
‘ยึดจริยธรรมแพทย์’ หมอสรณ เปิดใจครั้งแรก ชี้แจงกรณีคุณสมบัติประธานกสทช.
หมอสรณแจงครั้งแรก ปมคุณสมบัติประธาน กสทช. ยืนยันลาออกพนักงานรัฐตั้งแต่ปี 2565 ระบุปฏิบัติหน้าที่แพทย์ตามจริยธรรม ไม่ผิดกฎหมาย ย้ำความบริสุทธิ์
KEY
POINTS
- ศ.คลินิก สรณ ชี้แจงว่าได้ลาออกจากสถานะพนักงานของรัฐแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2565 จึงไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.
- การปฏิบัติหน้าที่แพทย์ในช่วงรอกระบวนการโปรดเกล้าฯ เป็นการทำตามจรรยาบรรณแพทย์เพื่อส่งมอบและดูแลผู้ป่วยที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า ไม่ได้ทำในสถานะลูกจ้าง
- ยืนยันว่าการดูแลผู้ป่วยเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรฐานวิชาชีพ และไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการสรรหาจะเป็นผู้วินิจฉัยคุณสมบัติ ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากกรณีที่คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก สรณบุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานะการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงระหว่างรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น
ล่าสุด ศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเองเป็นครั้งแรก โดยยืนยันว่าได้ลาออกจากสถานะพนักงานของรัฐ ตั้งแต่วันที่ 8มกราคม 2565 แล้ว ซึ่งมีผลทำให้ผมไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำใดๆ
ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าทำหน้าที่แพทย์ระหว่างรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯนั้น ก็เป็นการส่งต่อคนไข้ ดำเนินการไปตามจรรยาบรรณของแพทย์ที่พึงมีต่อคนไข้ เพื่อให้ความมั่นใจต่อคนไข้ โดยไม่ได้มีเจตนาในการประกอบวิชาชีพแต่เป็นความต่อเนื่องในการส่งมอบงานเท่านั้น และ ไม่ได้อยู่ในสถานะลูกจ้างแต่อย่างใด
พร้อมย้ำว่า การดูแลผู้ป่วยในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างของโรงพยาบาล โดยเป็นการทำหน้าที่ตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์
“ผมทำทุกอย่างตามมาตรฐานวิชาชีพและตามจริยธรรมแพทย์ เป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ผมไม่ได้เป็นพนักงาน”
ศาสตราจารย์คลินิก สรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อได้ดูแลผู้ป่วยตามภาระหน้าที่ที่มีอยู่เดิม และดำเนินการส่งต่อผู้ป่วยให้แก่แพทย์ท่านอื่นเรียบร้อยแล้ว จึงได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
“ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงเวลาดังกล่าว ผมยังมีภาระหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ทั้งการสวนหัวใจการทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ และการส่งต่อผู้ป่วยให้แพทย์ท่านอื่นดูแลต่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับการรักษา การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมดแล้ว ผมจึงยุติการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ”
สำหรับประเด็นข้อกฎหมาย ศาสตราจารย์คลินิก สรณ เห็นว่า ยังไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใดหรือองค์กรใดเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว และไม่เห็นด้วยกับการที่คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ซึ่งเรื่องนี้จะดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ศาสตราจารย์คลินิก สรณ ยืนยันว่า ตลอดชีวิตการทำงาน ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ตาจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์มาโดยตลอด
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวจะดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยศาสตราจารย์คลินิก สรณ ยืนยันจุดยืนว่าการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์ และมิได้มีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐภายหลังการลาออกเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565







