
REIC เผยอสังหาฯ EEC ชะลอตัวทั่วพื้นที่ โครงการใหม่ลด โอนกรรมสิทธิ์หด
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. เผยตลาดที่อยู่อาศัย EEC ปี 68 ชะลอตัวทั้งอุปสงค์และอุปทาน แม้การโอนปรับดีขึ้นจากมาตรการรัฐ ขณะภาพรวมทั้งปีลดลง แต่จังหวัดระยองยังเติบโตสวนทางภูมิภาค
KEY
POINTS
- REIC เผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ปี 2568 ชะลอตัวลงทั้งด้านอุปทาน (โครงการใหม่) และอุปสงค์ (การโอนกรรมสิทธิ์) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ภาพรวมทั้งปี ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ขณะที่การขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินและใบอนุญาตก่อสร้างสำหรับโครงการใหม่ก็ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- เมื่อจำแนกรายจังหวัด พบว่าชลบุรีซึ่งเป็นตลาดหลักชะลอตัวลง แต่ระยองมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นสวนทางภาพรวม เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยในภาคอุตสาหกรรม
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยบทวิเคราะห์ “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ไตรมาส 4 ปี 2568” พบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ EEC ชะลอตัวลงทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ขณะที่ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลง แต่การออกใบอนุญาตก่อสร้างยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเทียบรายไตรมาส (QoQ) พบว่าการโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวดีขึ้น โดยมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือร้อยละ 0.01 รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ซึ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี
ภาพรวมไตรมาส 4 ตลาดชะลอ แต่มีสัญญาณฟื้นตัว
ในไตรมาส 4 ปี 2568 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC มีจำนวน 13,090 หน่วย มูลค่า 30,784 ล้านบาท ลดลง 2.1% และ 7.8% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่อยู่อาศัยแนวราบมีการโอนมากที่สุด จำนวน 9,376 หน่วย ลดลงเล็กน้อย 0.3% ขณะที่อาคารชุดมีจำนวน 3,714 หน่วย ลดลง 6.1%
ด้านอุปทาน ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในไตรมาส 4 ปี 2568 มีจำนวน 31 โครงการ 2,656 หน่วย ลดลง 8.8% และ 6.2% ตามลำดับ ขณะที่การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยจำนวน 8,664 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.7% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยแนวราบ 9.3% ส่วนอาคารชุดลดลง 12.7%
ภาพรวมทั้งปี 2568 ตลาดหดตัว
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2568 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ EEC มีจำนวน 45,958 หน่วย มูลค่า 110,836 ล้านบาท ลดลง 4.4% และ 7.4% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงเป็นตลาดหลัก จำนวน 32,181 หน่วย ขณะที่อาคารชุดลดลงมากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทอื่น
ด้านอุปทาน การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในปี 2568 มีจำนวนประมาณ 26,377 หน่วย ลดลง 25% แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 22,404 หน่วย ลดลง 22.6% และอาคารชุด 3,973 หน่วย ลดลง 35.9%
ขณะเดียวกัน ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินมีจำนวน 118 โครงการ 9,134 หน่วย ลดลง 22.4% และ 27.5% โดยประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตมากที่สุด ได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ 4,553 หน่วย คิดเป็น 49.8% รองลงมาบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด
ชลบุรีครองอันดับ 1 ระยองสวนกระแสโต
เมื่อพิจารณารายจังหวัด พบว่า จังหวัดชลบุรีมีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด จำนวน 30,308 หน่วย มูลค่า 76,945 ล้านบาท แต่ลดลง 7.6% และ 10.5% ตามลำดับ ขณะที่จังหวัดระยองมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นสวนทางภูมิภาค โดยมีจำนวน 11,830 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.8% และมูลค่า 25,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยจากแรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรามีจำนวนการโอน 3,820 หน่วย มูลค่า 8,342 ล้านบาท ลดลง 4.6% และ 8.1% ตามลำดับ
ชี้แนวโน้มตลาดยังต้องจับตา
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า แม้ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC จะชะลอตัวในปี 2568 แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการรัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดฟื้นตัวได้ในระยะต่อไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจ้างงานสูง เช่น จังหวัดระยอง







