
เปิดขั้นตอน “7 เสือกกต.” ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. ปัดล็อกเป้าฟันแค่ 10 คน
“ณรงค์ รักร้อย”เปิดขั้นตอน 7 เสือกกต. “ลงมติส่วนตน” คดีฮั้ว สว. ก่อนประมวลผลเป็นคำวินิจฉัย ชี้ใครต้องดำเนินคดี-ส่งศาลหรือไม่ 14 ก.ย.รู้ผลแน่
KEY
POINTS
- กกต. ทั้ง 7 คน กำหนดวันลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ในวันที่ 14 กันยายน หลังจากพิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว
- การลงมติจะเป็น "มติส่วนตน" ของกรรมการแต่ละคนอย่างอิสระ ว่าจะดำเนินคดีกับใครและอย่างไร ก่อนจะรวบรวมเป็นคำวินิจฉัยของ กกต.
- กกต. ปฏิเสธกระแสข่าวล็อกเป้าเอาผิดผู้เกี่ยวข้องเพียง 10 คน โดยยืนยันว่าไม่มีการหารือเรื่องจำนวนหรือตัวบุคคลล่วงหน้า
“ณรงค์ รักร้อย” กรรมการ กกต. แจงไทม์ไลน์คดีฮั้ว สว. หลังพิจารณาสำนวนครบทุกประเด็นแล้ว 28 ส.ค. เตรียมลงมติ 14 ก.ย. ย้ำกรรมการทั้ง 7 คนจะลงมติส่วนตนโดยอิสระว่า จะดำเนินคดีกับใครบ้างและอย่างไร ไม่มีการหารือล่วงหน้าว่าจะชี้มูลกี่คน ปัดกระแสข่าวล็อกเป้าเอาผิดเพียง 10 คน ก่อนนำมติทั้งหมดมาประมวลจัดทำคำวินิจฉัยว่าจะดำเนินการต่อและส่งศาลพิจารณาหรือไม่
คดี “ฮั้ว สว.” เดินเข้าสู่ช่วงไคลแม็กซ์ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาสำนวนคดีเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดนัดหมายวันที่ 14 กันยายน 2569 เพื่อให้กรรมการ กกต. ทั้ง 7 คน ลงมติส่วนตนเกี่ยวกับแนวทางว่าจะดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสำนวนดังกล่าวหรือไม่
ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างหนักก่อนถึงวันชี้ขาด คือกระแสข่าวที่ระบุว่า กกต.อาจมีมติเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว.เพียงประมาณ 10 คน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการกำหนดตัวบุคคลหรือ “ล็อกเป้า” ไว้ล่วงหน้าหรือไม่
7 กกต.ลงมติส่วนตน 14 ก.ย.แน่
นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง ออกมายืนยันว่า ในการประชุม กกต.ที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดคุยล่วงหน้าว่าจะมีการชี้มูลผู้ใด หรือจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องจำนวนกี่คน เพราะเป็นสิทธิและดุลพินิจของกรรมการ กกต.แต่ละคนที่จะพิจารณาพยานหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในสำนวน
นายณรงค์ กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว.เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คนจะนัดลงมติพร้อมกันในวันที่ 14 กันยายน
สาเหตุที่มีช่วงระยะเวลาระหว่างการพิจารณาสำนวนเสร็จ กับวันลงมติ เนื่องจากยังมีบางประเด็นที่กรรมการต้องสอบถาม และหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การพิจารณาและการลงมติมีเหตุผลประกอบอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ การลงมติในวันที่ 14 กันยายน จะเป็น “มติส่วนตน” ของกรรมการ กกต.แต่ละคน ทั้ง 7 คน ว่า เห็นควรดำเนินการกับบุคคลใดบ้าง ดำเนินการในลักษณะใด และมีประเด็นใดที่เห็นควรส่งให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยต่อหรือไม่
ปัดล็อกเป้าเอาผิดแค่ 10 คน
สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า กกต.เตรียมลงมติเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว.เพียง 10 คน นายณรงค์ ยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยกันในที่ประชุมว่าจะชี้มูลผู้เกี่ยวข้องจำนวนเท่าใด เนื่องจากกรรมการ กกต.แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ในการพิจารณาและแสดงความคิดเห็นของตนเอง โดยจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก
นายณรงค์จึงขอให้รอดูผลการลงมติในวันที่ 14 กันยายน ก่อนที่จะสรุปว่าผู้เกี่ยวข้องรายใดจะถูกดำเนินการ และ กกต.จะมีแนวทางอย่างไรต่อไป
โดยเมื่อกรรมการทั้ง 7 คนลงมติส่วนตนแล้ว จะต้องนำความเห็นดังกล่าวมาประมวลและจัดทำเป็น คำวินิจฉัยของ กกต.
สำนวนคดี สว.หลุดอยู่ระหว่างพิจารณา PDPA
อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ กรณีเอกสารและข้อมูลจากสำนวนคดีฮั้ว สว.บางส่วนถูกเผยแพร่ไปยังกลุ่ม iLaw และพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมีการตั้งคำถามว่า การนำเอกสารดังกล่าวออกมาเผยแพร่ จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่
นายณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าและทราบผลในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ส่วนกรณีฝ่ายค้านนำหลักฐานข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างบุคคลในวันเลือก สว.ระดับประเทศมาเปิดเผย และนำไปใช้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.นั้น นายณรงค์ ระบุว่า หากหลักฐานดังกล่าวมีอยู่ในสำนวน กกต.ก็พร้อมนำมาพิจารณาประกอบการวินิจฉัย
นายณรงค์ ย้ำหลักการทำงานว่า กกต.จะทำหน้าที่บนพื้นฐานของ พยานหลักฐานในสำนวน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นก่อนหรือหลังกรรมการ กกต.รายใดเข้ามาดำรงตำแหน่ง






