
ก.พ.ร. ขีดเส้น 6 เดือน แก้เกมอุดช่องโหว่หน่วยงานรัฐเอี่ยวทุจริต
ก.พ.ร. กางแผนปราบทุจริตหน่วยงานรัฐ ขีดเส้นภายใน 6 เดือน คัดเลือกหน่วยงานนำร่อง หาทางอุดช่องโหว่กระบวนงานที่เสี่ยงเป็นช่องทางทุจริต หลังนายกฯ สั่งเข้มให้เร่งแก้ปัญหาด่วน
KEY
POINTS
- ก.พ.ร. เร่งดำเนินโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” เพื่อแก้ปัญหาทุจริตในหน่วยงานรัฐ โดยตั้งเป้าให้หน่วยงานนำร่องเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน
- โครงการกำหนดให้หน่วยงานรัฐ 355 แห่ง คัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงทุจริตสูงมาพัฒนาปรับปรุงให้เกิดความโปร่งใส
- เปิดให้ภาคเอกชน (กกร.) ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสะท้อนปัญหา การออกแบบแนวทางแก้ไข ไปจนถึงการติดตามประเมินผล
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. กำลังเร่งดำเนินโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” (One Agency One Integrity) ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมาย ก.พ.ร. เร่งดำเนินการเรื่องนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) โดยจะมีกลไกในการคัดเลือกหน่วยงานนำร่อง และเร่งปรับปรุงกระบวนงานให้เห็นผลภายใน 6 เดือน
สำหรับโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” เป็นข้อเสนอของ สำนักงาน ก.พ.ร. และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อให้แต่ละหน่วยงานของรัฐคัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูงมาพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มีเป้าหมายครอบคลุมหน่วยงานของรัฐ 355 แห่ง
ทั้งนี้ในการดำเนินงาน “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” จะเปิดให้ กกร. ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และสื่อสาธารณะเข้ามามีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การสะท้อนปัญหา การออกแบบแนวทางปรับปรุง รวมไปถึงการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องต่อไป
แหล่งข่าวจาก ก.พ.ร. ระบุว่า เมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ร. ได้เห็นชอบแนวทางปรับปรุงงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยให้หน่วยงานในระดับกรมทุกแห่งขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 จะเน้นที่ส่วนราชการระดับกรม และระยะที่ 2 ในปี 2570 จะขยายไปยังจังหวัด รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน
พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานระดับกรมทุกหน่วยงานคัดเลือกงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทุจริตมาพัฒนาให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ตามหลักเกณฑ์ 5 ประการ คือ 1.เป็นงานที่มีผลกระทบสูงต่อเศรษฐกิจและสังคม 2.มีผู้ใช้บริการหรือผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก 3.มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูง 4.มีการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการตัดสินใจ และ 5.เป็นงานที่มีการร้องเรียนจากประชาชน
น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ว่า การขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา นั้น หน่วยงานในระดับกรมในทุก ๆ กระทรวง ต้องไปวิเคราะห์ดูว่ากระบวนการทำงาน หรืองานบริการด้านใดของหน่วยงานที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดทุจริต ก็ให้ปรับวิธีการ และเสนอแนวทางการแก้ไข เพื่อสร้าวความโปร่งใสอย่างน้อยในเรื่องที่สำคัญกับงานที่ให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ ก.พ.ร. ยังได้นำเสนอที่ประชุม คตท. รับทราบความก้าวหน้าพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดโอกาสการทุจริตในกระบวนงานอนุมัติ อนุญาต และบริการภาครัฐ ผ่านแนวทาง “2 ลด 1 เพิ่ม” ได้แก่ ลดดุลพินิจ ลดการเผชิญหน้าและการใช้คนกลาง และเพิ่มความโปร่งใสและความรับผิดชอบคาดว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยปิดจุดเสี่ยงต่อการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และลดต้นทุนแฝงของประชาชนและภาคธุรกิจได้







