
รื้อใหม่ร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย
รื้อใหม่ร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย : รายงาน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,695 หน้า 10 วันที่ 11 - 14 กรกฎาคม 2564
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา ได้พิจารณร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตรายในวาระที่สอง ต่อจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดย นายชวน แจ้งว่า เรื่องนี้ค้างการพิจารณามาแล้ว 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ เมื่อสัปดห์ที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการพิจารณา มาตรา 6 ซึ่งมีการสงวนความเห็นของกรรมาธิการและอภิปรายชี้แจงจบแล้ว แต่ระหว่างการลงมติ ผู้แสดงตนไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ประธานสภาฯ ต้องปิดประชุมไป วันนี้จึงต้องมาเริ่มลงมติมาตรา 6 ต่อ
จากนั้น นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.บัญญัติวัตถุอันตราย ระบุว่าขอถอนร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวกลับไปพิจารณาใหม่ โดยนายชวน กล่าวว่า ตามข้อบังคับเมื่อที่ประชุมสภาไม่ขัดข้อง ถือว่าอนุญาตให้ถอนได้ และพ้นจากวาระการประชุมครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ นายวิรัช รัตนเศรษฐประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า ให้ประธาน กมธ.ถอนออกไปปรับปรุงร่าง และเสนอกลับเข้ามาใหม่ภายใน 2 สัปดาห์ โดยจะพิจารณาเริ่มต้นใหม่
สำหรับร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย เมื่อครั้งพิจารณาในวาระ 1 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ชี้แจงว่ามีทั้งสิ้น 10 มาตรา หลักการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เหตุผลการพิจารณาวัตถุอันตรายมีความซับซ้อน ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีความรู้ความสามารถในเชิงลึกเพื่อดำเนินการดังกล่าวโดยให้มีผู้เชี่ยว ชาญดังกล่าวเพื่อให้การพิจารณาวัตถุอันตรายมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับการประชุมสภาฯ ที่ล่มไป เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่แสดงตน ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งมีกระแสว่าเกิดจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง โดยเฉพาะใน “มาตรา 6” ที่เกรงว่าหากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะเปิดทางให้นำสารอันตรายที่ถูกแบนกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง
ทั้ง สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ
มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน (6) ของมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน
(6) ให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการออกประกาศตามมาตรา 20 มาตรา 20/1 มาตรา 36 วรรคสาม มาตรา 37 วรรคสอง มาตรา 43 มาตรา 44 มาตรา 47 (5) มาตรา 51 วรรคสอง (3) มาตรา 51/5 วรรคสอง และมาตรา 56/2
มาตรา 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (6) (7) และ (8) ของมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
(6) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการได้มาและการขึ้นบัญชีอัตรา ค่าขึ้นบัญชีสูงสุด และค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามมาตรา 56/2
(7) กำหนดอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุดประเภทและค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอ
(8) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย ตามมาตรา 56/2
มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 2/1 กระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย มาตรา 56/1 มาตรา 56/2 มาตรา 56/3 และมาตรา 56/4 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535
หมวด 2/1 กระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย
มาตรา 56/1 ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย นอกจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำกิจการในหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานนั้นๆ แล้ว หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศทำหน้าที่ประเมินเอกสารทางวิชาการ ตรวจวิเคราะห์ ตรวจสถานประกอบการหรือตรวจสอบ ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตรายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคด้วยก็ได้ ทั้งนี้ บุคคล หน่วยงานหรือองค์กรดังกล่าว ต้องขึ้นบัญชีไว้กับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
มาตรา 56/2 เพื่อประโยชน์ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย ให้รัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบโดยความเห็นของคณะกรรมการ มีอำนาจประกาศกำหนดดังต่อไปนี้
(1) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการได้มาและการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ องค์กร ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ในประกาศต้องกำหนดคุณสมบัติ มาตรฐาน และการดำเนินงานของบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรดังกล่าวไว้ด้วย
(2) ค่าขึ้นบัญชีที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บ ต้องไม่เกินอัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุด
(3) ประเภทและค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจในหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานผู้รับผิดชอบจะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอ ในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย โดยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บต้องไม่เกินอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุด
(4) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย อัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุดและอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุดตาม (2) และ (3) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
ประกาศตามวรรคหนึ่ง อาจกำหนดให้มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตาม (1) ค่าขึ้นบัญชีตาม (2) หรือค่าใช้จ่ายตาม (3) ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ หรือจะกำหนดค่าขึ้นบัญชีหรือค่าใช้จ่ายให้แตกต่างกันตามความจำเป็นและเหมาะสมก็ได้
มาตรา 56/3 เงินค่าขึ้นบัญชีและค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บได้ตามมาตรา 56/2 ให้เป็นของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ หรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจในหน้าที่ และอำนาจของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และให้จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(1) เป็นค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนตามมาตรา 56/2
(2) เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่เป็นประโยชน์สาธารณะเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านวัตถุอันตราย
(3) เป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ เพื่อพัฒนาระบบงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย หรือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย
(4) เป็นค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องและจำเป็นเกี่ยวกับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาวัตถุอันตราย ตามที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด
มาตรา 56/4 การรับเงินตามมาตรา 56/2 (2) และ (3) การจ่ายเงิน ตามมาตรา 56/3 และการเก็บรักษาเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
...ต้องติดตามว่า “ร่างพรบ.วัตถุอัตราย” จะมีการปรับปรุง แก้ไข แตกต่างไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน






