
“บวรศักดิ์"ชงแก้ รธน. ริบอำนาจ กกต.จัดเลือกตั้ง-คืนสิทธิประชาชนถอดถอน
“บวรศักดิ์”หนุนแก้รัฐธรรมนูญ ชง “อภิวัฒน์ 5 ข้อ รื้อระบบเลือกตั้ง-สรรหาองค์กรอิสระ-ดึงประชาชนคืนสิทธิถอดถอน-เร่งไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่- หั่นอำนาจ กกต.จัดเลือกตั้ง
KEY
POINTS
- "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ"เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อริบอำนาจ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง โดยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการอื่น ส่วน กกต.ให้ทำหน้าที่กำกับดูแลและจับผู้กระทำผิด
- เสนอให้รื้อฟื้นสิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อลงมติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้โดยตรง
- ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง "อภิวัฒน์ 5 ข้อ" เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่ตรวจสอบ
“บวรศักดิ์ อุวรรณโณ”ชี้วิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระสะท้อนความล้มเหลวของระบบตรวจสอบ เสนอ “อภิวัฒน์ 5 ข้อ” เป็นทางออก ทั้งเร่งกระบวนการได้รัฐบาลใหม่หลังยุบสภา–ครบวาระ ปรับสูตรสรรหาองค์กรอิสระให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและเปิดเผยคะแนน หวนใช้ระบบถอดถอนโยงประชาชน รื้ออำนาจสำนักงาน กกต. ไม่ให้จัดการเลือกตั้งเอง และเปิดพื้นที่ให้กลุ่มการเมืองที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นพรรคการเมือง พร้อมยกผลวิจัยสถาบันพระปกเกล้า–สำนักงานสถิติฯ ชี้ความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระปัจจุบัน ตกต่ำกว่าความคาดหวังของประชาชน
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีสัมมนา “วิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ที่มาและทางออก”
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า เมืองไทยนั้นแปลกจะเข้า OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) เขาต้องมาตรวจ 25 กลุ่ม ต้องปรับ 7 หมื่นเรื่อง โดยมีประเด็นทุจริตเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ตอนตนอยู่ใน “รัฐบาลอนุทิน 1” พบว่าตำรวจแฉกัน รัฐบาลเงียบ มีคุกพิเศษในบางขวาง ก็เงียบ ตนยกร่างระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบ แต่ไม่เกิด ทั้งหมดนี้แสดงว่าคนที่มีอำนาจไม่จริงจัง ไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เร่งด่วน
“มีเรื่องที่ผมไม่เคยบอก แต่จะบอกวันนี้ว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่รัฐธรรมนูญ 2534 บังคับใช้ นพ.ประเวศ วะสี บอกให้ผมร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผมไม่อยากทำเพราะไม่อยากเป็นกบฏ แต่หลังจากนั้นมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 จึงกำหนดให้มีองค์กรอิสระขึ้น ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2550 มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ เป็นครั้งแรก รวมถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 2560 คงองค์กรอิสระดังกล่าวไว้”
ชง“อภิวัฒน์”เวลาได้มาของ ครม.
นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า แต่จากการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ทำวิจัย ตั้งแต่เริ่มมีองค์กรอิสระที่เริ่มตั้งแต่ 2545 ถึงผลงงานโดยชุดแรกๆ มีผลงานดี แต่ปัจจุบันความเชื่อมั่นตกต่ำ เพราะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของประชาชน รวมถึง รัฐบาล และ สว. ต่ำกว่า เมื่อ สส. รวมไปถึงพรรคการเมือง ทั้งนี้ตนขอเสนอทางออก ให้ “อภิวัฒน์”พัฒนาไปในทางที่ดี ได้แก่
1.อภิวัติเวลาได้มาของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยรัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดการได้มาของรัฐบาลใหม่ช้า ซึ่งเขียนเหมือน ปี 2475 เมื่อสภาสิ้นอายุ ต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน หากสิ้นอายุยุบสภา เลือกตั้ง 45-60 วัน ปี 2560 ขยายให้ กกต. มีเวลาประกาศ 30 วัน อีก 15 วัน เรียกประชุมสภา กว่าจะได้ ครม.ใหม่ 5 เดือน
“หากผมเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ จะเขียนให้เลือกตั้ง 30 วันหลังยุบสภา การยุบแล้วเลือกช้า ซื้อกันเยอะ หากยุบแล้วมีเวลาน้อย ซื้อไม่ได้ ต้องทำความดีระหว่างเป็น สส. ส่วนหากสิ้นอายุเมื่อครบวาระ ให้เลือกตั้งภายใน 15 วัน ให้เวลารับรอง 30 วัน เพื่อ กกต. ให้ใบเหลือง ใบส้ม และเรียกประชุมสภา ภายใน 10 วัน ให้เลือกนายกฯให้เสร็จภายใน 30 วันเมื่อเกินครึ่งหนึ่ง หากไม่เกินครึ่งภายใน 15 วันใครได้เสียงสูงสุดได้เป็น ตอนนี้รัฐธรรมนูญไม่เขียนเวลาไว้ อย่านึกว่าไม่เกิดปัญหา” นายบวรศักดิ์ กล่าว
อภิวัฒน์การสรรหาองค์กรอิสระ
2.อภิวัฒน์การสรรหาการเลือกองค์กรอิสระ คือ ที่มาของกรรมการสรรหา ให้นำบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่ถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตีตกมาใช้ โดยกรรมการมาจาก ศาลฏีกา ศาลปกครองสูงสุด พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายรัฐบาล ครม. พรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน ส่วนละ 2 คน และ ประธานองค์กอิสระที่เลือกกันเอง 1 คน ส่วนคนให้ความเห็นชอบต้องใช้ที่ประชุมรัฐสภา
สำหรับการลงคะแนนต้องทำเปิดเผยในครั้งเดียว แต่คิดคะแนนเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสส.รัฐบาล กลุ่มฝ่ายค้าน และ กลุ่มสว. หากใครได้เสียง 2 กลุ่มจาก 3 กลุ่มให้ได้เป็น และต้องเปิดเผยผลการลงคะแนนและการตรวจสอบประวัติ
ให้ประชาชนร่วมถอดถอนได้
3.อภิวัติระบบถอดถอนให้กลับมา หากไม่มี สว.ที่ดีต้องโยงไปถึงประชาชนให้ลงคะแนนได้ เช่น ถอดถอนนายกฯ หรือ รัฐมนตรีให้ใช้การลงมติถอดถอนจากทั้งประเทศ สส. หรือ สว. จำกัดเฉพาะภาคหรือจังหวัด
รีบอำนาจ กกต.จัดเลือกตั้ง
4.อภิวัฒน์ สำนักงาน กกต. โดยไม่ให้มีอำนาจจัดการเลือกตั้ง แต่ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงคุมเลือกตั้ง โดยให้ใช้องค์กรภูมิภาค ท้องถิ่นดำเนินการ ส่วนหน้าที่ของ กกต. จะมี 2 ประเด็นคือ ออกกฎ กำกับการเลือก และจับคนทำผิดเลือกตั้ง ซึ่งตนเคยเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญปี 2558
ให้ยอมรับกลุ่มการเมือง
และ 5. อภิวัติการยอมรับกลุ่มการเมืองที่ไม่ถึงขั้นต้องเป็นพรรคการเมือง ที่ถูกกำหนดจำนวนสมาชิก 5,000 คน หรือ มีสาขาพรรค เพื่อเป็นทางออกของบ้านเมือง ทั้งนี้ก่อนเขียนรัฐธรรมนูญต้องศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบด้วย






