
ถอดรหัส ปรับ ครม. ดึง“กล้าธรรม”เสียบ รัฐบาลอนุทินแข็งโป๊ก
ถอดรหัส ปรับ ครม. ดึง“กล้าธรรม”เสียบ รัฐบาลอนุทินแข็งโป๊ก : รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4239
KEY
POINTS
- พรรคกล้าธรรมมีแนวโน้มจะเข้าร่วมรัฐบาล หลังถูกขับออกจากวิปฝ่ายค้านเนื่องจากโหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ สวนมติพรรคฝ่ายค้าน
- การดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและเพิ่มเสียงสนับสนุนในสภาให้รัฐบาลของนายอนุทินมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมเกมการเมือง
- คาดว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดสรรตำแหน่งให้พรรคกล้าธรรม ซึ่งอาจทำให้พรรคภูมิใจไทยต้องสละโควต้ารัฐมนตรีของตนเองบางส่วน เพื่อไม่ให้กระทบโควตาของพรรคร่วมเดิม
สมการการเมืองหลังรัฐบาล “อนุทิน 2” เดินหน้ามาถึงจุดที่การจัดวางขั้วอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นอีกระดับ โดยเฉพาะสถานะของ “พรรคกล้าธรรม” 58 เสียง ที่กำลังถูกจับตาว่าจะเปลี่ยนจาก “ฝ่ายคอย” ไปสู่ “พรรคร่วมรัฐบาล” ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังพรรคกล้าธรรม มีมติให้ สส.ของพรรคลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ซึ่งสวนทางกับแนวทางของวิปฝ่ายค้าน
ก่อนที่วันที่ 22 กันยายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน จะประกาศปรับโครงสร้างวิปฝ่ายค้าน โดยนำพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เหตุผลสำคัญมาจากท่าทีต่อการโหวตงบประมาณ และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ก็แน่นปึ๊ก
ประกอบกับ แกนนำคนสำคัญของค่ายน้ำเงิน และ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ หลังพ้นบ่วงคดี “ฮั้ว สว.” ในชั้น กกต. โดยไม่ถูกส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ทำให้มองกันได้ถึงเวลาต้องตอบแทนบุญคุณกัน หลังเกิดการพลิกคำให้การของ 3 พยานคดีฮั้ว สว. ทั้ง เอกราช ช่างเหลา, อัษฎางค์ แสวงการ และ ขจรศักดิ์ ศรีวิราช สว.พะเยา พ่อตา ร.อ.ธรรมนัส
“น้ำเงิน”ดักทางเกมล้มรัฐบาล
ในเกมอำนาจปัจจุบัน “ภูมิใจไทย” ต้องคอยบาลานซ์ “เพื่อไทย” อย่างระมัดระวัง เพราะช่วงที่ผ่านมา สส.พรรคเพื่อไทยบางคนออกแอ็กชั่นทั้งความเห็นเรื่องคดี สว. หรือ การอภิปรายในสภาฯ ที่กระทบการทำงานของรัฐบาล จนอาจชวนให้ “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” เกิดอาการสะกิดใจ ทั้งที่อยู่ในสถานะพรรคร่วมด้วยกัน รวมถึงท่าทีของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดค่ายแดง
ต่างจากท่าทีของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เวลาตอบคำถามสื่อในประเด็นกระทบกระทั่งกับคนภูมิใจไทย จะใช้วิธีตอบแบบรักษามารยาทพรรคร่วมรัฐบาล
อย่างไรก็ดี ความนิยมของ “ภูมิใจไทย” ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่แก้ไม่ตก การขยับเกมดึง “กล้าธรรม” เข้าร่วม จึงถูกมองว่าเป็นการ “ปิดประตู” ไม่ให้พรรคร่วมอย่างเพื่อไทย ขึ้นมาขี่คอในวันข้างหน้า หากกระแสของรัฐบาลวูบลงไปมากกว่านี้
อีกด้านหนึ่ง หากปล่อยให้ “กล้าธรรม” อยู่นอกวงโคจรนานเกินไป อาจเปิดโอกาสให้ “เพื่อไทย” หันไปจูนกับ “พรรคกล้าธรรม” เพื่อสร้างแรงต่อรองเพิ่มขึ้นจนกระทบเสถียรภาพรัฐบาล “ค่ายน้ำเงิน” จึงต้องชิงออกตัวก่อนควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมักมีเงื่อนไขต่อรองระหว่างพรรคร่วมเสมอ
สูตรการรวม “น้ำเงิน-แดง-เขียว” จะทำให้ “เพื่อไทย-กล้าธรรม” ตกอยู่ในภาวะหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เปิดทางให้ “ภูมิใจไทย” กุมสภาพแกนนำรัฐบาลได้อย่างเด็ดขาด โดยไม่มีพรรคไหนกล้าแข็งข้อ
เก้าอี้ดนตรี ครม.ใหม่
ฝั่ง “เพื่อไทย” มีเรื่องห่วงเพียงเรื่องเดียว คือ “โควตารัฐมนตรีเดิม” ที่เคยดีลไว้กับภูมิใจไทย ต้องไม่ได้รับผลกระทบ แกนนำพรรคตั้งแต่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ถึง ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ต่างส่งสัญญาณย้ำชัดว่า 5 กระทรวงที่เพื่อไทยคุมต้องเป็นไปตามเดิม โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปัจจุบัน เก้าอี้ ครม. ยังเว้นว่างไว้ 1 ตำแหน่ง ซึ่งถูกจับตาว่าจะตกเป็นของ “กล้าธรรม” หรือไม่ แต่หากยึดสูตรที่ไม่กระทบโควตาเพื่อไทย “ภูมิใจไทย” อาจต้องยอม “เฉือนโควตาตัวเอง” 2-3 เก้าอี้ เพื่อเกลี่ยให้พรรคผู้กอง
