thansettakij
วิทัย สกัดบาทแข็ง สั่งคุมเข้มธุรกรรมดอลลาร์–จับตาทองคำเขย่าค่าเงิน

วิทัย สกัดบาทแข็ง สั่งคุมเข้มธุรกรรมดอลลาร์–จับตาทองคำเขย่าค่าเงิน

16 ธ.ค. 2568 | 05:51 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ธ.ค. 2568 | 06:18 น.

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ห่วงเงินบาทแข็งเร็ว เหตุจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ- ปัจจัยเฉพาะของไทย สั่งสแกนเข้มผู้ค้าทองขายเงินดอลลาร์ซื้อเงินบาทเพิ่ม หลังพบธุรกรรมบางช่วงมีสัดส่วนสูง 20%

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.5% โดยสาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากปัจจัยเฉพาะของไทยเอง

เช่น ปัจจัยฤดูกาลในช่วงท้ายปีที่ทำให้มีเงินไหลเข้าสูงขึ้น ทั้งจากการท่องเที่ยวและการส่งออก รวมทั้งเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นและพันธบัตร นอกจากนี้ ยังมีธุรกรรมจากกลุ่มผู้ค้าทองคำที่มีปริมาณธุรกรรมขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อเงินบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ธปท. จึงเข้าดูแลค่าเงินบาทและคุมเข้มธุรกรรมการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อเงินบาทของธุรกิจทองคำ โดยได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบเอกสารในธุรกรรมการขายเงินตราต่างประเทศเพื่อแลกซื้อเงินบาทของธุรกิจทองคำอย่างเข้มงวด

และอยู่ระหว่างการขอให้ออกประกาศกระทรวงการคลังเพื่อให้อำนาจ ธปท. ในการเรียกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากผู้ค้าทองคำรายใหญ่ รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับธุรกรรมการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อเงินบาท

 

 

ทั้งนี้ เนื่องจากธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศของธุรกิจทองคำในบางช่วงมีสัดส่วนสูงถึง 20% ของการซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งมีผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาท

นอกจากนั้น ธปท. ได้หารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขอให้มีหน่วยงานที่เหมาะสมเข้ากำกับดูแลธุรกิจทองคำ โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่มีขนาดธุรกรรมใหญ่ขึ้นมาก และส่งผลให้เกิดความผันผวนของค่าเงินบาทอย่างชัดเจน

อีกทั้ง ธปท. จะเข้าตรวจสอบการทำธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศเพื่อซื้อเงินบาท เพื่อป้องกันการนำเงินเข้าประเทศที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจปกติและการโอนเงินของบุคคลธรรมดา โดยจะให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบการไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศอย่างเคร่งครัด