thansettakij
thansettakij
“ทักษิณ”ขอศาลคุ้มครองชั่วคราวรถ 5 คัน เงินฝาก 90 ล้าน ที่ดินเชียงใหม่

“ทักษิณ”ขอศาลคุ้มครองชั่วคราวรถ 5 คัน เงินฝาก 90 ล้าน ที่ดินเชียงใหม่

07 ต.ค. 69 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 69 | 07:29 น.

“ทักษิณ”เบิกความศาลภาษีอากรกลาง ขอคุ้มครองชั่วคราวรถ 5 คัน เงินฝาก 90 ล้าน ที่ดินเชียงใหม่ อ้างรถกันกระสุน 2 คันจำเป็นเหตุเคยถูกลอบสังหาร 4 ครั้ง

KEY

POINTS

  • นายทักษิณ ชินวัตร ยื่นคำร้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองทรัพย์สินชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
  • ทรัพย์สินที่ขอคุ้มครองประกอบด้วยรถยนต์ 5 คัน เงินฝากในบัญชีกว่า 90 ล้านบาท และที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่
  • นายทักษิณ ให้เหตุผลว่า รถยนต์กันกระสุน 2 คันจำเป็นต่อความปลอดภัย ส่วนทนายความชี้ว่า กรมสรรพากรกำลังอายัดทรัพย์ซ้ำซ้อน

“ทักษิณ” เบิกความศาลภาษีอากรกลางนานกว่า 2 ชั่วโมง ขอคุ้มครองชั่วคราวรถ 5 คัน เงินฝากกว่า 90 ล้าน ที่ดินเชียงใหม่ อ้างรถกันกระสุน 2 คันจำเป็นเหตุเคยถูกลอบสังหาร 4 ครั้ง ด้านทนายซัดกรมสรรพากรอายัดทรัพย์ซ้ำซ้อน หลังทรัพย์จากการขายหุ้นชินคอร์ปถูกอายัดไปแล้ว

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเบิกความเป็นพยานต่อศาลภาษีอากรกลาง นานกว่า 2ชั่วโมง เพื่อให้ศาลมีคำคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ในคดีที่ตนเองเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีอายัดและยึดทรัพย์สินซ้ำซ้อนเพื่อชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2549 

อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2568 ที่ระบุว่า การประเมินภาษีของกรมสรรพากรดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว  นายทักษิณ ได้ขออนุญาตศาลเดินทางกลับ   ในระหว่างมีการไต่สวน  ก่อนได้รับอนุญาตและได้เดินทางออกจากห้องพิพากษา เดินทางกลับโดยทันที

โดยระหว่างเดินทางกลับ  นายทักษิณ เปิดเผยสั้นๆ ว่า ไม่มีอะไรต้องพูด และมีสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที  

สำหรับในห้องพิจารณาคดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในศาลชั้นนี้โจทก์ได้ยื่นขอให้คุ้มครองทรัพย์สินที่ถูกอายัดชั่วคราว ประกอบไปด้วย

รถยนต์ 5 คัน 

เงินในบัญชีประมาณ 90 ล้านบาท

ที่ดินในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ที่ถูกกรมสรรพากรยึดอายัดทรัพย์สิน นอกเหนือจากทรัพย์สินที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2553 ให้ยึดเงินจำนวน 46,373 ล้านบาท ของ นายทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ตกเป็นของแผ่นดิน

โดยนายทักษิณ ขึ้นเบิกความ ระบุว่า รถยนต์ทั้ง 5 คันที่ถูกอายัดทรัพย์ไปนั้น มี 2 คันที่เป็นรถกันกระสุน และยังอยู่ในการครอบครองของตัวเอง   หากถูกอายัดไปอาจส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อชีวิต โดยอ้างว่าในขณะที่ตัวเองดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถูกลอบสังหารจำนวน 4 ครั้ง ทำให้ยังต้องใช้งานเพื่อป้องกันชีวิตของตัวเอง กรณีหากมีบุคคลคิดปองร้าย 

โดยอัยการฝ่ายจำเลย ได้ถามถึงเรื่องของความสมัครใจที่จะนำเงินมาวางประกันทรัพย์ที่จะถูกอายัดหรือไม่ นายทักษิณ ไม่ยินยอมที่จะวางประกัน โดยมองว่า ทรัพย์สินเป็นรายได้จากธุรกิจ 

ส่วนเงินในบัญชีธนาคารจำนวนกว่า 90 ล้านบาทที่ถูกอายัด มองว่าหากถูกอายัดไป จะทำให้ขาดประโยชน์จากการได้ดอกเบี้ยธนาคาร หากตัวเองชนะคดี จะได้ไม่ต้องมีใครมารับผิดชอบในส่วนนี้ 

ขณะเดียวกัน ฝ่ายโจทก์ได้เบิกพยานเพิ่มอีก 1 คน เป็นอดีตข้าราชการกรมสรรพากร ด้านฝ่ายจำเลยได้เบิกพยานอีก 2 คน ซึ่งเป็นข้าราชการในกรมสรรพากรเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวน 

ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณ ระบุว่า การที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรในวันนี้ มองว่า การดำเนินการอายัดทรัพย์สินของกรมสรรพากร ซ้ำซ้อน  เนื่องจากทรัพย์สินที่เป็นเงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น ให้กับกลุ่มเทมาเส็ก (Temasek Holdings บริษัทลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์) ถูกอายัดไปทั้งหมดแล้วตามคำสั่งศาลก่อนหน้านี้ และมีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร วันที่ 14 ส.ค.2568 ที่วินิจฉัยสรุปว่าการประเมินภาษีโดยกรมสรรพากรชอบแล้ว