หากนับไทม์ไลน์การปรับ ครม. หลังทำงานครบ 1 ปี คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงหลังปีใหม่ หรือราวสงกรานต์ ปี 2570 ซึ่งเข้าเกณฑ์ประเมินผลงานรมต.พอดี
กลุ่มทายาทบ้านใหญ่: จากที่เคยโดนกระแสสังคมขย่มให้เปลี่ยนตัว ปัจจุบันแรงกระเพื่อมเริ่มซาลง
กลุ่มคนนอก: เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ค่อนข้างการันตีตำแหน่งมั่นคงสูง ด้วยถูกวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในอนาคตของค่ายน้ำเงิน ขณะที่รัฐมนตรีคนนอกคนอื่นอยู่ในข่ายเสี่ยงตกเป็นเหยื่อเกมเก้าอี้ดนตรีเพื่อเฉือนตำแหน่งให้พรรคเขียว
หากการปรับ ครม. เที่ยวนี้ “น.อนุทิน-น.เนวิน” เห็นตรงกันว่าต้องดัน “นัส-กล้าธรรม” และ “หนิม-เพื่อไทย” ร่วมผนึกกำลังเป็น “รัฐบาล 4 น.” นอกจากรัฐบาลจะมีเสียงแน่นหนาถึง 347 เสียงแล้ว ยังบังคับให้พรรคร่วมรัฐบาลอันดับสองต้องปรามลูกพรรคให้เลิก “กวนน้ำให้ขุ่น” หากไม่อยากเสี่ยงโดนขับพ้นรัฐบาล
ฝ่ายค้านถูกเจาะยางเหลือ 148 เสียง
ความเคลื่อนไหวในสภาฯ หลังจากที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 ในวาระ 3 เสียงของ “ก๊กสีเขียว” พรรคกล้าธรรม เทโหวตสนับสนุนอย่างท่วมท้น ก่อนที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน จะประกาศไม่ยอมรับพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้านอีกต่อไป
ส่งผลให้เสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านลดลงเหลือเพียง 148 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 119 เสียง, พรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง, พรรคไทยรวมพลัง 6 เสียง, พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง และพรรคไทยภักดี 1 เสียง
การขับ “กล้าธรรม” พ้นวิปฝ่ายค้าน ไม่เพียงเพราะการโหวตสวนมติ แต่พรรคประชาชนไม่ต้องการให้ตัวแทน “พรรคสีเขียว” ร่วมประชุมวิปฝ่ายค้าน เพราะเกรงว่าจะเกิดการ “ล้วงข้อมูล-เกลือเป็นหนอน” ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ผ่า 4 สูตรรัฐบาลอนุทิน2
การปรับ ครม. ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างช้าในช่วงต้นปี 2570 หรือไตรมาสแรก สามารถประเมินฉากทัศน์ได้ 4 สูตรหลัก:
สูตรเดิม น้ำเงิน-แดง (294 เสียง / 16 พรรค): ไร้ชื่อกล้าธรรม ยึดโครงสร้างเดิม ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงเนื่องจากมีสัญญาณว่า “ครูใหญ่เนวิน” ยังไม่ต้องการดึงกล้าธรรมเข้าร่วมในเวลานี้ ข่าวลือที่เกิดขึ้นจึงอาจเป็นเกมปล่อยข่าวจากฝั่งกล้าธรรมฝ่ายเดียว
สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว (352 เสียง): รัฐบาลแข็งแกร่งท่วมท้น อัตราส่วน 10 สส. ต่อ 1 รัฐมนตรี แต่ภูมิใจไทยต้องยอมสละเก้าอี้ ครม. บางส่วนให้กล้าธรรมเพื่อรักษาโควตาเพื่อไทย 8 เก้าอี้ ทว่ามีจุดอ่อนคือเสี่ยงถูกฝ่ายค้านโจมตีว่าเป็น “เผด็จการรัฐสภา”
สูตรเขี่ยพรรคเล็กออก (344 เสียง): รวมน้ำเงิน-แดง-เขียว แล้วตัดพรรคเล็ก 1 เสียง 8 พรรคออก แม้เสียงจะแน่นแต่สร้างความขัดแย้งในหมู่พรรคร่วม
สูตรเขี่ย “เพื่อไทย” พ้นรัฐบาล (278 เสียง): รัฐบาลน้ำเงิน-เขียว ครองเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หากเจรจาจัดสรรเก้าอี้กับเพื่อไทยไม่ลงตัว หรือเพื่อไทยถอนตัวไปเป็นฝ่ายค้าน ทว่าฉากทัศน์นี้เกิดขึ้นได้ยาก เพราะเพื่อไทยเลือกเล่นบท “เด็กดี” นิ่งสงบ เพื่อประคองตัวในภาวะที่ยังไม่พร้อมเลือกตั้งใหม่
“สีเขียว”เสียบ วัดใจ“ครูใหญ่เนวิน”
ในยามที่มรสุมการเมืองรุมถล่มพรรคน้ำเงิน การปรับ ครม. คือ ทางออกในการลดกระแสโจมตี แต่โจทย์ใหญ่ของภูมิใจไทย คือ การประคับประคองให้ “รัฐบาลอนุทิน” อยู่ครบเทอม
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ “ครูใหญ่เนวิน” เพราะการอ้าแขนรับ “พรรคผู้กอง” ในวันนี้ อาจเป็นการสร้างคู่แข่งทางการเมืองที่น่ากลัวในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า หากปล่อยให้พรรคสีเขียวที่ถนัดเกมมวลชนเติบโตเข้มแข็งมากเกินไป!
รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4239






