยกระดับการบริหารจัดการโครงการใหม่ (Sansiri care) รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พร้อมเผยไม่ชัดอสังหาฯจะกลับมาฟื้นเมื่อไหร่แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กลายเป็น ตัวเร่งให้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม เข้ามามีบทบาทต่อผู้ซื้อ ผู้ขายเร็วขึ้น

 

มองอสังหาฯมองศก.

ณ วันนี้ ภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในมุมมองนั้น พบเรื่องดีมานด์ที่อยู่อาศัย ยังไม่ได้หดตัวจนน่าตกใจ สะท้อนจากยอดขายของบริษัท ที่ทำได้ดีเกินเป้าหมายในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม การที่อสังหาฯยึดโยงเศรษฐกิจมหภาคของไทยเป็นหลัก หลังคาดการณ์จีดีพีประเทศเปลี่ยน อาจติดลบถึง 5.6% ซึ่งผิดคาดจากช่วงประกาศแผนธุรกิจ ณ ต้นปี จึงต้องจับตาแนวโน้มของสถานการณ์เป็นระยะ เพราะแม้จำนวนผู้ติดเชื้อในไทยจะมีสัญญาณเป็นบวก แต่ปัญหาใหญ่ ไม่ได้หมายความว่า การที่ไทยแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น เศรษฐกิจในประเทศจะดีขึ้นเช่นกัน หากประเทศคู่ค้าขนาดใหญ่ เช่น อเมริกา จีน ยุโรป ยังแก้วิกฤติไม่ได้ การทำการค้าต่างๆ ก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ส่งผลต่อตัวเลขภาคการส่งออกของไทยอย่างแน่นอน

 

 “วันนี้ ตอบไม่ได้ว่าอสังหาฯ ในระยะสั้น และระยะยาว จะกลับมาเมื่อไหร่ คงต้องนั่งดูกันรายเดือนด้วยซํ้า ว่าจะใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันอย่างไร เชื่อทุกค่ายวางแผนปรับกันแล้ว ทั้งรายเดือน และรายไตรมาส”

อุทัย อุทัยแสงสุข


 

แผนเชิงรับ-รุก

ส่วนแผนเชิงรับของบริษัทในช่วงนี้ นอกจากมีโปรโมชันกระตุ้นการขายต่างๆ ทยอยออกมาแล้ว เรายังเล็งเห็นว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ลูกบ้านในโครงการ พนักงาน พาร์ตเนอร์ และชุมชนโดยรอบเป็นสิ่งสำคัญ และย่อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วย จึงอาศัยบริษัทลูก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศนโยบาย ยกระดับความปลอดภัยและสุขอนามัยสูงสุด ผ่านแคมเปญ Sansiri care เพื่อใช้ดูแลลูกค้านับ 1 แสนราย และโน้มน้าวใจกลุ่มลูกค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจซื้อ -ตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์ ตั้งแต่เพิ่มความถี่การดูแลรักษาความสะอาด, เพิ่มบริการส่งอาหาร จัดส่งสินค้า ตามมาตรการความปลอดภัย และหวังลดความกังวลให้กับคนในโครงการ ขณะในอนาคตนั้น การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าใหม่ จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนเชิงรุกนั้น พร้อมเชื่อว่าแนวคิดเรื่อง “สุขภาพ” จะกลายเป็นจุดขายสำคัญที่ค่ายต่างๆ จะใช้เป็นโมเดลการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ๆ ด้วย หลังคนมีแนวโน้มการ Work From Home มากขึ้น ใส่ใจสุขภาพ,ความปลอดภัยมากขึ้น เช่น เดิมประตูเปิด-ปิดลิฟต์ใช้คีย์การ์ด หรือ สแกนนิ้วมือ เชื่ออนาคตอาจเป็นในรูปแบบ Untouched หรือ ไร้สัมผัสเกิดขึ้น เป็นมาตรฐานการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะเปลี่ยนไป

 

 “ดีมานด์ความต้องการบ้านยังมีอยู่ ขณะวิกฤติโควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิตในบ้านกลายเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นประเด็นต่อไปที่ต้องคำนึง คือ การบริการที่รองรับ พบอันดับ 1 คนอยากได้ความปลอดภัยทั้งด้านทรัพย์สินและสุขภาพ ส่งผลทุกค่าย ขณะนี้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรับ และปั้นแผนเชิงรุกกันเข้มข้นมาก”

ตัวเร่งดิจิทัลแพลตฟอร์ม

 นายอุทัย ยังกล่าวด้วยว่า วิกฤติครั้งนี้ ทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไป ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะด้าน ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ที่เกิดเร็วขึ้นในวงการอสังหาฯบ้านเรา ไล่หลังธุรกิจอาหาร ที่ถูกให้บริการผ่านแพลตฟอร์มแอพพลิเคชันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ปัจจุบันอสังหาฯ ก็เช่นกัน พบหลายบริษัท รวมถึงแสนสิริเองมีแอพเพื่อใช้ในการติดต่อ-สื่อสารกับลูกค้า และเพิ่มเครือข่ายร่วมพาร์ตเนอร์เปิดให้บริการต่างๆ เช่น การปรึกษาแพทย์ถึงอาการเจ็บป่วยโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล เป็นต้น หรือแม้แต่วิธีการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซื้อบ้านผ่านไลน์, เว็บไซต์, แอพ และเยี่ยมชมโครงการผ่าน Live Youtube, Facebook รวมถึงการสื่อสารกับพนักงานขายโครงการ ก็ล้วนเกิดขึ้นในช่องทางออนไลน์กันอย่างคึกคัก ณ ขณะนี้

 

 “ปัจจุบันมีออนไลน์บุ๊กกิ้ง 24 ชั่วโมง สำหรับการซื้อ-ขายบ้าน ซึ่งเรามองว่าเป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นกับอสังหาฯ ด้านเทคโนโลยีแบบเร่งตัวเร็วขึ้น ในจังหวะที่สังคมให้ความสำคัญกับมาตรการ Social Distancing เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส”

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,566 วันที่ 16-18 เมษายน 2563