thansettakij
thansettakij
งัด 5 กฎเหล็กคุม Data Center ศูนย์เหรียญ กสทช.ห่วงน้ำ-ไฟไม่พอ

งัด 5 กฎเหล็กคุม Data Center ศูนย์เหรียญ กสทช.ห่วงน้ำ-ไฟไม่พอ

12 ส.ค. 69 | 03:08 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ส.ค. 69 | 03:24 น.

ลงทุน Data Center ไทยพุ่งแรง กสทช. เร่งวาง 5 กฎเหล็กคุมพื้นที่ ไฟฟ้า น้ำ พลังงานสะอาด E-Waste และ Local Content 50% พร้อมยกระดับใบอนุญาต หลังห่วงโครงสร้างพื้นฐานไม่พอและไทยได้มูลค่าเพิ่มจำกัด ขณะที่ BOI ขยับสู่ Selective Investment คัดโครงการจากประโยชน์ต่อประเทศ

KEY

POINTS

  • กสทช. แสดงความกังวลว่าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วอาจส่งผลให้ไฟฟ้าและน้ำไม่เพียงพอ และบางโครงการอาจสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจน้อย หรือเป็นเพียง "ศูนย์เหรียญ"
  • เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กสทช. เตรียมเสนอ 5 เกณฑ์กำกับใหม่ หรือ “กฎเหล็ก” เพื่อควบคุมคุณภาพการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งรายใหม่และรายเดิม
  • กฎเหล็ก 5 ข้อครอบคลุมการกำหนดโซนที่ตั้ง, การตรวจสอบสัญญาไฟฟ้า-น้ำประปา, การใช้พลังงานสะอาด, การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการบังคับใช้สินค้าในประเทศ (Local Content)

การลงทุน Data Center ในไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน จากการแข่งขันดึงเงินลงทุนต่างชาติ สู่การกำกับ “คุณภาพการลงทุน” เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี งานทักษะสูง และระบบนิเวศดิจิทัล

ข้อมูล BOI ระบุว่า ครึ่งแรกปี 2569 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนรวม 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% รวม 1,299 โครงการ โดยธุรกิจดิจิทัลมีมูลค่าประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท ขณะที่ช่วงปี 2567-2569 มี Data Center ได้รับอนุมัติส่งเสริมแล้ว 42 โครงการ มูลค่ารวมราว 750,000 ล้านบาท

งัด 5 กฎเหล็กคุม Data Center ศูนย์เหรียญ กสทช.ห่วงน้ำ-ไฟไม่พอ

กสทช. ห่วงไฟ-น้ำไม่พอ สกัด “ศูนย์เหรียญ”

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า ที่ผ่านมา BOI อนุมัติส่งเสริม Data Center หลายสิบโครงการ โดยการประสานกับหน่วยงานกำกับและผู้ให้บริการไฟฟ้า-ประปายังไม่เพียงพอ

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลต่อความมั่นคงพลังงาน โดยเฉพาะพื้นที่นอก EEC ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าศักยภาพจ่ายไฟเหลือรองรับอีกประมาณ 4,000-5,000 เมกะวัตต์

งัด 5 กฎเหล็กคุม Data Center ศูนย์เหรียญ กสทช.ห่วงน้ำ-ไฟไม่พอ

อีกโจทย์คือมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ เพราะ Data Center ใช้เงินลงทุนสูง แต่จ้างงานโดยตรงต่อแห่งประมาณ 30-50 คน และมีข้อจำกัดด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี จนเกิดข้อกังวลว่าบางโครงการอาจกลายเป็น “ศูนย์เหรียญ”

5 กฎเหล็กคุม Data Center

งัด 5 กฎเหล็กคุม Data Center ศูนย์เหรียญ กสทช.ห่วงน้ำ-ไฟไม่พอ

กสทช. เตรียมเสนอเกณฑ์ใหม่ 5 ข้อต่อบอร์ด กสทช. และคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตทั้งรายใหม่และรายเดิม ได้แก่

1. การจัดโซนนิ่ง (Zoning)  กำหนดพื้นที่จัดตั้ง Data Center ให้เป็นสัดส่วนเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

2. การตรวจสัญญาสาธารณูปโภค ผู้ขอใบอนุญาตต้องนำสัญญาการจัดหาไฟฟ้าและน้ำประปามาแสดงต่อ กสทช. ก่อน จึงจะพิจารณาอนุมัติใบอนุญาต

3. ระบบท่อตรงโทรคมนาคม (Dedicated Infrastructure) บังคับให้มีการต่อท่อตรงเฉพาะสำหรับระบบไฟฟ้า น้ำ และโครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาระบบล่มลามไปยังส่วนรวม

4. การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และพลังงานสะอาด   บังคับให้ผู้ประกอบการมีแผนการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ย้อนกลับ และต้องมีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Go Green) เช่น โซลาร์เซลล์

