
"ทักษิณ" ชี้ 6 จุดเสี่ยงประเทศไทย แนะเร่งรื้อโครงสร้างสู้ภัยคุกคามยุคใหม่
นายทักษิณ ชินวัตร ปาฐกถาใหญ่ในวาระ 30 ปี โสมาภาฯ ชี้ไทยกำลังเผชิญ 6 จุดเสี่ยงใหญ่ตั้งแต่สงครามไฮเทค AI ดิสรัปต์แรงงาน ไปจนถึงวิกฤตหลักนิติธรรม ย้ำต้องเร่งปรับตัวก่อนสายเกินไป
KEY
POINTS
- นายทักษิณ ชินวัตร ชี้ 6 จุดเสี่ยงของประเทศไทย ครอบคลุมด้านความมั่นคงยุคใหม่, เศรษฐกิจและแรงงาน, ภัยไซเบอร์, การเปลี่ยนแปลงประชากร, พลังงานและการสื่อสาร และโครงสร้างระบบราชการ
- เตือนภัยคุกคามจากเทคโนโลยี เช่น การใช้โดรนและหุ่นยนต์ในการทหาร, ผลกระทบของ AI ที่จะทำให้คนจบใหม่หางานยาก และการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบสาธารณูปโภค
- วิจารณ์ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งประเทศ ทั้งระบบราชการที่ใหญ่เกินไป, กฎหมายที่ล้าหลัง และหลักนิติธรรม (Rule of Law) ที่อ่อนแอจนกระทบความเชื่อมั่น
- เสนอให้เร่งรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบราชการครั้งใหญ่ โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ และฟื้นฟูความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อรับมือความท้าทายในโลกยุคใหม่
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษงานครบรอบ 30 ปี บมจ.โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี ที่โรงแรมดุสิตธานี ชี้จุดเสี่ยงประเทศไทยรอบด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และการบริหารรัฐ
โอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ณ โรงแรมดุสิตธานี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ความท้าทายด้านความมั่นคงในโลกยุคใหม่ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ" โดยได้แสดงความห่วงใยต่อจุดเสี่ยงของประเทศในหลากมิติ
ความมั่นคงยุคใหม่ เมื่อ "โดรน" และ "หุ่นยนต์" คืออาวุธหลัก
นายทักษิณระบุว่าสงครามในปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากการรบแบบดั้งเดิม (Conventional Warfare) ไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยยกตัวอย่างการโจมตีในตะวันออกกลางที่ใช้มิไซล์กว่า 2,000 ลูก แต่สามารถสกัดได้เกือบหมดด้วยระบบป้องกันที่ทันสมัย ขณะที่ในไทยยังขาดความพร้อมในจุดนี้
"ภัยคุกคามสมัยใหม่ไม่เหมือนเดิม เราจะมาเตรียมอาวุธแบบ Conventional แบบเดิม ๆ คงไม่ได้แล้ว... ผมเห็นตอนเราไล่ตามแป้ง นาโหนด ที่ขึ้นเขา เราใช้ทหารตำรวจหลายร้อยคน ซึ่งจริง ๆ เราใช้โดรนไม่กี่ตัวก็พอ"
นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าของบริษัท Unitree ในจีนที่ผลิตหุ่นยนต์สี่ขา (Robotic Dog) ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วยซื้อของไปจนถึงการเป็นทหารติดอาวุธ โดยย้ำว่าไทยต้องเตรียมตัวใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพราะราคาถูก มีประสิทธิภาพ และไม่สูญเสียชีวิตคน
เศรษฐกิจและแรงงาน โครงสร้างองค์กร "รูปเพชร" และภัย AI
ในมิติเศรษฐกิจ นายทักษิณวิเคราะห์ว่า AI จะทำให้โครงสร้างองค์กรเปลี่ยนจากรูปปีระมิดไปสู่ "รูปเพชร" (Diamond Shape) โดยส่วนฐานจะถูก AI เข้ามาแทนที่ทั้งหมด เหลือเพียงส่วนกลางที่เป็นผู้มีความชำนาญเฉพาะทาง (Skill)
"ต่อไปเด็กจบใหม่จะหางานทำยาก... ถ้าจบมาได้ปริญญาอย่างเดียวไม่มีความชำนาญ จะไม่มีงานทำ เพราะเขาใช้ AI ทำแทนหมด"
ภัยไซเบอร์ เมื่อ "น้ำ-ไฟ" เสี่ยงถูกโจมตี
อดีตนายกฯ เตือนว่าความมั่นคงทางไซเบอร์ของไทยยังไม่ดีพอ และประเด็นที่น่ากลัวไม่ใช่แค่การแฮกข้อมูลทั่วไป แต่คือการเข้าแทรกแซงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
