
‘เกษรวิลเลจ’ดึงบริษัทชั้นนำ ปิดขายกลางปี-ใช้กลยุทธ์‘Workplace Strategy’
เกษร พร็อพเพอร์ตี้ ปลื้มอาคารสำนักงานเกรดเอแห่งใหม่ “เกษร วิลเลจ” ได้บริษัทชั้นนำเช่าพื้นที่กว่า 60% มั่นใจเสรจ็ สิ้นพร้อมย้ายเข้าภายในมิถุนายนนี้ และรับรู้รายได้กว่า 400 ล้านบาทเมื่อปิดโครงการ
นายฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงทิศทางตลาดอาคารสำนักงานคาดจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการพื้นที่สำนักงานยังคงมีเพิ่มขึ้น ในขณะที่อาคารสำนักงานเกิดใหม่มีจำนวนจำกัด ข้อมูลจาก CBRE พบว่า ปัจจุบันมีพื้นที่สำนักงานในตลาดทั้งสิ้น 8.5 ล้านตารางเมตร ทั้งนี้ อัตราค่าเช่าพื้นที่สำนักงานระดับเกรดเอในย่านธุรกิจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี
บริษัทได้เปิดโครงการ เกษร วิลเลจแลนด์มาร์กสำคัญทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Work – Live – Play – Grow” ที่สร้างไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ให้กับการใช้ชีวิตการทำงานควบคู่กับไลฟ์สไตล์ในทุกวันด้วยเทรนด์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันเปลี่ยนไป การนำ “มิกซ์ยูส คอนเซ็ปต์” มาใช้ในการพัฒนาอาคาร จึงทำให้อาคารสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่ได้มากกว่า
ปัจจุบัน เกษร วิลเลจได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นและการตกแต่งภายในคืบหน้าแล้ว 90% โดยมียอดการเช่าพื้นที่กว่า 60% หรือ 15,000 ตารางเมตร เป็นบริษัทชั้นนำ อาทิ แมคฟิว่า (McFiva) ดิจิตอลเอเจนซี่ด้านโมบายมาร์เก็ตติ้ง, หยวนต้า (Yuanta) ผู้นำตลาดด้านการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ ด้านวาณิชธนกิจและการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย,กุดั่น (Kudun) ที่ปรึกษาและการบริการด้านกฎหมาย, อัลฟา เอ็นเนอร์จี (Alpha Energy) บริษัทผลิตและการส่งไฟฟ้า รวมไปถึงบริษัทผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลก เข้าร่วมเช่าพื้นที่
นายฟ้าฟื้นกล่าวว่าบริษัทได้นำเสนอ เกษร ทาวเวอร์ ออฟฟิศ โชว์ สวีทพื้นที่สำนักงานตัวอย่างที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้กลยุทธ์ “Workplace Strategy” ที่จัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับ TADAH Collaboration บริษัทออกแบบและตกแต่งภายใน และ CBRE ที่ปรึกษาด้านการปล่อยเช่าพื้นที่และด้านแนวโน้มของผู้เช่า ในการออกแบบพื้นที่สำนักงานตัวอย่างเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตการทำงานของออฟฟิศสมัยใหม่บนพื้นที่จริงภายใต้คอนเซ็ปต์ “แอคทิวิตี้ เบส เวิร์กเพลส” ซึ่งเป็นการจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับกิจกรรมในการทำงานประเภทต่างๆ และสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมเพิ่มพื้นที่การทำงานแบบมีส่วนร่วม สามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นด้วยอัตราส่วนพนักงาน 1 คน ต่อพื้นที่ 6-7 ตร.ม. จากอัตราส่วนของออฟฟิศทั่วไปในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่พนักงาน 1 คน ต่อพื้นที่10 ตร.ม. นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของสำนักงานได้สูงสุดถึง 30% ซึ่งการจัดพื้นที่การทำงานรูปแบบนี้ยังช่วยดึงดูดกลุ่มคนที่มีความสามารถให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กรอีกด้วย
ทั้งนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์การปล่อยเช่าพื้นที่ในส่วนที่เหลือ 40% เป็นการเพิ่มมูลค่าและเปิดโอกาสให้กับบริษัทขนาดเล็กที่ต้องการใช้พื้นที่ ระหว่าง 150 - 300 ตารางเมตร และ 300 - 700 ตารางเมตร โดยเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในอนาคต อาทิธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ,ธุรกิจให้บริการบนโลกออนไลน์ Tech Firms ธุรกิจผู้พัฒนา ผลิต และให้บริการทางเทคโนโลยี Logistics ธุรกิจให้บริการขนส่ง Financial ธุรกิจทางการเงิน และอีกหลายธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าโครงการ เกษร ทาวเวอร์ จะสามารถเสร็จสมบูรณ์พร้อมให้ผู้เช่าสามารถเข้ามาตกแต่งสถานที่ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมทั้งปิดพื้นที่การเช่า 100% ด้วยยอดรับรู้รายได้กว่า 400 ล้านบาท เมื่อปิดโครงการอย่างแน่นอนอย่างแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560
นายฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงทิศทางตลาดอาคารสำนักงานคาดจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการพื้นที่สำนักงานยังคงมีเพิ่มขึ้น ในขณะที่อาคารสำนักงานเกิดใหม่มีจำนวนจำกัด ข้อมูลจาก CBRE พบว่า ปัจจุบันมีพื้นที่สำนักงานในตลาดทั้งสิ้น 8.5 ล้านตารางเมตร ทั้งนี้ อัตราค่าเช่าพื้นที่สำนักงานระดับเกรดเอในย่านธุรกิจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี
บริษัทได้เปิดโครงการ เกษร วิลเลจแลนด์มาร์กสำคัญทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Work – Live – Play – Grow” ที่สร้างไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ให้กับการใช้ชีวิตการทำงานควบคู่กับไลฟ์สไตล์ในทุกวันด้วยเทรนด์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันเปลี่ยนไป การนำ “มิกซ์ยูส คอนเซ็ปต์” มาใช้ในการพัฒนาอาคาร จึงทำให้อาคารสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่ได้มากกว่า
ปัจจุบัน เกษร วิลเลจได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นและการตกแต่งภายในคืบหน้าแล้ว 90% โดยมียอดการเช่าพื้นที่กว่า 60% หรือ 15,000 ตารางเมตร เป็นบริษัทชั้นนำ อาทิ แมคฟิว่า (McFiva) ดิจิตอลเอเจนซี่ด้านโมบายมาร์เก็ตติ้ง, หยวนต้า (Yuanta) ผู้นำตลาดด้านการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ ด้านวาณิชธนกิจและการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย,กุดั่น (Kudun) ที่ปรึกษาและการบริการด้านกฎหมาย, อัลฟา เอ็นเนอร์จี (Alpha Energy) บริษัทผลิตและการส่งไฟฟ้า รวมไปถึงบริษัทผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลก เข้าร่วมเช่าพื้นที่
นายฟ้าฟื้นกล่าวว่าบริษัทได้นำเสนอ เกษร ทาวเวอร์ ออฟฟิศ โชว์ สวีทพื้นที่สำนักงานตัวอย่างที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้กลยุทธ์ “Workplace Strategy” ที่จัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับ TADAH Collaboration บริษัทออกแบบและตกแต่งภายใน และ CBRE ที่ปรึกษาด้านการปล่อยเช่าพื้นที่และด้านแนวโน้มของผู้เช่า ในการออกแบบพื้นที่สำนักงานตัวอย่างเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตการทำงานของออฟฟิศสมัยใหม่บนพื้นที่จริงภายใต้คอนเซ็ปต์ “แอคทิวิตี้ เบส เวิร์กเพลส” ซึ่งเป็นการจัดสรรพื้นที่และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับกิจกรรมในการทำงานประเภทต่างๆ และสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมเพิ่มพื้นที่การทำงานแบบมีส่วนร่วม สามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นด้วยอัตราส่วนพนักงาน 1 คน ต่อพื้นที่ 6-7 ตร.ม. จากอัตราส่วนของออฟฟิศทั่วไปในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่พนักงาน 1 คน ต่อพื้นที่10 ตร.ม. นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของสำนักงานได้สูงสุดถึง 30% ซึ่งการจัดพื้นที่การทำงานรูปแบบนี้ยังช่วยดึงดูดกลุ่มคนที่มีความสามารถให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กรอีกด้วย
ทั้งนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์การปล่อยเช่าพื้นที่ในส่วนที่เหลือ 40% เป็นการเพิ่มมูลค่าและเปิดโอกาสให้กับบริษัทขนาดเล็กที่ต้องการใช้พื้นที่ ระหว่าง 150 - 300 ตารางเมตร และ 300 - 700 ตารางเมตร โดยเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในอนาคต อาทิธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ,ธุรกิจให้บริการบนโลกออนไลน์ Tech Firms ธุรกิจผู้พัฒนา ผลิต และให้บริการทางเทคโนโลยี Logistics ธุรกิจให้บริการขนส่ง Financial ธุรกิจทางการเงิน และอีกหลายธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าโครงการ เกษร ทาวเวอร์ จะสามารถเสร็จสมบูรณ์พร้อมให้ผู้เช่าสามารถเข้ามาตกแต่งสถานที่ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมทั้งปิดพื้นที่การเช่า 100% ด้วยยอดรับรู้รายได้กว่า 400 ล้านบาท เมื่อปิดโครงการอย่างแน่นอนอย่างแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560