5. สัดส่วนการใช้สินค้าและอุปกรณ์ในประเทศ (Local Content)   บังคับให้ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์จากผู้ประกอบการไทยไม่ต่ำกว่า 50% (เช่น สายไฟ เสา และอุปกรณ์สนับสนุน)

โดยผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 26 ราย จะมีระยะผ่อนผัน 3-5 ปี เพื่อปรับตัวตามเกณฑ์ใหม่

ผู้ให้บริการ 26 ราย ใช้ไฟสูงสุด 260 MW

ข้อมูลสำนักงาน กสทช. ณ 27 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า มีผู้รับใบอนุญาต Data Center 26 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตโทรคมนาคมแบบที่ 1 จำนวน 23 ราย และแบบที่ 3 จำนวน 3 ราย ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ประมาณ 1-260 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ มีใบอนุญาตรอลงนามอีก 1 บริษัท คือ ไทย ดีซี วัน และมีผู้ประกอบการอยู่ระหว่างส่งเอกสารตรวจสำรวจอีก 3 ราย ได้แก่ สเตลล่า ดีซี, Equinix และ DayOne

งัด 5 กฎเหล็กคุม Data Center ศูนย์เหรียญ กสทช.ห่วงน้ำ-ไฟไม่พอ

เตรียมยกระดับใบอนุญาตคุมเข้ม

กสทช. ยังเตรียมปรับ Data Center จากใบอนุญาตประเภทที่ 1 ซึ่งไม่มีโครงข่ายของตนเองและเน้นขายต่อบริการ หรือ Reseller ไปเป็นประเภทที่ 3 สำหรับผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายของตนเอง

การเปลี่ยนประเภทจะทำให้ Data Center อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเข้มงวดขึ้นในลักษณะเดียวกับกิจการโทรศัพท์และเคเบิลใต้น้ำ โดยตั้งเป้าให้มีผลภายในปี 2569

จากแข่งดึงลงทุน สู่คำถาม “ไทยได้อะไร”

รัฐบาลกำลังเปลี่ยนโจทย์จากการดึงเม็ดเงิน Data Center เข้าประเทศ ไปสู่การวัดมูลค่าเพิ่มที่ไทยได้รับ โดย BOI เตรียมพิจารณาโครงการผ่าน  4 มิติ ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศ ความพร้อมด้านไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบ สิ่งแวดล้อม

คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ Data Center เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อวางกลไกกำกับในระดับนโยบายเป้าหมายสำคัญคือให้การลงทุนสร้างงานทักษะสูง พัฒนาวิศวกรและช่างเทคนิคไทย เชื่อม SMEs เข้าห่วงโซ่อุปทาน และต่อยอด AI Ecosystem ให้ธุรกิจ สตาร์ตอัพ และมหาวิทยาลัยเข้าถึง Cloud กำลังประมวลผล และเครื่องมือ AI มากขึ้น รวมถึงเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในไทย เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และระบบทำความเย็น เพื่อให้ไทยไม่ได้เป็นเพียง “สถานที่ตั้ง” Data Center

ต้องสร้าง AI Ecosystem และพัฒนาคน

ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) มองว่า Data Center และ Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แต่ไทยต้องเปลี่ยนการลงทุนเหล่านี้ให้เป็นฐานอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ปัญหาคือยังไม่มีหน่วยงาน “เจ้าภาพ” ชัดเจนในการเตรียมบุคลากรตั้งแต่วิศวกร ช่างเทคนิค ถึง AI Engineer รวมถึงช่วยให้ Startup และ SMEs เข้าถึงกำลังประมวลผล  หากรัฐกำหนดให้ผู้ลงทุนพัฒนาคนไทย จึงต้องแปลงเป้าหมายเป็นหลักสูตร จำนวนบุคลากร ตำแหน่งงาน และธุรกิจไทยที่สามารถวัดผลได้  มิฉะนั้น Data Center อาจรองรับบริการต่างชาติเป็นหลัก ขณะที่มูลค่าเพิ่มในประเทศมีจำกัด

WHA ชี้อย่าวัดแค่จำนวนพนักงาน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group มองว่า ประโยชน์ของ Data Center ไม่ควรวัดเฉพาะจำนวนพนักงาน แม้แต่ละแห่งอาจมีเพียง 30-40 คน เพราะ Data Center เป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ของเศรษฐกิจดิจิทัล

WHA เปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีพนักงาน 50-80 คน แต่สามารถรองรับประชาชนประมาณ 1.3-1.5 ล้านครัวเรือน ในลักษณะเดียวกัน Data Center สามารถสนับสนุน Cloud, AI, ธนาคาร, E-Commerce, ERP ภาครัฐ การศึกษา และธุรกิจออนไลน์จำนวนมาก  ภาคธุรกิจจึงสนับสนุนให้ไทยเดินหน้าดึงการลงทุนต่อ ควบคู่กับการวางกติกาให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด

ไฟ-น้ำโจทย์ใหญ่ ใครแบกต้นทุน

การเติบโตของ Data Center สร้างข้อกังวลด้านไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และผลกระทบต่อชุมชน โดยคำถามสำคัญคือใครควรรับภาระต้นทุนจากการขยายระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับผู้ลงทุนรายใหญ่ รัฐบาลจึงวางหลักไม่ให้ต้นทุนถูกผลักไปยังประชาชน โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นชอบให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟสำหรับ Data Center เพื่อให้อัตราค่าไฟสะท้อนต้นทุน พร้อมกำหนดหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า

ด้านน้ำ อยู่ระหว่างศึกษาอัตราค่าน้ำสำหรับผู้ใช้รายใหญ่ ระบบหล่อเย็นที่ใช้น้ำน้อย และการบริหารน้ำฤดูแล้ง ส่วนสิ่งแวดล้อมครอบคลุมผังเมือง อัคคีภัย ความร้อน เสียง และผลกระทบพื้นที่โดยรอบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังจัดทำ Power Map และ Water Map เพื่อใช้กำหนดพื้นที่เหมาะสมสำหรับ Data Center ในอนาคต

BOI เดินหน้า Selective Investment

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และที่ปรึกษา BOI ระบุว่า คณะอนุกรรมการที่มี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กำลังหารือปรับหลักเกณฑ์ส่งเสริม Data Center ก่อนเสนอคณะกรรมการ BOI ชุดใหญ่  แนวทางใหม่จะเปลี่ยนสู่ Selective Investment เลือกโครงการที่มีคุณภาพ ไม่พิจารณาเพียงเม็ดเงินหรือการจ้างงาน แต่ต้องตอบได้ว่าประเทศและประชาชนไทยได้อะไร Data Center เป็นโครงสร้างสำคัญของ AI แต่ใช้ไฟและน้ำสูง ไทยจึงควรใช้ความพร้อมด้านทรัพยากรเป็นเงื่อนไขเจรจา หากโครงการไม่มีแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือพัฒนาบุคลากร ควรลดลำดับความสำคัญ

ปัจจุบันการลงทุนกระจุกตัวในภาคกลางตอนบนและ EEC ราว 80-90% จึงควรกระจายไปภูมิภาคอื่น เช่น แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อลดแรงกดดันต่อไฟฟ้าและน้ำดิบ   หากใช้ไฟจากระบบรัฐ ควรจ่ายค่าบริการสะท้อนต้นทุน พร้อมเปิดทางให้เอกชนผลิตไฟฟ้าสะอาด เพื่อลดภาระรัฐ และสร้างประโยชน์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ SME, Startup การถ่ายทอดเทคโนโลยี ไปจนถึงบุคลากรทักษะสูง

Data Center ยังจ่อไทย 4-5 กลุ่มทุน

นายหลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบคก้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ.ระยอง ระบุว่า มีกลุ่มทุน Data Center ราว 4-5 ราย จากยุโรป จีน ไต้หวัน และสหรัฐฯ เข้ามาสำรวจพื้นที่ แต่ยังไม่มีการลงนาม โดยรอความชัดเจนเรื่องไฟฟ้าและพลังงาน นักลงทุนจะเปรียบเทียบหลายทำเล โดยปัจจัยชี้ขาดคือ ไฟฟ้า น้ำดิบ และ Fiber Optic รวมถึงความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ

นายหลักชัย มองว่า ไทยยังมีโอกาสสูง โดยเฉพาะเมื่อมาเลเซียและสิงคโปร์เริ่มมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และทรัพยากร แต่ต้องเร่งสร้างความชัดเจนด้านนโยบายพลังงาน

คุมทรัพยากรต้องไม่เสียการแข่งขัน

นายหลักชัยสนับสนุนให้ BOI นำไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม และการยอมรับของชุมชนมาเป็นเงื่อนไข แต่ต้องรักษาสมดุลไม่ให้กฎเข้มจนต้นทุนสูงและเสียความสามารถในการแข่งขัน  ผู้ใช้ทรัพยากรควรร่วมรับผิดชอบต้นทุนตามสัดส่วน พร้อมเปิดทาง Direct PPA ให้เอกชนผลิตไฟฟ้าใช้เองเพื่อลดภาระโครงข่ายรัฐ

ท้ายที่สุด ประโยชน์ของ Data Center ไม่ได้อยู่เพียงเม็ดเงินลงทุน แต่รวมถึงภาษี Big Data การต่อยอดสู่การแพทย์ อุตสาหกรรมยา และธุรกิจดิจิทัล รวมถึงโอกาสของ Startup และบุคลากรรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าไทยสามารถเปลี่ยนการลงทุนครั้งใหญ่ให้เป็นมูลค่าเพิ่มระยะยาวได้หรือไม่