thansettakij
thansettakij
"หมอสรณ" ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด 130 หน้า โต้คำสั่งไม่รับฟ้องปมเก้าอี้ประธาน กสทช.

"หมอสรณ" ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด 130 หน้า โต้คำสั่งไม่รับฟ้องปมเก้าอี้ประธาน กสทช.

11 ส.ค. 69 | 09:15 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ส.ค. 69 | 09:25 น.

"ประธาน กสทช." มอบอำนาจทนายความยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลปกครองกลาง หอบเอกสารหนา 130 หน้า เดินหน้าสู้ชั้นศาลปกครองสูงสุด หวังเพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ

KEY

POINTS

  • นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นที่ไม่รับฟ้องคดีเกี่ยวกับตำแหน่งประธาน กสทช.
  • การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้ได้แนบเอกสารคำร้องและเอกสารประกอบความยาวรวมกว่า 130 หน้า เพื่อให้ศาลฯ พิจารณา
  • นพ.สรณ โต้แย้งว่ามติของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่วินิจฉัยว่าตนมีลักษณะต้องห้ามนั้นไม่มีผลทางกฎหมาย เนื่องจากกระบวนการสรรหาสิ้นสุดลงแล้ว

ความคืบหน้ากรณีข้อโต้แย้งเรื่องคุณสมบัติและการดำรงตำแหน่งของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้ลงนามนำความกราบบังคมทูลฯ ให้พ้นจากตำแหน่งตามขั้นตอน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของกระบวนการทางยุติธรรม นายชำนาญ ชาดิษฐ์ ผู้รับมอบอำนาจของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ (ผู้ฟ้องคดี) ได้ดำเนินการยื่นคำร้องอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) ในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569  คดีหมายเลขแดงที่ 1590 / 2569  ผ่านระบบงานปกครองอิเล็กทรอนิกส์

การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้เป็นการคัดค้านคำสั่งศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา โดยการยื่นอุทธรณ์ดังกล่าว นพ.สรณ ได้แนบเอกสารคำร้องอุทธรณ์คำสั่งความยาวรวมกว่า 130 หน้า เพื่อเสนอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

ยันมติสรรหาไร้ผลบังคับ-สู้ต่อชั้นศาลปกครองสูงสุด

สำหรับสาระสำคัญของการยื่นฟ้องและการอุทธรณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้มีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและถือว่าเป็นการสละสิทธิ ซึ่งทางทีมกฎหมายของ นพ.สรณ เห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ขาดฐานอำนาจตามกฎหมายเนื่องจากกระบวนการสรรหาได้สิ้นสุดลงไปแล้วตั้งแต่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง อีกทั้งคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ระบุว่าผู้ฟ้องยังไม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายนั้น ยิ่งเป็นการยืนยันว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ยังไม่มีผลทางกฎหมายที่จะทำให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. โดยทันที

การหอบเอกสารอุทธรณ์หนา 130 หน้าขึ้นสู่ศาลปกครองสูงสุดในครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดศึกทางกฎหมายระลอกใหม่ของ นพ.สรณ เพื่อยืนยันสิทธิและอำนาจหน้าที่ในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. จนกว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายที่ถึงที่สุดต่อไป

รายละเอียดคำร้องพร้อมเอกสารแนบท้ายคำร้องอุทธรณ์