"ถ้าเขาแฮกระบบส่งน้ำส่งไฟของเราระบบที่มันเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนไทย... แฮกที่ไฟฟ้าจ่ายไฟไม่ได้ แฮกที่น้ำจ่ายน้ำไม่ได้ อันนี้เดือดร้อนกันหมด"
ความท้าทายของประชากรและโลกยุค Gen Alpha
นายทักษิณกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ที่จะมีอายุยืนยาวขึ้นจากเทคโนโลยี "Cell Reversal" หรือการย้อนวัยเซลล์ ซึ่งอาจทำให้คนมีอายุยืนยาวได้ตั้งแต่ 125 ปี ไปจนถึง 250 ปีตามการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ในญี่ปุ่นและจีน ซึ่งจะส่งผลต่อระบบบำนาญและการอยู่อาศัยที่อาจมีถึง 7-8 รุ่นในบ้านหลังเดียว [6] ขณะที่เด็ก Gen Alpha (เกิดปี 2025 เป็นต้นไป) จะไม่สนใจปริญญาแต่จะเรียนรู้ผ่าน AI ตลอดชีวิต
พลังงานและการสื่อสาร กับดักการผูกขาดและกฎหมายล้าหลัง
ในด้านพลังงาน นายทักษิณมองว่าไทยยังติดกับดักการผูกขาดโดยรัฐและไม่ยอมใช้ Smart Meter หรือ Digital Grid ทำให้ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการเลือกใช้แหล่งพลังงานที่ถูกกว่า
"ข้างหน้าไฟฟ้าต้องถูกลง ถ้าไฟฟ้าไม่ถูก ก็ไม่มีใครมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรม... ไฟฟ้ามันต้องถูกลงและต้องมีที่มาจากหลายแห่งเพื่อความมั่นคงของพลังงาน"
ในส่วนการสื่อสาร เทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Orbit) อย่าง Starlink กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโลก แต่กฎหมายไทยยังติดขัดเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเร่งตามให้ทัน
จุดเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ระบบราชการและหลักนิติธรรมที่อ่อนแอ
นายทักษิณชี้ว่าไทยมีข้าราชการเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านคน และมีกฎหมายล้นเกินถึงแสนฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ แต่สิ่งที่วิกฤตที่สุดคือเรื่อง Rule of Law (หลักนิติธรรม) และความเชื่อมั่น (Trust/Confidence)
"Rule of Law หลักนิติธรรม วันนี้อ่อนแอมาก... อมาตยา เซ็น เคยพูดว่า Rule of Law ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่มันหมายถึงเศรษฐกิจ วันนี้เราจะต้องคิดว่าจะนำ Rule of Law กลับมาให้ประเทศไทยดูน่าเชื่อถือได้อย่างไร"
ทางรอดของประเทศไทย
นายทักษิณเสนอว่าต้องมีการรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ลดขนาดระบบราชการโดยใช้ AI เข้ามาแทนที่ และต้องรื้อฟื้นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ กับต่างประเทศอย่างจริงจัง เพื่อให้ไทยสามารถรับมือกับภัยคุกคามในโลกยุคใหม่ได้อย่างเท่าทัน
ความสัมพันธ์กับบริษัทโสมาภา
นายทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อบริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารในเชิงบวกโดยมีความผูกพันและเห็นการเติบโตมาอย่างยาวนาน ว่า เป็นความสัมพันธ์เยี่ยงพี่น้อง พร้อมกับเรียกผู้บริหารของบริษัทว่าเป็น "น้องที่ผมได้เห็นความเจริญเติบโตมาโดยตลอด" และแสดงความยินดีที่ได้เห็น "น้อง ๆ ทั้งหลาย" ประสบความสำเร็จและเติบโตในเส้นทางธุรกิจ
นายทักษิณเล่าว่า จุดหักเหหรือจุดที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดเกิดขึ้นในช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา ที่มีการขอความร่วมมือให้ทุกประเทศทำระบบ Advance Passenger Information Service (APIS) เพื่อคัดกรองผู้ก่อการร้าย
ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยได้ตอบรับนโยบายดังกล่าว และทางบริษัทโสมาภาก็ได้เริ่มพิจารณาและพัฒนาระบบนี้อย่างจริงจัง จนกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทขยายตัว มีปริมาณงานที่ใหญ่ขึ้น และสามารถขยายธุรกิจไปสู่ระดับนานาชาติได้ในปัจจุบัน






