
เปิดเอกสาร "คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช" ลงมติ ประธาน กสทช.ขาดคุณสมบัติ
เปิดเอกสาร "คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.” ลงมติเอกฉันท์ ชี้ “ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์”ขาดคุณสมบัติ ประธาน กสทช. เหตุรับเงินแพทย์รายชั่วโมง รพ.รามาฯ ถือเป็นลูกจ้างเท่ากับสละสิทธิ์ตั้งแต่วันแรก
KEY
POINTS
- คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 วินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
- สาเหตุหลักคือการปฏิบัติหน้าที่แพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงที่ รพ.รามาธิบดี ซึ่งถือเป็น "ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ" อันเป็นคุณสมบัติต้องห้าม
- ผลทางกฎหมายตามคำวินิจฉัยคือให้ถือว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้ "สละสิทธิ์" ในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น
- คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถือเป็นที่สุด แต่ผู้ถูกวินิจฉัยสามารถยื่นคำร้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน
จากกรณีที่ คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงถือได้ว่าสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออก คำวินิจฉัยที่ 1/2569 (ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ) กรณีการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งเรื่องให้พิจารณา
3 ประเด็นหลักที่คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัย
1. ยืนยันข้อเท็จจริงยังคงรับงานตรวจรักษา
ข้อเท็จจริง: แม้ ศ.คลินิกสรณ จะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งบริหาร (รองคณบดีฯ รพ.รามาธิบดี) เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 แต่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า ระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2565 ถึง 12 เมษายน 2565 (วันก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพียง 1 วัน) เจ้าตัวยังคงทำหน้าที่ตรวจรักษาคนไข้และรับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
มติ: ที่ประชุมมีมติ เอกฉันท์ ฟังได้ว่า ศ.คลินิกสรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงจริงในช่วงเวลาดังกล่าว
2. สถานะ "แพทย์รายชั่วโมง" = "ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐ"
ข้อกฎหมาย: มาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 กำหนดห้ามกรรมการ กสทช. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ
ผลพิจารณา: การรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงจากมหาวิทยาลัยมหิดล (ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ) ถือเป็นนิติสัมพันธ์ในฐานะ "ลูกจ้างชั่วคราว/ลูกจ้าง" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย มีการมอบหมายงานและจ่ายเงินค่าตอบแทน ชัดเจนว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ต้องการให้ กสทช. มีความเป็นอิสระและปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
มติ: ที่ประชุมมีมติ เอกฉันท์ วินิจฉัยว่า การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเข้าข่ายเป็น "ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ" ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
3. ผลทางกฎหมาย: ถือว่า "สละสิทธิ์" มาตั้งแต่ต้น
ข้อสรุป: เมื่อยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) ในช่วงเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนดให้แสดงหลักฐานการลาออก/เลิกประกอบอาชีพ ถือเป็นบทสันนิษฐานเด็ดขาดตามมาตรา 18 ว่า ศ.คลินิกสรณ ได้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่นั้น
มติ: ที่ประชุมมีมติ เอกฉันท์ วินิจฉัยว่า ศ.คลินิกสรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช.
ขั้นตอนต่อไปหลังคำตัดสิน
คำวินิจฉัยเป็นที่สุด: ตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถือเป็นที่สุด
ทางออกทางคดี: หาก ศ.คลินิกสรณ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยนี้ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อ ศาลปกครอง ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง
องค์ประชุมคณะกรรมการสรรหา: มีกรรมการลงนามในคำวินิจฉัย 4 ท่าน ได้แก่ นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล (ประธาน), นายนภดล เทพพิทักษ์, นายวิทัย รัตนากร และ นายวิษณุ วรัญญู (เลขานุการและโฆษก) ส่วน นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ งดลงนามเนื่องจากเคยแสดงเหตุผลโต้แย้งเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมไว้ก่อนหน้า.







