
ป.ป.ช.แจงปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น จ่อแจ้งข้อหา 200-300 คน ต้น พ.ย.
ป.ป.ช.ร่ายยาวแจงปมปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น โยงถึงแค่ “อธิบดี” ไม่ถึง สส.-รัฐมนตรี เปิดแผนลุยสอบ 6,000 ราย จ่อแจ้งข้อหา 200-300 คนต้น พ.ย.
KEY
POINTS
- ป.ป.ช.ชี้แจงเหตุปล่อยตัวผู้ต้องหา 3 ราย โป้ยตำรวจส่งสำนวนล่าช้า ทำให้ส่งฟ้องไม่ทันกรอบเวลา 84 วัน แต่ยืนยันว่ายังไม่พ้นผิดและมีมาตรการป้องกันการหลบหนี
- เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องล็อตแรกประมาณ 200-300 คน ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยในจำนวนนี้มีตัวการใหญ่ 20-30 ราย และเครือข่ายนายหน้า 110 สาย
- การไต่สวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 ราย แต่เส้นทางการเงิน ยังไม่พบความเชื่อมโยงถึงนักการเมืองระดับ สส. หรือ รัฐมนตรี พบเพียงระดับอดีตอธิบดี 2 ราย
ป.ป.ช.แจงเหตุส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทันกรอบควบคุมตัว 84 วัน หลังตำรวจส่งสำนวนล่าช้าจนเหลือเวลาจำกัด ย้ำปล่อยตัวระหว่างไต่สวนไม่ใช่พ้นผิด พร้อมสั่งเฝ้าระวังการหลบหนีและซีลด่านชายแดน เดินหน้าขยายผลผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 ราย แบ่ง 4 กลุ่ม พบตัวการใหญ่ 20-30 ราย เครือข่ายนายหน้า 110 สาย เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาลอตแรก 200-300 คน ต้นเดือน พ.ย.นี้
ขณะที่เส้นทางการเงินยังไม่เชื่อมถึง สส.และรัฐมนตรี แต่พบปลายทางระดับอดีตอธิบดี 2 ราย เตรียมใช้ มสธ.ตรวจข้อสอบ 8.6 แสนแผ่นภายใน 10 วัน ยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา ไม่มีมวยล้มต้มคนดู และไม่มีการเมืองสีใดแทรกแซง
ป.ป.ช.แจงเดินหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่นเต็มที่
วันที่ 12 ต.ค. 2569 นายนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. และ น.ส.มิรินทร์รัช ชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ร่วมแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (โกงสอบท้องถิ่น” ภายหลังผู้ต้องหา 3 ราย ได้รับการปล่อยตัวจากการควบคุมตัวระหว่างไต่สวน เนื่องจาก ป.ป.ช. ไม่สามารถจัดทำสำนวนส่งฟ้องต่อศาลได้ทันภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
นายนิติพันธ์ กล่าวว่า คดีทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ป.ป.ช. จึงตั้งคณะทำงานโฆษกเพื่อรายงานความคืบหน้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แม้กระบวนการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจะมีลักษณะกึ่งตุลาการและมีขั้นตอนจำนวนมาก แต่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินอย่างเต็มที่
เลขาธิการ ป.ป.ช. ย้ำว่า ในฐานะข้าราชการไม่สามารถยอมรับการทุจริตหรือการจ่ายสินบนได้ จึงตั้งใจดำเนินคดีนี้ให้สำเร็จ โดยต้องจัดทำสำนวนให้มีความรัดกุมและรอบคอบที่สุด พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาสำนวนที่ ป.ป.ช. เสนอต่อศาลมีอัตราการพิพากษาลงโทษสูงถึง 90% จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่
แจงเหตุส่งฟ้องไม่ทัน-โป้ยตำรวจส่งสำนวนช้า
นายเกียรติศักดิ์ ชี้แจงกรณีผู้ต้องหา 3 ราย ได้รับการปล่อยตัว จนเกิดข้อสงสัยอาจเป็นการตัดตอนคดีไม่ให้ขยายผลไปถึงฝ่ายการเมืองว่า ตามกระบวนการคดีทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน แต่คดีนี้พนักงานสอบสวนดำเนินการมาแล้ว 4 ผลัด รวม 48 วัน ทำให้เมื่อสำนวนมาถึง ป.ป.ช. เหลือเวลาควบคุมตัวเพียง 3 ผลัด หรือ 36 วัน
เมื่อรวมระยะเวลาควบคุมตัวตามกระบวนการแล้วครบกำหนดสูงสุด 84 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 จึงต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทันที ไม่สามารถควบคุมตัวต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า การได้รับการปล่อยตัวไม่ได้หมายความว่าพ้นผิด ผู้ถูกกล่าวหายังคงต้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดย ป.ป.ช. มีมาตรการเฝ้าระวังตามมาตรา 39 หากพบพฤติการณ์หลบหนีจะขอศาลออกหมายจับทันที พร้อมระบุว่าได้สั่งปิดกั้นด่านชายแดนเพื่อป้องกันการหลบหนี และมีมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
ส่วนการประชุมคณะกรรมการไต่สวนในช่วงต้นเดือน พ.ย. เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหานั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหา 3 รายที่ส่งฟ้องไม่ทันจะมีรายชื่ออยู่ในลอตดังกล่าวหรือไม่
ไต่สวนผู้เกี่ยวข้อง 6,000 ราย แบ่ง 4 กลุ่ม
รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า สาเหตุที่ไม่สามารถจัดทำสำนวนส่งฟ้องได้ทันกรอบเวลาควบคุมตัว เนื่องจาก ป.ป.ช. ไม่ต้องการเร่งดำเนินการเฉพาะผู้ต้องหาบางราย แต่ต้องการตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าเป็นการตัดตอนคดี
ปัจจุบันมีผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนกว่า 6,000 ราย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่มระดับสูง ผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือมีบทบาทในระดับบริหาร
2.กลุ่มจัดทำขบวนการ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการและจัดการกระบวนการทุจริต
3.กลุ่มนายหน้า เครือข่ายตัวกลางที่เชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้อง โดยพบประมาณ 110 สาย
4.กลุ่มผู้เข้าสอบ ผู้เข้าสอบที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบแข่งขัน
