thansettakij
thansettakij
ถอดคำต่อคำ “นพ.สรณ” ประธาน กสทช. ก่อน “นายกฯทูลเกล้า” พ้นจากตำแหน่ง

ถอดคำต่อคำ “นพ.สรณ” ประธาน กสทช. ก่อน “นายกฯทูลเกล้า” พ้นจากตำแหน่ง

11 ส.ค. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ส.ค. 69 | 08:42 น.

ถอดคำต่อคำ ‘ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์’ แถลงเคลียร์ชัดก่อนนายกฯ ลงนามทูลเกล้าฯ พ้นตำแหน่ง หลังบอร์ด กสทช. ประชุมล่มเป็นรอบที่ 4 งัดเอกสาร ม.มหิดล-ใบเสร็จภาษี ม.40 (6) ยันลาออกพนักงานตั้งแต่ ม.ค. 65 และทำหน้าที่แพทย์อิสระ ไม่ใช่เงินเดือน พร้อมฉะกรรมการสรรหาฯ เร่งรีบพิจารณาใน 37 วัน โดยละเลยเอกสารสำคัญ และตั้งข้อสังเกตประธานสรรหาฯ อายุเกิน 70 ปี เข้าข่ายขาดคุณสมบัติหรือไม่

KEY

POINTS

  • นพ.สรณ อ้างคำสั่งศาลปกครองยืนยันว่าตนยังคงมีอำนาจหน้าที่ประธาน กสทช. จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง
  • แสดงหลักฐานจาก ม.มหิดล และการเสียภาษี (ม.40(6)) เพื่อพิสูจน์ว่าได้ลาออกจากพนักงานมหาวิทยาลัยและเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระแล้ว
  • เรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของประธานกรรมการสรรหาฯ ที่อาจมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ซึ่งอาจขัดต่อหลักเกณฑ์เช่นกัน

ความคืบหน้ากรณีวาระการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้ลงนามนำความกราบบังคมทูลฯ ให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ตามขั้นตอนทางกฎหมายนั้น

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเวลา 10.00 น. ของวันนี้ 11 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้เปิดแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน ภายหลังจากที่การประชุมคณะกรรมการ กสทช. ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากองค์ประชุม "ล่ม" เป็นรอบที่ 4 เพื่อแจ้งพยานหลักฐานและยืนยันความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยชี้แจงใน 3 ประเด็นหลักดังนี้ 

1. คำสั่งศาลปกครองยืนยันอำนาจหน้าที่ยังคงอยู่ นพ.สรณ ระบุว่า คำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับคำฟ้อง ให้เหตุผลว่าไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ซึ่งหมายความว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ได้ส่งผลต่อการดำรงตำแหน่งและอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด และยังคงต้องปฏิบัติตามหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

ทั้งนี้ การอ้างว่าต้อง "สละสิทธิ์" ตามกฎหมายนั้น จะต้องเกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ไม่ใช่มาวินิจฉัยย้อนหลังหลังจากที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ ที่ระบุว่าเป็นที่สุดและมีผลทันทีจึงไม่ถูกต้อง

2. งัดหลักฐาน ม.มหิดล - ภาษี ม.40 (6) ยันเป็น 'วิชาชีพอิสระ' ประธาน กสทช. ได้แสดงหนังสือตอบกลับจากมหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าตนได้ลาออกจากความเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 สำหรับช่วงเวลารอยต่อตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2565 เป็นเพียงการประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระเฉพาะทางเพื่อส่งต่อผู้ป่วย ไม่ได้รับเงินเดือนโดยตรงจากมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานการเสียภาษีประจำปี 2565 ยืนยันว่ารายได้ในช่วงดังกล่าวเป็นรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามมาตรา 40 (6) ไม่ใช่เงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัย พร้อมตั้งคำถามไปยังกรรมการสรรหาฯ ถึงเหตุผลที่เร่งรีบสรุปผลภายใน 37 วัน (ประชุม 4 ครั้ง) โดยไม่รอหนังสือตอบกลับจากมหาวิทยาลัยมหิดล และไม่ได้ตรวจสอบเอกสารจากภาครัฐอย่างรอบคอบครบถ้วน

หนังสือ ม.มหิดล

หนังสือ ม.มหิดล

 

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.

3. จี้ตรวจสอบคุณสมบัติ 'ประธานกรรมการสรรหาฯ' ในประเด็นสุดท้าย นพ.สรณ ได้ฝากสื่อมวลชนให้ช่วยตรวจสอบวาระการดำรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งพบว่าอาจสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ซึ่งควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับการเป็นกรรมการ กสทช. แต่กลับไม่มีการยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมกรรมการสรรหาฯ แต่อย่างใด

นพ.สรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า หวังว่าเมื่อบอร์ด กสทช. ได้รับทราบข้อเท็จจริงและหลักฐานใหม่ทั้งหมดแล้ว จะกลับมาร่วมประชุมและปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและสาธารณะต่อไป