
"ประธาน กสทช." สู้ยิบตา นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด กสทช. ลุ้น "ล่ม" รอบที่ 5
จับตาบอร์ด กสทช. นัดต่อเนื่อง 13 ส.ค. ชี้ชะตาองค์กรสุญญากาศ หลัง 'นายกฯ อนุทิน' ลงนามทูลเกล้าฯ สั่ง 'หมอสรณ' พ้นประธาน ลุ้นเดินหน้าต่อหรือเจอ walk-out ประชุม "ล่ม" เป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางวาระร้อนค้างท่อกว่า 140 เรื่อง
KEY
POINTS
- ประธาน กสทช. (นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ยืนยันทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต่อไป แม้นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว
- การประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะล่มเป็นครั้งที่ 5 เนื่องจากความขัดแย้งภายในเกี่ยวกับสถานะของประธาน
- กรรมการเสียงข้างมากอาจไม่เข้าร่วมประชุมหรือลงมติ เพราะกังวลว่ามติที่ออกมาอาจมีปัญหาด้านความชอบด้วยกฎหมาย
- หากการประชุมล่มจะส่งผลกระทบต่อวาระสำคัญที่รอการพิจารณากว่า 143 เรื่อง ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการกำกับดูแล
วันนี้ (13 ส.ค. 2569) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จับตาการประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 24/2569 (ต่อเนื่อง) ณ ห้องประชุมสายลม อาคารอำนวยการ โดยมีระเบียบวาระรอการพิจารณามากถึง 99 วาระ และวาระเร่งด่วนอีก 44 วาระ
การประชุมนัดนี้ถูกยกให้เป็น "นัดชี้ชะตาองค์กร" ว่าจะเกิดสภาวะ "ประชุมล่ม" เป็นครั้งที่ 5 หรือไม่ หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า ได้ลงนามนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นที่เรียบร้อยแล้วตามขั้นตอนกฎหมาย
ขณะที่ นพ.สรณ ยืนยันเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการฯ โปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง โดยระบุว่าตนเองประกอบวิชาชีพด้วยความบริสุทธิ์ใจ พร้อมเปรยว่ายังมีทางเลือกอีกหลายทางในการเดินหน้าต่อ
3 ฉากทัศน์จับตาบอร์ด กสทช. นัดสำคัญ
จุดยืนประธาน กสทช.
นพ.สรณ ยืนยันนั่งหัวโต๊ะทำหน้าที่ประธานการประชุมต่อไป จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการฯ ให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ท่าทีบอร์ดเสียงข้างมาก
เสี่ยงเกิดภาพ walk-out หรือปฏิเสธร่วมลงมติ เนื่องจากกรรมการบางส่วนมองว่า การปฏิบัติหน้าที่ของประธานหลังนายกฯ ทูลเกล้าฯ อาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายและกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของมติบอร์ด
สุญญากาศทางนโยบาย
หากการประชุมล่มเป็นครั้งที่ 5 จะกระทบโดยตรงต่อวาระสำคัญ ทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่ การกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอนุมัตินโยบายค้างท่อรวมกว่า 143 วาระ
การประชุมนัดนี้จึงไม่ใช่แค่การพิจารณาวาระประจำปี แต่คือบททดสอบครั้งใหญ่ว่า กสทช. จะสามารถก้าวข้ามรอยร้าวภายในและภาวะสุญญากาศทางอำนาจ เพื่อรักษาเสถียรภาพในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศได้หรือไม่.