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า หากพิจารณาเฉพาะจำนวนงานที่ดำเนินการไปแล้ว คดีมีความคืบหน้าประมาณ 40% แต่ในด้านคุณภาพของพยานหลักฐาน พบว่าหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับตัวการใหญ่มีความคืบหน้าและค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว โดย ป.ป.ช. คาดว่าจะเริ่มทยอยแจ้งข้อกล่าวหาคดีทุจริตการสอบปี 2568 ได้ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. เป็นต้นไป
จ่อแจ้งข้อหาลอตแรก 200-300 คน ตัวการใหญ่ 20-30 ราย
สำหรับการดำเนินการระยะต่อไป ป.ป.ช. เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาลอตแรกประมาณ 200-300 คน ในช่วงต้นเดือน พ.ย. โดยในกลุ่มผู้เกี่ยวข้องพบตัวการใหญ่ประมาณ 20-30 ราย และเครือข่ายนายหน้าประมาณ 110 สาย
ทั้งนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้เข้าสอบที่ทุจริตในขั้นตอนก่อนเข้าสอบ โดย ป.ป.ช. จะพิจารณาพยานหลักฐานและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องแต่ละรายตามลำดับความสำคัญ
น.ส.มิรินทร์รัช กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากคดีมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากถึง 6,000 คน จึงไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดได้ในคราวเดียว จำเป็นต้องทยอยดำเนินการตามลำดับความสำคัญของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย พร้อมขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของคดี โดยยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางเงินยังไม่ถึงนักการเมือง-โยงแค่ 2 อดีตอธิบดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ขณะนี้พยานหลักฐานยังไม่เชื่อมโยงไปถึงนักการเมือง และผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดที่พบอยู่ในระดับอธิบดีใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ ยอมรับว่า จากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึง สส. หรือรัฐมนตรี โดยผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดซึ่งปรากฏในพยานหลักฐานอยู่ในระดับอธิบดีมากกว่า 1 ราย และมีการแยกดำเนินการเป็น 2 สำนวน
ขณะที่รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางเงินระบุว่า พบปลายทางของเงินเชื่อมโยงไปถึงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2 ราย แต่หลักฐานยังไม่เชื่อมโยงไปถึงระดับ สส. และรัฐมนตรี โดยคณะไต่สวนยังคงพยายามรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
สำหรับเส้นทางการเงิน ป.ป.ช. ทำงานร่วมกับ ปปง. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมที่มีความซับซ้อน ครอบคลุมทั้งเงินสด ทองคำ และสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางแปรสภาพหรือปกปิดทรัพย์สิน โดยมีการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้วมูลค่าหลักร้อยล้านบาท
ผู้ถูกกล่าวหามีเวลาแก้ข้อหา 15 วัน ยืดได้ไม่เกิน 45 วัน
นายเกียรติศักดิ์ อธิบายขั้นตอนหลังการแจ้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะมีเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 15 วัน และสามารถขอขยายเวลาได้ แต่ต้องไม่เกิน 45 วัน ก่อนที่คณะไต่สวนจะพิจารณาพยานหลักฐานและจัดทำสำนวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช. ไม่สามารถส่งสำนวนได้ทันกรอบเวลาควบคุมตัวนั้น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินงานให้ความสำคัญกับการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาไว้ระหว่างการไต่สวนเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายเกี่ยวกับการขยายอายุความในกรณีผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีระหว่างการไต่สวน โดยจะไม่นับระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ขณะที่กรอบเวลาการไต่สวนตามมาตรา 46 กำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี หากล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร อาจถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และมีผู้ถูกดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายราย
มอบ มสธ.ตรวจข้อสอบ 8.6 แสนแผ่น ภายใน 10 วัน
นายเกียรติศักดิ์ ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบกระดาษคำตอบครบทั้ง 860,000 แผ่น แม้จะมีอุปกรณ์สำหรับดำเนินการแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาสถานที่และวิธีการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สามารถนำผลไปใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้
หน่วยงานที่จะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบคือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) โดย ป.ป.ช. จะเป็นผู้ควบคุมกระบวนการทั้งหมด และคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. เป็นต้นไป
ยันไม่มีมวยล้มต้มคนดู-ปัดการเมืองแทรกแซง
ด้าน น.ส.มิรินทร์รัช กล่าวถึงข้อสงสัยของประชาชนที่มองว่า ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน และอาจมีการช่วยเหลือกันในคดีนี้ว่า กระบวนการไต่สวนดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ และเป็นไปตามระบบกฎหมาย สามารถแยกแยะการทำงานออกจากประเด็นทางการเมืองได้
น.ส.มิรินทร์รัช ยืนยันว่า ไม่มีการเมืองสีใดเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช.ได้ และจะไม่มีการดำเนินคดีในลักษณะ “มวยล้มต้มคนดู” โดยยึดหลักความถูกต้องและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ






