
กกต.คอนเฟิร์ม 14 ก.ย. ชี้ขาดคดีฮั้ว สว. “ณรงค์”ลั่นพิจารณาครบทุกสำนวนแล้ว
กกต.ยืนยัน 14 ก.ย.ชี้ขาดคดี “ฮั้ว สว.”ส่งศาลฎีกาหรือไม่ “ณรงค์” ลั่นพิจารณาครบทุกสำนวนแล้ว ย้ำ 3 เดือนไร้แรงกดดัน
KEY
POINTS
- กกต.กำหนดลงมติในวันที่ 14 ก.ย. เพื่อชี้ขาดว่าจะส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. (คดีฮั้ว สว.) ให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่
- นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันว่า กกต. ได้พิจารณาสำนวนคดีที่เป็นปัญหาทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีมติเป็นเอกฉันท์
- กกต.ย้ำว่า การทำงานตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาไม่เคยถูกกดดัน และขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการที่ยึดตามข้อกฎหมายเป็นหลัก
กกต.เตรียมลงมติ 14 ก.ย. 2569 ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” ว่าจะส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ “ณรงค์ รักร้อย”เผยพิจารณาครบทุกสำนวนที่เป็นปัญหาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ ย้ำอาจมีข้อมูลบางประเด็นต้องสอบถามเพิ่มเติม พร้อมยืนยันตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา กกต.ทั้ง 7 คนไม่เคยถูกกดดัน ขอประชาชนมั่นใจกระบวนการทำงาน ยึดข้อกฎหมายและระเบียบเป็นหลัก
วันนี้ (29 ส.ค. 69) นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการทุจริต หรือ การฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งมีกำหนดนัดพิจารณาลงมติในวันที่ 14 กันยายน 2569 ว่าจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ โดยยืนยันว่า กกต.จะมีมติในวันดังกล่าวตามกำหนดอย่างแน่นอน
นายณรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ได้พิจารณาสำนวนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการเลือก สว.ครบถ้วนแล้ว โดยการพิจารณาในส่วนสำคัญได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมการใช้เวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาประมาณ 3 เดือน
“เราพิจารณาไปหมดแล้วเมื่อวาน พิจารณาทุกสำนวนที่เป็นปัญหาของ สว. และทาง กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์” นายณรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ นายณรงค์ อธิบายว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา กกต.ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด แม้ในบางสัปดาห์อาจไม่ได้มีการประชุมในประเด็นนี้ เนื่องจาก กกต.มีภารกิจอื่นที่ต้องดำเนินการ แต่ภาพรวมการพิจารณาสำนวนถือว่าได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่ายังมีข้อมูลหรือประเด็นใดที่จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมก่อนถึงวันลงมติหรือไม่ นายณรงค์ ระบุว่า อาจยังมีข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็นที่ กกต.อาจต้องสอบถามเพื่อให้เกิดความชัดเจน ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาและลงมติตามขั้นตอน
ส่วนกรณีที่มีกลุ่มภาคประชาสังคม รวมถึงฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมาเคลื่อนไหวและติดตามการทำงานของ กกต.อย่างใกล้ชิด นายณรงค์ กล่าวว่า กกต.ไม่ได้จำเป็นต้องนำความเคลื่อนไหวดังกล่าวมาเป็นปัจจัยในการพิจารณา เพราะคณะกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามสำนวนและข้อเท็จจริงที่อยู่ในกระบวนการ
“ไม่หรอกครับ เป็นเรื่องที่สามารถที่จะทำได้อยู่แล้ว เราก็ทำตามสำนวนของเรา” นายณรงค์กล่าว พร้อมย้ำว่า การพิจารณาคดีจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ระเบียบ และแบบแผนที่กำหนดไว้
พร้อมกล่าวย้ำว่า “ขอให้มั่นใจครับ มั่นใจพวกเรา กกต.ทั้ง 7 คน ขอบคุณครับ”






