thansettakij
thansettakij
“ฉลอง เรี่ยวแรง“ เปิดใจวินาทีลั่นไกยิง นายก อบจ.นนทบุรี

“ฉลอง เรี่ยวแรง“ อ้างเหตุลั่นไกยิง นายก อบจ.นนทบุรี จากปมขัดแย้งเรื่องเงิน

10 ส.ค. 69 | 07:21 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 07:46 น.

“ฉลอง เรี่ยวแรง“ แถลงข่าว เผยสาเหตุยิง นายก อบจ.นนทบรี จากปมขัดแย้งเรื่องเงินหลักสิบล้านบาท อ้างว่าคนขับรถ พ.ต.อ.ธงชัย ชักปืนใส่ก่อน จึงยิงสวนไป

KEY

POINTS

  • "ฉลอง เรี่ยวแรง" อ้างสาเหตุลั่นไกยิง "พ.ต.อ.ธงชัย" นายก อบจ.นนทบุรี เกิดจากปมขัดแย้งเรื่องเงินที่เคยช่วยเหลือหลายล้านบาท แต่เมื่อตนป่วยและเดือดร้อนจึงไปทวงถามแต่ถูกปฏิเสธ
  • การเจรจาเป็นไปอย่างตึงเครียด โต้เถียงและผลักกัน ก่อนที่ พ.ต.อ.ธงชัย จะเดินหนีไปขึ้นรถโดยไม่ยอมพูดคุย
  • นายฉลองเดินตามไปที่รถและอ้างว่าคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย ได้ชักปืนใส่ก่อน จึงเป็นชนวนให้ตัดสินใจยิงสวนไป

ชนวนเดือดของมิตรภาพที่เคยช่วยเหลือกัน กลายเป็นปม “เงินที่เคยช่วยเหลือกันในฐานะเพื่อน” ทำให้ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ตัดสินใจลั่นไกปืนยิง “พันตำรวจเอก ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569

นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี กล่าวว่า ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะมาถึงจุดที่ต้องนั่งอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่อง ไม่เคยขึ้นโรงพัก และไม่เคยมีปัญหากับใคร วันนี้เพียงตั้งใจมาคุยกับ “เพื่อน” เพื่อขอความช่วยเหลือในสิ่งที่เคยให้กันไว้

ระหว่างการพูดคุยกันอยู่บนห้อง บรรยากาศกลับตึงเครียดตั้งแต่ต้น แม้จะมีคนรอบข้างรู้เรื่องราวนี้อยู่ไม่น้อย แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่รับฟัง ไม่ตอบ ไม่แก้ไขอะไร ที่ผ่านมาหากเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก จะช่วยเหลือมาตลอด ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย ใครมาขอก็ช่วย ทั้งเรื่องเงินและการสนับสนุนในหน้าที่การงาน

ปมเรื่อง "เงิน" ที่เคยช่วยเหลือกันในฐานะเพื่อน

กรณีนี้เงินมูลค่าประมาณ 11 ล้านบาท คือเคสเดียว ส่วนเคสอื่น ๆ ที่เคยช่วยเหลือกันก็มีตั้งแต่หลัก 6 ล้านบาท ถึง 15 ล้านบาท แต่ก็ไม่เคยทวง เพราะมองว่าเป็นการช่วยเพื่อน แม้กระทั่งการผลักดันตำแหน่งผู้กำกับก็เคยช่วย บาทเดียวก็ไม่เคยขอคืน ทำหมู่บ้าน ทำธุรกิจ ไม่มีเงินก็ยังมาร้องขอ ก็ช่วยมาตลอดชีวิต

“ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้ ถ้ามีเงินก็ไม่เคยคิดจะไปทวง ทีนี้ผมป่วย ป่วยมาตั้งแต่ปี 2554 คนก็ยังเข้าบ้านกันเยอะ อยู่ดี ๆ ก็วูบ รู้ทีหลังก็เป็นโรคเลือดหนืด รักษามานานตั้งแต่ปี 2555 จนถึงทุกวันนี้ ค่ารักษาก็หมดไปเยอะมาก พอไม่มีรายได้ เราก็ต้องมาดูตัวเอง พอรู้ว่าเขาพอมีเงินแล้ว ก็เลยไปคุย ขอให้ช่วยบ้าง แต่เขาไม่รับสาย”

นายฉลอง กล่าวว่า เมื่อได้คุยกันต่อหน้า ก็ขอเพียงเงินในส่วนที่เคยช่วยไป และเสนอทางออกว่าหากไม่สามารถจ่ายเงินก้อนได้ ก็ขอให้ผ่อน แม้เพียงเดือนละ 600 บาทให้กับลูกของตนก็ยังดี แต่คำพูดนี้กลับทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ เกิดความโกรธและปฏิเสธการพูดคุย ก่อนจะผลักกันภายในห้อง และเดินหนีไป

“ผมบอกพี่ ผมมีเรื่องจะคุย อยากให้พี่ช่วยผมบ้าง จะช่วยได้หรือไม่ได้ก็มาคุยกัน ผมต้องการเงินส่วนที่ผมจดไว้ ที่ผมเคยออกให้พี่ไป ตั้งแต่เรื่องต่างๆ จนถึงตำแหน่ง สส. แต่เขาผลักผมในห้อง บอกไม่คุยๆ แล้วก็เดินหนี ผมก็เดินตามลงมา ตามมาที่รถเขา เขาจะออก ผมก็เรียก แล้วก็เอามือตบตรงกระจก”

นายฉลอง พูดถึงวินาทีลั่นไกปืนว่า “มันไม่ใช่น้อยใจหรือโกรธ ผมบอกว่าให้เขาลงรถมา ลงมาคุยกันก่อน ถ้าลงมามันก็คงจบ มันไม่มีอะไร ทีนี้พอดีคนขับรถเขาชักปืน ทีนี้ไอ้เราเนี่ย พอชักปืนใส่เรา เราก็เลยยิง”